ระบบการศึกษาทางเลือกในฟินแลนด์ | www.choice2learn.net

ระบบการศึกษาทางเลือกในฟินแลนด์

พฤษภาคม 24, 2010
By admin

ฟินแลนด์

ระบบการศึกษาของฟินแลนด์เป็นระบบการศึกษาที่ได้รับความยอมรับนับถืออย่างสูงในนานาประเทศทั่วโลก   จากการศึกษาวิจัย PISA (Programme for International Student Assessment) ของ OECD ซึ่งทำการสำรวจระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ จำนวน 57 ประเทศ อันเป็นกลุ่มประเทศที่มีมูลค่า GDP รวมกันเกินกว่า 90 % ของGDP ทั้งโลก   ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ผลปรากฏว่า ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งมาตลอด และผลวิจัยล่าสุดในปี 2006 ก็ยังคงจัดให้ฟินแลนด์เป็นอันดับหนึ่งเช่นเดิม

ระบบการศึกษาของฟินแลนด์มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี โดยในระยะแรกศาสนจักรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาทั้งหมด   จนกระทั่งในปี 1866 ระบบโรงเรียนที่ดำเนินการโดยรัฐก็ถือกำเนิดขึ้น หลังจากนั้นอีกสามปีให้หลัง ภาระหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้กับประชาชนก็เปลี่ยนมือจากศาสนจักรมาเป็นของรัฐ  จนกระทั่งฟินแลนด์ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 6  ธันวาคม 1917   นับตั้งแต่นั้นมาฟินแลนด์ก็พัฒนาจากรัฐเกษตรกรรมมาเป็นรัฐที่มีประสิทธิภาพทางการผลิตสูง มีเทคโนโลยีล้ำสมัย มีเกียรติภูมิโดดเด่นในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะประชากรของฟินแลนด์มีการศึกษาสูง มีความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ

กฎหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของฟินแลนด์ (1998) กำหนดไว้ว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานมีระยะเวลาทั้งหมด 9 ปี และเป็นการศึกษาภาคบังคับด้วย  ในการนี้เมื่อเด็กทุกคนอายุ 7 ปี  จะต้องอยู่ในระบบการศึกษาเป็นเวลา 9 ปี   อย่างไรก็ตาม การศึกษาภาคบังคับของฟินแลนด์ไม่ใช่การบังคับเข้าโรงเรียน แต่เป็นการกำหนดไว้ว่าช่วงวัยดังกล่าวเป็นช่วงที่เด็กจะต้องได้รับการศึกษาตามที่กำหนดไว้  ทั้งนี้เป้าหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของฟินแลนด์ก็คือการส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความเป็นมนุษย์และเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบในทางจริยธรรมต่อสังคม พร้อมทั้งตระเตรียมทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อชีวิต  การศึกษาขั้นพื้นฐานของฟินแลนด์นี้ไม่มีการแยกสายวิชา(Comprehensive School)

แต่เดิมโรงเรียนในฟินแลนด์เป็นโรงเรียนที่วัดเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ต่อมาในปี 1866 รัฐบาลจึงได้จัดตั้ง Finnish Folk School ขึ้นมาเพื่อจัดการศึกษาให้กับประชาชน ครั้นถึงประมาณปี 1921 รัฐบาลก็ได้กำหนดการศึกษาภาคบังคับขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนได้มาซึ่งทักษะและความรู้ต่าง ๆ ที่จัดสอนกันอยู่ในFolk School หรือด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบอื่น ๆ ที่สอดคล้องต้องกัน   โดยที่การเรียนใน Folk School นี้จะมีระยะเวลาประมาณ 6 ปี เมื่อจบแล้วนักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อที่ Civic School ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี   แล้วก็สามารถเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนอาชีวศึกษาได้

