www.choice2learn.net |

“กาดผญาล้านนา

สิงหาคม 24, 2012
By admin
“กาดผญาล้านนา

โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จัหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมห้องเรียนชุมชน “กาดผญาล้านนา” ในวันที่ 7-8 กันยายน 2555

เวทีสาธารณะ : โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ต้นแบบโรงเรียนฉบับชุมชน

สิงหาคม 9, 2012
By admin
เวทีสาธารณะ  : โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ต้นแบบโรงเรียนฉบับชุมชน

โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช  เคยจะถูกปิดก่อนหน้านี้ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการยุบรวมโรงเรียนเล็กๆ โดยใช้นโยบายควบรวม เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารและการจัดการงบประมาณ แต่ก็สร้างความลำบากให้กับเด็กในชุมชนที่ต้องเดินทางไกลมากขึ้น

เวที สาธารณะครั้งนี้ กลับมาอีกครั้งเพื่อถามถึงพัฒนาการ หลังจากที่โรงเรียนแห่งนี้ได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจของชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ที่จะรักษาโรงเรียนชุมชนแห่งนี้ให้คงอยู่ เพื่อยังสามารถให้การศึกษาแก่บุตรหลานของชุมชนวัดท่าสะท้อน ดังเช่นเคยเป็นมากว่า 50 ปี

พวกเขาประสบปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง ตลอด 5 ปี ของการฟันฝ่ากว่าจะมาถึงวันนี้
และอะไรคือการเรียนรู้จากการพยายาม สร้างต้นแบบโรงเรียนฉบับชุมชนแห่งนี้
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ว่า

“ลูกหลานเราไม่ต้องเก่งหรอก แต่ให้เป็นคนดีก็พอ”

“อยากให้เด็กๆ เรียนรู้อยู่ในหมู่บ้านตัวเอง เรียนรู้ชุมชนตัวเอง ไม่ลืมบ้านตัวเอง รู้เรื่องราวของชุมชน”

ดำเนินรายการโดย ณาตยา แวววีรคุปต์

คลิกชมวีดีโอ http://program.thaipbs.or.th/newsprogram/article41830.ece?episodeID=

เล็งฟ้องศาลปค.ปลดทุกข์ให้เด็กไทย กระทบ ‘แป๊ะเจี๊ยะ –แอดมิดชั่น- โอเน็ต’

มิถุนายน 14, 2012
By admin
เล็งฟ้องศาลปค.ปลดทุกข์ให้เด็กไทย กระทบ ‘แป๊ะเจี๊ยะ –แอดมิดชั่น- โอเน็ต’

สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย จัดเวทีแลกเปลี่ยนความทุกข์ทางการศึกษา จาก แป๊ะเจี๊ยะ –แอดมิดชั่น- โอเน็ต เผยจัดการผ่านฝ่ายบริหารไม่เกิดผล เล็งรวบรวมประเด็นความผิดยื่นศาลปกครอง

วันที่ 10 มิถุนายน สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย จัดงาน “เวทีคนทุกข์จากการศึกษาไทย : จากแป๊ะเจี๊ยะ Admission และ O-net” ณ ห้องประชุมกาหลา ชั้น 3 โรงแรมสวนดุสิตเพลส กรุงเทพฯ โดยให้ผู้ที่มีทุกข์จากการศึกษาไทยได้มาประชุมแลกเปลี่ยนปัญหาและทุกข์ หาเหตุแห่งทุกข์ และหาทางออกจากทุกข์ โดยสร้างการเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อการหลุดพ้นจากทุกข์ของการศึกษาไทย

นายสุรพล ธรรมร่มดี ฝ่ายวิชาการ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าว ถึงความทุกข์จากการศึกษา ที่พบเจอในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังถูกยุบควบรวม อันเนื่องจากกระทรวงศึกษาปล่อยปะละเลยไม่พัฒนาคุณภาพ และใช้วิธียุบทิ้ง  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทดสอบการศึกษาระดับชาติ หรือ โอเน็ต ที่จะมีการบังคับให้นักเรียนสอบแล้วก็จบให้ได้ ซึ่งทำให้มีผลกระทบอย่างมากในเรื่องของการไปกวดวิชาเพิ่มขึ้น หรือเด็กที่เริ่มเบื่อกับการเรียนที่เอาเกรด ก็จะเลิกเรียนกลางคัน เป็นต้น

