ปรัชญา แนวคิด การศึกษาทางเลือก | www.choice2learn.net

ปรัชญา แนวคิด การศึกษาทางเลือก

พฤษภาคม 8, 2010
By admin

ในหนังสือ “คู่มือครอบครั ก้าวแรกสู่บ้านเรียน : หลักคิดและกระบวนการเข้าสู่การศึกษาโดยครอบครัว” , ยุทธชัย-อุทัยวรรณ เฉลิมชัย, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, มีนาคม 2549 กล่าวไว้ตอนหนึ่งในบทที่ชื่อการศึกษาทางเลือก ดังนี้

ตลอดประวัติศาสตร์การศึกษาที่ผ่านมา มีความพยายามในการนำเสนอ “การศึกษาทางเลือก” ผ่านกระบวนการคัดค้านผลักดันอันยาวนาน แม้มีความแตกต่างกันไปแต่ละกรรม แต่ละวาระ แต่ก็มีจุดมุ่งหมายร่วมกันอยู่ โดยเฉพาะในการสร้างความแตกต่าง ออกไปจากการศึกษากระแสหลักในโรงเรียน เพื่อสร้างวิถีการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์โดยแท้จริง ที่จะนำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ภายใต้สิทธิเสรีภาพและโอกาสที่จะเลือกตามปรัชญา ทัศนะ ความเชื่อของตนอย่างมีอิสระ

ดังนั้น หลายแนวคิด วาทกรรมของการศึกษาทางเลือก จึงปรากฏตัวผสมผสานอยู่ในแนวคิดและวาทกรรมของการเคลื่อนไหวปฏิรูปการศึกษา (กระแสหลัก) มาเป็นลำดับทุกยุคทุกสมัย

ทางตะวันตก

มีการนำเสนอ แนวคิด และนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก ในตลอดช่วงระยะสอง-สามทศวรรษที่ผ่านมา ถูกรับเข้ามาในสังคมไทยในฐานะนวัตกรรมการศึกษาในระบบโรงเรียนในภาคเมืองเป็นสำคัญ อาทิ

  • ซัมเมอร์ฮิล โดย เอ.เอส. นีล ชาวอังกฤษ มุ่งเน้นเสรีภาพของเด็ก จำกัดการใช้อำนาจของผู้ใหญ่ที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็ก
  • มอนเตสเซอร์รี่ โดยแพทย์หญิงมาเรียน มอนเตสเซอร์รี่ ชาวอิตาลี มุ่งให้เด็กเจริญงอกงามไปตามความต้องการตามธรรมชาติของตัวเอง และการสร้างสภาพแวดล้อม อุปกรณ์เครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ ที่ทำให้เด็กสามารถดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวให้ปรากฏออกมา

วอลดอร์ฟ โดย ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ชาวออสเตรีย เชื่อว่ามนุษย์ประกอบด้วย กาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ที่มีพัฒนาการไปตามช่วงวัย การศึกษาที่แท้จะต้องเป็นระบบบูรณาการในการสร้างสรรค์สมรรถภาพทั้งสามประการของมนุษย์ ได้แก่ ความคิด ความรู้สึก และพลังของเจตจำนง เพื่อการพัฒนาปัจเจกชนผู้มีอิสระทางปัญญา

  • เรกจิโอ เอมิเลีย โดยกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านวิลลา เซลลา เมืองเรกจิโอ เอมิเลีย ได้จัดตั้งโรงเรียนปฐมวัยในหมู่บ้านขึ้น บริหารโดยพ่อแม่ผู้ปกครอง ทั้งในด้านนโยบาย การวางหลักสูตร การประเมินผล และงบประมาณ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง หลักสูตรเป็นแบบปลายเปิด ไม่กำหนดเนื้อหาแน่นอน เพียงแต่รวบรวมหัวข้อโครงการที่คาดว่าจะสัมพันธ์กับความสนใจของเด็กไว้ เด็กจะเรียนรู้ผ่านการทำโครงการ
  • โฮมสคูล คือการที่พ่อแม่เป็นผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาให้กับบุตรหลานของตน แทนการส่งเข้าโรงเรียน ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอแนวคิดการศึกษาแบบโฮมสคูลในสหรัฐอเมริกา คือ จอห์น โฮลท์ ซึ่งมีความเชื่อว่าระบบการศึกษาแบบในโรงเรียนได้ขยายตัวมาอย่างผิดพลาด แทนที่จะทำให้เด็กงอกงามทางปัญญากลับกลายเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของเด็ก โดยในแง่แห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง เด็กสามารถเติบโตและพัฒนาได้โดยไม่ต้องไปโรงเรียน สภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมทั้งกิจกรรมในวิถีการดำเนินชีวิตทั่วไป สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดการเรียนรู้จากภายในตัวเด็กเองได้