การบังคับใช้กฎหมายการศึกษาภาคบังคับนี้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนครอบคลุมช่วงวัย 7 – 13 ปี ทำให้อัตราประชากรที่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ในปี 1920 มีเพียง 70 % ของประชากรวัย 15 ปีรู้หนังสือ พอถึงประมาณช่วงกลางทศวรรษ 1930 อัตราประชากรช่วงวัย 7-15 ปีที่ได้รับการศึกษาก็เพิ่มเป็น 90 %  และในที่สุดจำนวนประชากรช่วงวัยที่อยู่เกณฑ์การศึกษาภาคบังคับทั้งหมดของฟินแลนด์ก็ได้รับการศึกษา ต่อมาในปี 1957-1958 จึงมีการเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปีของ Civic School เข้าไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเรียนที่ไม่ประสงค์จะก้าวไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ก็อาจจะเรียน Folk School เพียงแค่จนถึงปีที่ 4 แล้วเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (Lower Secondary School) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี  เมื่อจบแล้วก็สามารถศึกษาต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary School)  ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 3 ปี แต่การศึกษาต่อตามเส้นทางสายนี้นักเรียนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน ต่างจากเส้นทางแรกที่รัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย  กระนั้นก็ดี ผลจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นทำให้พ่อแม่ต้องการการศึกษาที่ดีขึ้นสำหรับบุตรหลานของตน พอถึงประมาณกลางทศวรรษ 1970 จึงมีเด็กนักเรียนกว่า 60 เปอร์เซนต์เรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้กฏหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานในปี 1968 และติดตามมาด้วยการปฏิรูปการศึกษาปี 1970  ระบบโรงเรียนและการศึกษาภาคบังคับแบบเดิมก็ถูกยกเลิกไป แล้วเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ที่มีโครงสร้างทางการศึกษาแบบเดียว ไม่มีการแยกสาย ทั้งนี้เนื่องจากมีผู้เห็นว่าศักยภาพในการเรียนรู้ ตลอดจนทักษะและความสามารถของเด็กถูกทำลายไปท่ามกลางระบบการศึกษาแบบเดิมที่มีการแยกสายนี้  ยังผลให้มีการจัดตั้งโรงเรียนแบบไม่แยกสายวิชา (Comprehensive School- Peruskoulu) เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นระยะเวลา 9 ปี  ขึ้นมาแทนที่ Folk School, Civic School, และ Lower Secondary School   ขณะเดียวกัน โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary School – Lukio) ก็ถูกแยกออกไปต่างหาก  การปฏิรูประบบโรงเรียนนี้มีการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ช่วงปี 1972 จนถึง 1978   โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการศึกษาของประชากรและเพิ่มโอกาสที่เท่าเทียมกันทางการศึกษาให้กับประชาชน   ผลจากการปฏิรูประบบดังกล่าวก่อให้เกิดข้อโต้แย้งและข้อวิพากษ์วิจารณ์ทางการศึกษาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร  จนกระทั่งผลการศึกษาวิจัย PISA ของ OECD ออกมาว่าฟินแลนด์อยู่ในระดับแนวหน้า เสียงโต้แย้งจึงค่อยลดลงไป

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ก็เปลี่ยนรูปแบบเป็น

  • - การศึกษาขั้นพื้นฐาน – การศึกษาภาคบังคับ (Basic Education)
  • - มัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary Education)
  • - การอุดมศึกษา (Tertiary Education)

1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน – การศึกษาภาคบังคับ

กฎหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของฟินแลนด์กำหนดให้เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่อย่างถาวรในฟินแลนด์เมื่ออายุได้ 7 ขวบจะต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับ และหน่วยงานบริหารท้องถิ่นจะต้องเป็นผู้ดำเนินการให้เด็กที่อยู่ในท้องที่ได้รับการศึกษาจากสถานศึกษาภายในพื้นที่ ทั้งนี้เงื่อนไขในการรับเด็กเข้าศึกษามีเพียงประการเดียวก็คือ อายุครบกำหนด   ในการพิจารณาจัดสถานศึกษาให้กับเด็กนี้จะต้องให้เด็กใช้เวลาในการเดินทางน้อยที่สุดและปลอดภัยที่สุดด้วย   อย่างไรก็ตาม เด็กสามารถเลือกเรียนที่สถานศึกษาอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดให้ไว้นี้ได้

อนึ่ง สำหรับเด็กที่มีความพร้อมเร็วก็อาจจะเริ่มการศึกษาภาคบังคับเร็วขึ้นกว่าปรกติได้ 1 ปี   ทั้งนี้เด็กจะต้องผ่านการประเมินความพร้อมทั้งในทางจิตวิทยาและทางการแพทย์เสียก่อน   ในทางกลับกันถ้าหากมีเหตุจำเป็นทำให้เด็กไม่สามารถเรียนได้ก็สามารถเลื่อนกำหนดออกไปได้อีก 1 ปีเช่นกัน แต่ก็ต้องผ่านการประเมินในลักษณะเดียวกันด้วย

ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้มีทั้งหมด 9 ปี ซึ่งถ้าหากมีความจำเป็นนักเรียนก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมในปีที่ 10 ได้ตามความสมัครใจ   เด็กสามารถเลือกที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนที่ไม่แยกสายวิชา (Comprehensive School หรือ Peruskoula) หรือรับการศึกษาที่บ้านตามแนวทางการศึกษาแบบไม่แยกสายวิชานี้ได้   นอกจากนี้เด็กที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลก็ยังมีสิทธิได้รับการศึกษาในระหว่างที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

เด็กที่จะเข้าศึกษาใน Comprehensive School – Peruskoulu นี้

หลักสูตรของการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบไปด้วยวิชาต่าง ๆ ดังนี้

  • -         ภาษาแม่ (Finnish หรือ Swedish)
  • -         ภาษาราชการที่ 2  (Finnish หรือ Swedish)
  • -         ภาษาต่างประเทศ
  • -         สิ่งแวดล้อมศึกษา
  • -         สุขศึกษา
  • -         ศาสนาและจริยธรรม
  • -         ประวัติศาสตร์
  • -         สังคมศึกษา
  • -         คณิตศาสตร์
  • -         ฟิสิกส์
  • -         เคมี
  • -         ชีววิทยา
  • -         ภูมิศาสตร์
  • -         พลศึกษา
  • -         ดนตรี
  • -         ทัศนศิลป์
  • -         หัตถกรรมและคหเศรษฐศาสตร์