นายสุรพล กล่าวว่า การรับนักเรียนเข้าศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ออกระเบียบเปิดช่องให้โรงเรียนสามารถเปิดรับนักเรียนใหม่ นอกโรงเรียนได้ 20% ของจำนวนนักเรียนที่จะขึ้นไปเรียนต่อในชั้นต่อไป ซึ่งโรงเรียนจะใช้ช่องนี้เรียกรับเงิน รวมถึงการที่จะคัดนักเรียนของตนเองที่มีคุณภาพต่ำๆ ออกไป และรับนักเรียนที่มีคุณภาพเข้ามาแทน

“วิธีการข้างขัดแย้งกับเจตนาของมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ว่า การจัดการศึกษาต้องให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่ว ถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” นายสุรพล กล่าว และว่า ที่ผ่านมาเราใช้ช่องทางไปประชุมกับคณะทำงานของทางกระทรวง แต่ไม่เกิดผล ระบบราชการก็เป็นแบบเดิม ซึ่งก็วนเวียนอยู่เช่นนี้ เป็น “เขาวงกต” ไม่มีการแก้ไข หรืออย่างเรื่อง แป๊ะเจี๊ยะ ก็เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ฉะนั้น จึงทางสมาคมฯ มีแนวคิดที่จะฟ้องศาลปกครอง เพราะหากตุลาการเป็นที่พึ่งทางการเมืองได้ ก็ต้องเป็นที่พึ่งทางการศึกษาได้ เช่นกัน  ด้วยเหตุว่า เยาวชนกำลังได้รับความอยุติธรรมทางการศึกษามากมายหลายเรื่อง ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้กลไกตุลาการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของราชการด้วย

นายสุรพล กล่าวด้วย หลังจากนี้ จะเริ่มหาประเด็นที่ สพฐ. หรือหน่วยงานอื่นๆ เช่น  สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) (สมศ.) ทำผิดกฎหมาย แล้วจะทำสำนวนฟ้องศาลปกครอง โดยเฉพาะเรื่องโอเน็ต ที่จะมีการเตรียมออกระเบียบให้นักเรียนใช้คะแนน โอเน็ต 20% ในการจบการศึกษา เนื่องจากเห็นว่า วิธีการนี้เป็นการตัดการศึกษา และหวังว่าจะยุบเลิก สมศ. หากยังใช้วิธีการประเมิน โดยขาดกลไกการพัฒนาคุณภาพที่ตามมาด้วย หรือขาดมาตรการในการพัฒนาคุณภาพที่ดีพอตามมาด้วย ถ้า สมศ.ทำได้แค่ประเมินตกไม่ตกอย่างเดียวก็ควรยุบ

แหล่งที่มา สำนักข่าวอิสรา

สิทธิบ้านเรียนไทย เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก

พฤษภาคม 14, 2012
By admin

กำหนดการ งานสมัชชาการศึกษาโดยครอบครัว ๔ ภูมิภาค
การประชุมสัมมนา เรื่อง“สิทธิบ้านเรียนไทย เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก”
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม  ๒๕๕๕
ณ ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ อาคาร ๓
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ.พญาไท กรุงเทพมหานคร

๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น.            ผู้เข้าร่วมประชุมลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม

๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๒๐ น.            เปิดการประชุมสัมมนา หัวข้อ “สิทธิบ้านเรียนไทย …  เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก”

โดย  อาจารย์รัชนี ธงไชย ผู้อำนวยการโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

รศ..ดร.วีระเทพ เจริญปทุมวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน…กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม

ดำเนินรายการ     โดย  นายชาตรี เนาว์ธีรนนท์  นายกสมาคมบ้านเรียนไทย

๐๙.๒๐ น.- ๐๙.๓๐ น.              ชม VTR ประกอบบทกลอน “บ้านแห่งการเรียนรู้”

๐๙.๓๐ น. – ๑๐.๓๐ น.             เสวนา เรื่อง “เสรีภาพบ้านเรียนไทย ใครคือผู้ทรงสิทธิ”

โดย  นายคมสรรค์ เมธีกุล  ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนานโยบายและมาตรการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๑๐.๓๐ น. – ๑๐.๔๕ น             พักรับประทานของว่าง

๑๐.๔๕ น. – ๑๑.๓๐ น.            เปิดประเด็นอภิปราย – ทำความเข้าใจในการรักษาสิทธิบ้านเรียน