สำหรับ ทางตะวันออก แนวคิดและนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกโดยทั่วไป จะมีความแนบแน่นกับศรัทธาและคำสอนของทางศาสนา ให้ความสำคัญกับมิติในทางคุณธรรม ความกลมกลืนกับธรรมชาติ และการเข้าถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตอันมีอิสรภาพ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่แพร่หลาย ได้แก่ อนันตมรรค หรือ นีโอฮิว แมนนิสต์ (Neo-Humenisem) โดย พี.อาร์.ซาการ์, ศานตินิเกตัน หรือ โรงเรียนใต้ร่มไม้ โดย รพินทรนาถ ฐากูร และการศึกษาตามแนวคิดปรัชญาของกลุ่มกฤษณะมูรติ เป็นต้น

และในงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาทางเลือก : ฐานข้อมูลและการวิเคราะห์” โดย สุชาดา จักรพิสุทธ์ และคณะ ในการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปี 2546 แสดงพัฒนาการทางแนวคิดการศึกษาทางเลือกในสังคมไทย ผ่านทางวาทกรรม ที่มีนักคิดคนสำคัญร่วมสมัยของสังคมไทยหลายท่านได้นำเสนออย่างมีผลตอบรับทางสาธารณะอยู่ไม่น้อย ในตลอดช่วงสอง-สามทศวรรษนี้เช่นกัน ได้แก่
-    สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เสนอวาทกรรมการศึกษาเพื่อความเป็นไทย
-    พระพรหมคุณาภรณ์ (ปยุต ปยุตโต) เสนอวาทกรรมการศึกษาแนวพุทธ การศึกษาเพื่อสันติ การศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญา การศึกษาเพื่อการแก้ปัญหา
-    นิธิ เอียวศรีวงศ์ เสนอวาทกรรมการศึกษาสำหรับอนาคตของสังคมไทย อุดมศึกษาทางเลือก การศึกษาของชุมชน
-    ประเวศ วสี เสนอวาทกรรมปฏิรูปการศึกษา- ยกเครื่องทางปัญญา การศึกษาองค์รวม การศึกษาเพื่อสังคมทั้งมวล การศึกษาเพื่อสังคมไฝ่เรียนรู้

นอกเหนือจากการพัฒนาทางด้านแนวคิดแล้ว ในส่วนของการปฏิบัติการ สุชาดาฯ ให้ความสำคัญกับการเกิดขึ้นของ “โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก” มูลนิธิเด็ก (พ.ศ.2552) โดย พิภพ-รัชนี ธงไชย ที่จัดการศึกษาให้กับเด็กยากจนด้อยโฮกาส ในบรรยากาศของบ้านที่มีความรักและความเสมอภาคระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ โดยเริ่มจากปรัชญาการศึกษาอย่างมีเสรีภาพตามแนวคิดซัมเมอร์ฮิลล์ กับการเกิดขึ้นของการศึกษาแบบบ้านเรียน หรือ โฮมสคูลไทย ที่เริ่มต้นจากครอบครัวของ นพ.โชติช่วง ชุตินธร (พ.ศ.2528) ที่ต่อมามีการขยายตัวแบบที่กล่าวขานกันในสังคมไทยอย่างมากมาย ภายหลังจากมีการรับรองสิทธิในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

พร้อมกันนั้น งานวิจัยของสุชาดาฯ ยังได้ยืนยันให้เห็นถึงความมีอยู่จริงของการศึกษาทางเลือกในสังคมไทยในปัจจุบัน โดยได้สำรวจและจัดทำฐานข้อมูล ทะเบียน (Directory) ชุมชน-กลุ่ม-องค์กร-กิจกรรม และกระบวนการเรียนรู้ที่มีอยู่ ในขอบข่ายของการศึกษาทางเลือกของประชาชนในปริมณฑลทั่วประเทศ รวม 209 แห่ง แบ่งตามภูมิภาคออกเป็น ภาคเหนือ จำนวน 58 แห่ง ภาคกลางจำนวน 50 แห่ง ภาคอีสานจำนวน 51 แห่ง และภาคใต้จำนวน 50 แห่ง แต่ละแห่งให้ข้อมูลภูมิหลัง เจตนารมณ์ของการจัดการเรียนรู้ เนื้อหา หรือหลักสูตรการเรียนรู้ รูปแบบหรือกระบวนการเรียนรู้ และผลกระทบที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ โดยจำแนกการศึกษาทางเลือกทั้งหมดนี้ออกเป็น 7 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่