๑๑.๓๐ น. – ๑๑.๔๕ น.            เวทีการแสดง “เรื่องดี ๆ ที่เราทำได้” ของเด็กบ้านเรียนในอดีต

๑๑.๔๕ น. – ๑๒.๐๐ น.            “กำลังใจ … จากผู้ใหญ่ใจดี”            โดย  ……………………………………………………………

(พักรับประทานอาหารกลางวัน)

๑๓.๐๐ น. – ๑๓.๑๕ น.            เวทีการแสดง “โลกนี้เป็นของเด็กบ้านเรียน”

๑๓.๑๕ น. – ๑๔.๐๐ น.            เวทีอภิปราย เรื่อง “บ้านเรียนไทย   สิทธิและเสรีภาพที่เลือกได้” (นำเสนอแนวทางทางเลือกสำหรับแผนการจัดการศึกษา

โดย    ครอบครัวที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ และวิธีการปรับใช้หลักสูตร   แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑,
การสอบ O-Net กับ เด็กบ้านเรียน และ   โครงการนำร่องในการเปิดช่องทางสิทธิ ในการเทียบโอนและจดทะเบียนจัดการศึกษา
ในรูปแบบที่หลากหลาย)

โดย  นายชาตรี เนาว์ธีรนนท์  นายกสมาคมบ้านเรียนไทย
นางกนกพร สบายใจ  ที่ปรึกษานายกสมาคมฯ

๑๔.๐๐ น. – ๑๔.๓๐ น.            เปิดประเด็นอภิปราย จาก กัลยาณมิตรภาคีบ้านเรียน

๑๔.๓๐ น. – ๑๔.๕๐ น            (พักรับประทานอาหารว่าง)

๑๔.๕๐ น. – ๑๕.๔๐ น.           เวทีวิชาการ “การประเมินผลตามสภาพจริง … สะท้อนคุณภาพบนความหลากหลาย ที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย

นอกระบบโรงเรียน”โดย  อาจารย์ภาควิชาวิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๑๕.๔๐ น. – ๑๖.๓๐ น.            เปิดประเด็นอภิปราย – แนวทางในการประเมินผลเด็กบ้านเรียน

หมายเหตุ :       – กำหนดการนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเหมาะสม

- …………………………. ส่วนที่เว้นไว้ ยังไม่สามารถระบุชื่อ เนื่องจากอยู่ระหว่างการประสาน

- ตลอดการประชุม ดำเนินกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกันของเด็กบ้านเรียนที่ลานกิจกรรม

“ขอที่ว่างให้หนูนั่งหน่อย” ภายนอกห้องประชุม

ผู้รับผิดชอบโครงการ : สมาคมบ้านเรียนไทย

ผู้ดำเนินงานโครงการ

นายชาตรี   เนาว์ธีรนนท์ : นายกสมาคมบ้านเรียนไทย และ กรรมการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย

นางกนกพร  สบายใจ : ที่ปรึกษานายกสมาคมบ้านเรียนไทย และ กรรมการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย

นางสาวนนทกรณ์ นีลวัฒนานนท์ : กรรมการสมาคมบ้านเรียนไทย

นางภควรรณ ไชยมณีกร : ผู้แทนเครือข่ายบ้านเรียนภาคใต้

ถอดบทเรียนผล’โอเน็ต’ชายแดนใต้ สกศ.ชี้ผลสำเร็จร.ร.เล็กขึ้นกับผู้บริหารเก่ง-มีฝีมือ

เมษายน 19, 2012
By admin

นาย เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง จัดโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถอดบทเรียนจากผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ในการประเมินรอบ 2 ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งการจะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กอยู่รอดได้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารโรงเรียนที่ จะต้องเป็นทั้งผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของ โรงเรียนที่มีอยู่อย่างจำกัด และเหตุใดโรงเรียนวัดตันติการามมิตรภาพที่ 109 ที่มีนักเรียน 70 คน จึงมีผลการประเมินสถานศึกษาได้คะแนนสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงน่าจะเป็น Best practices หรือวิธีการปฏิบัติที่ดีที่จะช่วยให้โรงเรียนต่างๆ นำแนวทางการบริหารจัดการรวมถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ด้าน ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิ และผู้วิจัยโครง การ กล่าวว่า จากการประเมินภายนอกรอบที่ 2 ของ สมศ. พบว่าโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งมีนางสุดสาย บุญช่วย เป็น ผอ.โรงเรียน มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ตามตัวบ่งชี้ที่ 5 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน มูลนิธิจึงให้ความสนใจและนำมาถอดบทเรียนความสำเร็จ โดยใช้วิธีการสนทนาเพื่อค้นหาสิ่งดีรอบตัวในบุคลากรของโรงเรียน พบปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จแบ่งเป็นในระดับผู้เรียน พบว่าผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียน ทำการบ้านหลังเลิกเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน นักเรียนมีทักษะการใช้ภาษาไทยคล่องแคล่ว สามารถทำความเข้าใจและวิเคราะห์โจทย์ข้อสอบได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับเด็กในโรงเรียนมุสลิมที่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ภาษาไทย ด้านครูผู้สอนพบว่า คำนึงถึงการวิเคราะห์ตัวชี้วัดของแต่ละวิชา แล้วนำมาวางแผนการสอนมากกว่า ยึดเนื้อหาจากหนังสือ เด็กสามารถทำการบ้านและทำกิจกรรมในวันหยุด โดยมีครูคอยเป็นพี่เลี้ยง ในด้านผู้บริหารพบว่ามีการรับฟังความเห็นจากชุมชน จากคณะกรรมการสถานศึกษา และถือเอาความต้องการของชุมชนในเรื่องการให้เด็กนักเรียนมีผลการเรียนใน ระดับดีขึ้นไปเป็นหลัก
แหล่งข้อมูล:

วันที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7799 ข่าวสดรายวัน

สมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ (ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๔)

มีนาคม 16, 2012
By admin
สมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ (ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๔)

ข่าวสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒
-ราษฎรอาวุโสแนะแนวทางยึดชุมชนปฏิรูปการเรียนรู้
-สภาการศึกษาทางเลือกแถลงการณ์ร้องขจัด 3 อุปสรรค-เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครอง
-สกล. จี้รัฐเร่งปฏิรูปการศึกษาเตรียมล่า1หมื่นชื่อดันร่างพรบ.

-สภาการศึกษาทางเลือกเสนอเพิ่มหลักสูตรทางเลือกในหลักสูตรแกนกลาง
-เวทีศึกษาทางเลือกจี้ยุบก.ศึกษาฯเหตุทำสังคมล่มสลาย

ภาพบรรยากาศสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒

คลิกดูภาพบรรยากาศงานสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ อีกมากกว่า ๓๐๐ ภาพ

ไฟล์นำเสนอในเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒

-ปฏิรูประบบการศึกษา โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี
-หลักสูตร ที่(เริ่ม) เลือกได้
-“ สิทธิบ้านเรียน ช่องว่างของการปฏิบัติที่ยังไปไม่ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ”
-(ร่าง) ยุทธศาสตร์ สภาการศึกษาทางเลือกปี พ.ศ. ๒๕๕๕

https://lh5.googleusercontent.com/-bhZqasX-C8E/T2Nx81GOO9I/AAAAAAAAAas/FxBdolI4no4/s285/file.jpg

สมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒

มีนาคม 9, 2012
By admin
สมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒

ขอเชิญติดตามเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒  (ประจำปี ๒๕๕๔ )
วันที่ ๑๔ – ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ณ อาคารวิจัยการศึกษาต่อเนื่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพมหานคร

รับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ http://www.suephaktai.com http://tvthainetwork.com
วิทยุชุมชนต้นแบบ FM 100.75 MHz จ.กาญจนบุรี (www.apck.org) ร่วมถ่ายทอดสด
กำหนดการเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒  (ประจำปี ๒๕๕๔ )
วันที่ ๑๔ – ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ห้องประชุมชั้น 2 (เธียรเตอร์) อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพมหานคร
*************************************************************
วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕

๐๘.๐๐ น. –  ๐๙.๐๐ น.
ลงทะเบียน

๐๙.๐๐ น. –  ๐๙.๑๕ น.
วิดีทัศน์เรื่อง “การศึกษาทางเลือก ความหลากหลายที่งดงาม”

๐๙.๑๕ น. – ๐๙.๓๐ น.
กล่าวเปิดงาน โดย รศ. สุภา ปานเจริญ
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

๐๙.๓๐ น. – ๑๐.๓๐ น.
บรรยายพิเศษ เรื่อง “เส้นทางการศึกษาทางเลือก สู่การปฏิรูปใหญ่การศึกษาไทย”