1.    การศึกษาทางเลือกที่จัดโดยครอบครัว หรือ Home School คือการศึกษาที่พ่อแม่หรือผู้ปกครอง จัดขึ้นให้บุตรของตนเอง แทนการส่งเข้าโรงเรียน
2.    การศึกษาทางเลือกที่อิงกับระบบรัฐ คือ การจัดการศึกษาของโรงเรียนในระบบ แต่มีระบบการเรียนการสอนในเชิงสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ ส่งเสริมศักยภาพตามความแตกต่างของผู้เรียน
3.    การศึกษาทางเลือกสายครู, ภูมิปัญญา คือ การศึกษาเพื่อการถ่ายทอด สืบสาน ภูมิปัญญาของพ่อครู แม่ครู ปราชญ์ชาวบ้าน กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เกิดความสนใจได้เรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้ที่ท้องถิ่นมีอยู่
4.    การศึกษาทางเลือกสายศาสนา และวิถีปฏิบัติธรรม คือ การศึกษาที่ยึดหลักเนื้อหาทางศาสนธรรมแตกต่างกันไปตามจุดเน้นของแต่ละสำนัก แต่ละแนวงทาง จัดให้แก่นักบวชในศาสนา / นิกายของตน หรือ แก่ฆราวาสประชาชนผู้สนใจ
5.    การศึกษาทางเลือกที่เป็นสถาบันนอกระบบรัฐ คือ การศึกษานอกระบบที่จัดให้แก่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะของตน ส่วนใหญ่ดำเนินงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เครือข่าย
6.    การศึกษาทางเลือกของกลุ่มการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรม คือ การศึกษาเรียนรู้ของชาวบ้านที่เป็นแบบปฏิบัตินิยม มีความหลากหลายมากที่สุดทั้งในด้านการงานอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการฟื้นฟูวัฒนธรรม-ภูมิปัญญา-ทรัพยากรธรรมชาติ
7.    การศึกษาทางเลือกผ่านสื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ คือ การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี ระบบสื่อสารมวลชนสมัยใหม่ รวมทั้งจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ

โดยสรุป อาจแบ่งช่วงพัฒนาการการศึกษาทางเลือกในสังคมไทย ได้ดังนี้

  • ช่วงก่อนปี พ.ศ.2530 คำว่าการศึกษาทางเลือก ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ แนวคิดและวาทกรรมการศึกษาทางเลือก ในรูปบทความทางวิชาการ และบทความวิพากษ์วิจารณ์การศึกษา อยู่ในวารสาร/นิตยสารบางเล่ม อย่างเช่น สังคมศาสตร์ปริทัศน์, ปาจารยสาร, วารสารคุรุศาสตร์ ของคณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นต้น เสนอปรัชญาแนวการศึกษาเรียนรู้ในเชิงนวัตกรรมสำหรับผู้อ่านที่เป็นปัญญาชน ในนามของการเพื่อความเป็นไทย การศึกษาเพื่อเสรีภาพ การศึกษาแนวพุทธ เป็นต้น
  • ช่วงก่อนและหลัง ปี พ.ศ.2542 ในขณะยกร่างจนถึงประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งถือเป็นช่วงของการปฏิรูปการศึกษา หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.) หรือที่เปลี่ยนชื่อต่อมาเป็น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดพิมพ์ หนังสือและรายงานการศึกษาวิจัยออกมาหลายเล่ม ที่ดูจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่เรื่อง การจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือ โฮมสคูลไทย และการศึกษารูปแบบศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ โดยที่ทั้งหมดนั้นยังไม่ถูกนำเข้าสู่วาทกรรมการศึกษาทางเลือกเช่นกัน

ในช่วงนี้ มีงานวิจัยที่เป็นเรื่องการศึกษาทางเลือกโดยตรงชิ้นสำคัญอยู่ 2 เรื่อง เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่ งานวิจัยเรื่อง “การศึกษาทางเลือกไทยในอนาคต” ของสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ และคณะ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนป๋วย อึ้งภากรณ์ ประจำปี 2545 โดยมูลนิธิ 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย และงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาทางเลือก : ฐานข้อมูลและการวิเคราะห์” โดยสุชาดา จักรพิสุทธิ์ และคณะ ในการสนับสนุนของสำนักานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปี 2546 นอกจากนี้ สกว. ยังสนับสนุนให้รองศาสตราจารย์ เพ็ญมณี แนรอท และคณะ ทำงานวิจัยขึ้นอีกเรื่องหนึ่งต่อเนื่องกับงานวิจัยของสุชาดาฯ คือ “แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในประเทศไทย”  ปี 2546  โดยอาจสมมุติฐานเบื้องต้นว่าบรรดาการศึกษาทางเลือกทั้งหลายที่ทำกันอยู่นั้น จะตรงกับรูปแบบของสถานศึกษาประเภท “ศูนย์การเรียน” ตามมาตรา 18(3) ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ

  • ช่วงหลังการประกาศรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อันเป็นช่วงปัจจุบัน การศึกษาทางเลือกปรากฏอย่างเป็นทางการอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทำให้เอกสารและหนังสือของหน่วยงานทางการศึกษาของราชการ เริ่มมีการกล่าวถึงการศึกษาทางเลือกโดยตรง อย่างเริ่มจะยอมรับแล้วว่ามีการศึกษาทางเลือกอยู่จริงในสังคมไทย รวมทั้งปรากฏอยู่ในเอกสารข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561)  และแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ.2552-2559) ล่าสุดด้วย

Tags: , ,

Leave a Reply