โดย นายพิภพ  ธงไชย กรรมการผู้จัดการสถาบันการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม มูลนิธิเด็ก

๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไป
เวทีอภิปราย เรื่อง “ศักยภาพของการศึกษาทางเลือก กับโอกาสการปฏิรูปการศึกษาไทย”

(นำเสนอเนื้อหาหลักโดยนักวิชาการ ๒๐ นาที ให้ความเห็นโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐ นาที และช่วงท้ายเปิดให้ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยน ๓๐ นาที)

ดำเนินรายการโดย นาย เทวินฏฐ์  อัครศิลาชัย โรงเรียนม่อนแสงดาว

ภาคเช้า (๒ เรื่อง)

๑๐.๓๐ น. – ๑๑.๓๐ น.
๑. ฝ่าวงล้อมปัญหาและอุปสรรคการจัดการศึกษาทางเลือกในสังคมไทย

โดย นายยุทธชัย  เฉลิมชัย นักวิจัยอิสระด้านการศึกษา

ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น โดย รศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ

คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๑๑.๓๐ น. – ๑๒.๓๐ น.
๒. สิทธิบ้านเรียนช่องว่างของการปฏิบัติที่ยังไปไม่ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย

โดย นายคมสรรค์ เมธีกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนานโยบายและมาตรการ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น โดย ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอกวิทย์  ณ ถลาง

นักวิชาการและนักคิดทางด้านการศึกษาและวัฒนธรรม 

๑๒.๓๐ น. – ๑๓.๓๐ น.
รับประทานอาหารกลางวัน

เวทีอภิปราย เรื่อง “ศักยภาพของการศึกษาทางเลือก กับโอกาสการปฏิรูปการศึกษาไทย”

ภาคบ่าย (๒ เรื่อง)

๑๓.๓๐ น. – ๑๔.๓๐ น.
๓. หลักสูตรการศึกษาที่มีทางให้เลือก ปัญหาที่รอการปลดล็อค

โดย  นายศิลวัต ศุษิลวรณ์ โรงเรียนเพลินพัฒนา

ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น โดย รศ.ประภาภัทร  นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์

๑๔.๓๐ น. – ๑๕.๓๐ น.
๔. การศึกษาทางเลือกกับการแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน

โดย นายสุรพล  ธรรมร่มดี กรรมการสภาการศึกษาทางเลือก

ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น โดย รศ.ศรีศักดิ์  วัลลิโภดม มูลนิธิเล็กประไพ วิริยะพันธุ์

๑๕.๓๐ น. – ๑๕.๔๕ น.
พักรับประทานอาหารว่าง

๑๕.๔๕ น. – ๑๗.๐๐ น.
- นำเสนอสรุปผลการดำเนินงานสภาการศึกษาทางเลือก ปี ๒๕๕๔

- เวทีจัดทำแผนยุทธศาสตร์การทำงานสภาการศึกษาทางเลือก ปี ๒๕๕๕

โดย นายชัชวาลย์  ทองดีเลิศ เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือก

๑๗.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น.
รับประทานอาหารเย็น

๑๘.๐๐ น. – ๒๐.๐๐ น.
วงสนทนาสภาการศึกษาทางเลือก
๑.      ระดมความเห็นต่อร่างมติ การปฏิรูปการศึกษา : ปรับทิศทางการศึกษาเพื่อสร้างคุณภาพ สมัชชาปฏิรูประดับชาติ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๕
๒.    เวทีวิชาการนานาชาติว่าด้วยเรื่องการศึกษาทางเลือก


วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕

๐๘.๐๐ น. – ๐๘.๓๐ น.
ลงทะเบียน

๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น.
วิดีทัศน์ประมวลภาพเวที วันที่ ๑๔ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕

๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๓๐ น.
กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม

โดย อาจารย์ระพี  สาคริก นายกสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย

๐๙.๓๐ น. – ๑๐.๓๐ น.
ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “วิสัยทัศน์การศึกษาใหม่เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย”

โดย ศ.นพ. ประเวศ วะสี ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป

๑๐.๓๐ น. – ๑๑.๐๐ น.
การแสดงดนตรี โดย เด็กบ้านเรียน (เดี่ยวไวโอลีน)

๑๑.๐๐ น. – ๑๑.๓๐ น.
นำเสนอ ยุทธศาสตร์การทำงานสภาการศึกษาทางเลือก ปี ๒๕๕๕ ต่อที่ประชุม

โดย เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือก

๑๑.๓๐ น. – ๑๒.๓๐ น.
ปิดเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ การแสดงของเด็กๆ

๑. ชุด “บ้านอุ่นรักโยคะ”โดยโรงเรียนบ้านอุ่นรัก   จังหวัดกาญจนบุรี

๒. ชุด “รำตง” โดยศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนไร่โว่  จังหวัดกาญจนบุรี

๓. ชุด “วิจิตรจินตลีลา  ชาติพันธุ์แห่งขุนเขา” โดยโรงเรียนม่อนแสงดาว จังหวัดเชียงราย

๑๒.๐๐ น. – ๑๓.๐๐ น.
แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

๑๒.๐๐ น. – ๑๓.๐๐ น.
รับประทานอาหารกลางวัน

“รร.วัดท่าสะท้อน” บทพิสูจน์ความสุขจากการศึกษาทางเลือกในโรงเรียนเล็ก

มีนาคม 4, 2012
By admin
“รร.วัดท่าสะท้อน” บทพิสูจน์ความสุขจากการศึกษาทางเลือกในโรงเรียนเล็ก

ปี 2547 โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โรงเรียนเล็กๆในวิถีอันเงียบสงบของชุมชนป่าพรุควนเคร็ง ถูกปิดลง ด้วยเหตุผลว่าจำนวนนักเรียนลดลง ไม่คุ้มทุนกับการบริหารจัดการ

………………

ผู้บริหารโรงเรียน คุณครูถูกย้ายออก ไม่มีใครเข้ามาดูแลแทน นักเรียนกว่า 40 คนต้องเคว้งคว้างไม่มีที่เรียน บางคนย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบ้านศาลาทวดทอง ที่อยู่ไกลจากชุมชนกว่า 8 กิโลเมตร

ปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญและสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง คือ “เด็กๆต้องเดินทางไกล” ไป-กลับโรงเรียนใหม่,ความยากลำบากในฤดูฝนกับเส้นทางที่ผ่านป่าพรุน้ำท่วมขัง บางช่วงไม่ปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น เกิดภาระที่ชาวบ้านต้องแบกรับไว้ด้วยความจำยอม

หน่วยงานการศึกษาท้องถิ่นให้คำมั่นสัญญาถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ‘เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายเพียงชั่วคราว’ ไม่นานโรงเรียนวัดท่าสะท้อนจะกลับมาบริการชุมชนเช่นเดิม

เสียงเพลงชาติทุกเช้าขาดหาย ทุกอย่างเงียบสนิท คำสัญญาให้ล่องลอยไปในอากาศ โรงเรียนวัดท่าสะท้อนถูกปิดตาย ชาวบ้านรู้สึกใจหาย เมื่อโรงเรียนของปู่ย่ากลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ชุมชน

กว่า 3 ปี บนเส้นทางแห่งความขัดแย้งมองไม่เห็นความเป็นไปได้ ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อทวงคืนวัฒนธรรรมบ้าน-วัด-โรงเรียน(บวร) ให้กลับมาอีกครั้ง เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นเพื่อต่อรอง ยื่นข้อเสนอโดยผ่านมติประชาคมวัดท่าสะท้อน เพื่อเรียกร้องขอให้เปิดโรงเรียน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อรัฐไม่ได้ยินเสียงชาวบ้าน กระบวนการเรียนรู้ในการจัดการตัวเองจึงเกิดขึ้น

“การศึกษา ที่จัดตั้งโดยคนไม่มีการศึกษาจะทำได้หรือไม่” เสียงสะท้อนของชาวบ้านแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต้องใช้เวลาต่อสู้กับความหวั่นวิตกและทัศนคติดั้งเดิมเกี่ยวกับระบบ การศึกษาทั้งของตนเองและภาครัฐ เพื่อต้องการยืนยันหลักคิดที่ว่า “การเรียนรู้เริ่มต้นได้จากบ้าน” ของทุกคนและวิถีชีวิตการทำมาหากินสามารถสร้างเป็นหลักสูตร หลักประกันความอยู่รอดอันเป็นจริงให้กับเด็กๆได้อย่างเป็นรูปธรรม

“อยากให้ลูกหลานได้เรียนตามวิถีของตนเอง เป็นคนดีและมีความสุข” นี่คือตัวชี้วัดทางการศึกษาที่ชาวบ้านใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อได้ข้อตกลงร่วมกัน “หลักสูตรการเรียนการสอนฉบับชุมชน” จึงเกิดขึน

วัชระ เกตุชู เล่าว่า “ชาวบ้านมาคุยกันถึงประวัติความเป็นมาของโรงเรียน ผลของการร่วมไม้ร่วมมือ แรงใจของปู่ย่าในการสร้างโรงเรียนแห่งนี้เพื่อให้เป็นสถานศึกษาของเด็กๆ ดังนั้น แล้วจึงลงความเห็นว่าจะต้องเปิดโรงเรียนอีกครั้ง” การเปิดโรงเรียนใหม่ มีสิ่งที่แตกต่างออกไป คือ การเรียนการสอนจะต้องสอดคล้องกับชุมชนท้องถิ่น ชาวบ้านมีส่วนร่วมจัดการเรียนการสอน เป็น “การศึกษาทางเลือก” ซึ่งมุ่งเน้นให้เด็กๆเรียนรู้ศักยภาพที่หลากหลายและสอดคล้องกับตัวเองและ ชุมชน

หลักสูตรใหม่ของโรงเรียนวัดท่าสะท้อน ไม่เพียงสอนความรู้ แต่สอนกระบวนคิดที่จะเรียนรู้ให้กับเด็กด้วย ประกอบด้วย หน่วยที่ 1 สืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชน ทรัพยากรชุมชน การสืบทอดภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมบรรพชน เรียนรู้การทำมาหากินที่พึ่งพาทรัพยากร หน่วยที่ 2 ศึกษาทรัพยากรและความสมบูรณ์ของทรัพยากรในอดีต และเหตุการณ์การความเปลี่ยนแปลง รวมถึงแนวทางฟื้นฟูทรัพยากร

หน่วยที่ 3 เครื่องมือหากินประมงพื้นบ้าน เช่น การใช้ยอใหญ่ ยอเล็ก แห ลัน(ไซสำหรับตักปลาไหล ทำจากไม้ไผ่ทั้งปล้อง) กัด(อวนสำหรับดักจับปลาน้ำตื้น) หน่วยที่ 4 เกษตรไร้สารพิษ เรียนรู้การเพาะเห็ด การทำน้ำหมัก การปลูกผักพื้นบ้าน การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ หน่วยที่ 5 การปลูกสมุนไพร นำมาใช้เป็นยารักษาโรค หน่วยที่ 6 การหาผึ้ง รู้จักผึ้งกับป่าพรุ วงจรชีวิตของผึ้ง การเก็บน้ำผึ้ง การดูแลป่าให้เกิดผึ้ง

หน่วยที่ 7 หัตถกรรมพื้นบ้านและการจักสานกระจูด การทำเสื่อ กระสอบนั่ง กระสอบนาด หมุก(ภาชนะทรงกลม ใส่ของพร้อมฝาปิด) ตะกร้า และกระเป๋า หน่วยที่ 8 งานไม้ รู้จักเครื่องมือที่ใช้ การประดิษฐ์งานไม้ใช้ในครัวเรือน และ หน่วยที่ 9 เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม เช่น การทำซอ สีซอ การเป่าปี่ ขลุ่ย กลองยาว หนังตะลุง มโนราห์ เพลงบอก

ห้องเรียนโรงเรียนวัดท่าสะท้อนจึงกว้างใหญ่ กินอาณาเขตพื้นที่ป่าพรุ ลำคลองบางกลม กอไผ่และฝูงปลาในลำห้วย ทักษะ การพึ่งพาตนเองในระบบวิถีชีวิตดั้งเดิม ได้รับการเผยแพร่และถ่ายทอดผ่านครูชาวบ้าน อันเป็นพ่อแม่ลุงป้าน้าอาของเด็กๆ ทั้งนี้ยังสร้างเครือข่ายครูชาวบ้าน ปราชญ์ชุมชน และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เป็นหัวสำคัญ โดยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของชุมชน “เน้นที่การสร้างตัวตน สร้างคุณค่าจากความรู้ที่มีในชุมชน และมีเด็กเป็นตัวเชื่อม”

9 กรกฎาคม 2550  ธงชาติถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาอีกครั้ง เสียงร้องเพลงชาติไทยดังเจื้อยแจ้ว เด็กหญิงชาย 26 ชีวิตได้กลับมาเข้าแถวที่สนามหญ้าโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้เฒ่าผู้แก่ มองความสำเร็จตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ บรรยากาศ “บ้าน วัด และโรงเรียน” คืนความเป็นชุมชนหนึ่งเดียว โต๊ะ เก้าอี้ กระดานดำ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โรงเรียนไม่ได้ถูกแยกส่วนเหมือนอย่างเคย แต่เป็นโรงเรียนชุมชน ครูชาวบ้านและนักเรียนลูกหลาน ที่มากไปกว่านั้นคือบทพิสูจน์ผลลัพท์แห่งความพยายามตลอด 3 ปีของชาวบ้าน

18 กุมภาพันธ์ 2555  ยอดต้นจิกและพวงดอกจิกสีเขียวสลับแดงอ่อนสดปลั่งอวบน้ำถูกจัดวางไว้ในถาด ปลาชะโดตัวขนาดแขนของพ่อ ฝีมือการตกเบ็ดของลูกศิษย์โรงเรียนถูกแปรรูปเป็นวัถตุดิบสำคัญในการทำแกงส้ม และแกงกระทิสดรสมือแม่ อาหารกลางวันสำหรับวงประชุมวันนี้ในบรรยากาศการนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวการ ต่อสู้ที่ผ่านมา และสถานการณ์โรงเรียนทางเลือกในวันนี้

ที่ศาลาสอนวิชาศิลปะของครูเลี่ยม วัชระ เกตุชู คุณครูของชุมชน เขาเล่าว่า “ทุกวันนี้บรรยากาศแห่งความขัดแย้ง ตึงเครียดได้คลี่คลายลงไปแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนผู้รับผิดชอบในภาครัฐรุ่นใหม่ เกิดความเข้าใจ และกลายร่วมมือร่วมใจกันมากขึ้น”

“พอใจและดีใจมากๆ ที่ได้โรงเรียนกลับคืนมา ทางกรมป่าไม้ยังเห็นความสำคัญจัดเป็นห้องเรียนตัวอย่างเพื่อให้ชุมชนอื่นๆ เข้ามาเรียนรู้ อยากให้ที่อื่นเป็นเหมือนที่ท่าสะท้อนบ้านเรา”นางพริ้ม มากดำ กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เธอไม่ต้องการอะไรแค่อยากเห็นเด็กๆเรียนใกล้บ้าน มีความสุขกับการไปโรงเรียน

ผลลัพท์ คือ “เด็กๆร่าเริง แข็งแกร่ง เก่งและช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ ผลการเรียนก็ไม่ได้น้อยหน้าโรงเรียนอื่นๆ อยู่ระดับต้นๆของอำเภอ” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวเสียงดัง เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความพลังและแรงใจของคนไม่รู้หนังสือ

สมศักดิ์  คงทอง คุณครูสอนวิชาทำมาหากิน กล่าวเสริมว่า เขามีหน้าที่สอนเรื่องการทำประมง หาปลา ตกเบ็ด สอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเพื่อได้ทดลองปฏิบัติจริง สอนจากประสบการณ์จริง ซึ่งเด็กๆตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เด็กๆสามารถกลับไปปฏิบัติเองที่บ้านได้ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว และเพิ่มทักษะชีวิตให้เด็กๆสามารถใช้ทักษะเหล่านี้ทำมาหากินได้ในท้องถิ่นของตนเอง ตัวเขาเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นครู แต่ก็สามารถสอนเด็กๆได้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
…………………

จากที่เคยหวั่นใจกับความไม่รู้หนังสือของตนเองว่าจะจัดระบบการ ศึกษาได้หรือไม่ แต่เพื่อลูกหลานและชุมชน ชาวบ้านช่วยกันต่อสู้เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่เป็นจริง จนประสบความสำเร็จเป็นหลักสูตรที่บูรณาการเนื้อหาสาระการเรียนรู้ในโลกแห่ง วิชาการและโลกแห่งความเป็นจริงอย่างสอดคล้องกับวิถีชุมชน และยังเป็นต้นแบบสู่โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ

“ความสุขของนักเรียนลูกหลาน และ รอยยิ้มของครูชาวบ้าน” ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีคุณภาพและน่าพึงพอใจที่สุดแล้วสำหรับวันนี้ ที่ชุมชนวัดท่าสะท้อน

แหล่งที่มา http://www.isranews.org