โรงเรียนแบบไม่แยกสาย(Comprehensive School – Peruskoula) ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายการศึกษาขั้นพื้นฐานของฟินแลนด์นี้ จัดการเรียนการสอนให้แก่ทุกเพศวัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทุกประการ รวมทั้งตำราเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ   นอกจากนั้นยังจัดเตรียมอาหารปรุงเสร็จใหม่ให้กับผู้เรียนวันละ 1 มื้อ และยังต้องจัดรถรับส่งให้แก่นักเรียนที่อยู่ห่างไกลจากสถานศึกษาระยะทางตั้งแต่ 5 กม.ขึ้นไป หรือเส้นทางที่ใช้อยู่เต็มไปด้วยความลำบากหรืออาจก่อให้เกิดอันตราย  นอกจากนี้ในกรณีที่การเดินทางใช้ระยะเวลาเกินกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไปนักเรียนก็มีสิทธิได้รับบริการอาหารและที่พักโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

สถานศึกษาที่เป็นแบบ Comprehensive School – Peruskoula นี้จะมีอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ ดูแลและบริหารงานโดยหน่วยงานบริหารท้องถิ่นต่าง ๆ   ขนาดของโรงเรียนแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันอย่างมาก   โรงเรียนที่มีขนาดเล็กที่สุดอาจมีนักเรียนอยู่ไม่ถึง 10 คน ในขณะที่โรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดอาจมีเด็กเกือบ 1000 คน   สถิติของปี 2007 พบว่าในจำนวน Comprehensive School – Peruskoulu ทั้งหมด 3042 แห่งมี โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 50 คนเป็นจำนวน 813 แห่ง และมีอยู่เพียง 151 แห่งที่มีจำนวนนักเรียน 500 คนขึ้นไป

เมื่อจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว นักเรียนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะเข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาระดับต่อไปได้ทุกแห่งในประเทศ  โดยที่หน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการศึกษาในสถานศึกษาส่วนที่รัฐบาลไม่ได้อุดหนุน ในกรณีที่เด็กนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อก็อาจจะออกไปประกอบอาชีพของตนได้  อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ในปัจจุบันไม่ค่อยจะเป็นที่นิยมนัก เพราะจากสถิติของปี 2007 พบว่านักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับในปีที่ 9 มีเพียง 6 % ที่ไม่ได้ศึกษาต่อโดยทันที   ส่วนใหญ่แล้ว (92%) ศึกษาต่อในสถานศึกษาระดับต่อไป   ที่เหลืออีกประมาณ 2% อยู่ศึกษาเพิ่มเติมในปีที่ 10 ที่ Comprehensive School – Peruskoulu ต่อ

2. มัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary School )

การศึกษาระดับต่อจากการศึกษาขั้นพื้นฐานในฟินแลนด์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ (General Upper Secondary School – Lukio)  กับ มัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ (Vocational Upper Secondary School)

2.1 General Upper Secondary School – Lukio

เป้าหมายของการศึกษาในระดับ Upper Secondary Education ของฟินแลนด์ตามกฎหมาย General Upper Secondary Schools Act 1998 คือ การพัฒนานักเรียนไปสู่ความเป็นสมาชิกของสังคมและปัจเจกชนที่ดี มีความสมดุล และมีอารยธรรม   ตลอดจนพัฒนานักเรียนให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อ การทำงาน ความสนใจส่วนบุคคล การพัฒนาบุคลิกภาพที่หลากหลาย   นอกจากนั้นยังต้องส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาตนเองของนักเรียน

การศึกษาใน Lukio นี้เป็นการศึกษาสำหรับนักเรียนอายุ 16 – 19 ปี   นักเรียนที่มีความประสงค์จะศึกษาต่อใน Lukio จะต้องจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน  อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาอาจจะยอมรับนักเรียนที่ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ หากสามารถแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะศึกษาในระดับ Lukio นี้ได้

การจัดการเรียนการสอนใน Lukio นี้มีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก เนื่องจากไม่ได้จัดแบ่งเป็นระดับชั้นเรียน และการสอนก็ไม่ได้เป็นชั้นปี แม้ว่าหลักสูตรของ Lukio จะมีระยะเวลา 3 ปี แต่นักเรียนก็สามารถเลือกโปรแกรมการเรียนตามความต้องการของตน และใช้เวลาในการศึกษาแตกต่างไปตามความสามารถของตน  อีกทั้งนักเรียนยังสามารถจัดการเรียนของตนเป็นแบบกลุ่มหรือรายบุคคลก็ได้  ทั้งนี้เวลาที่ใช้ในการศึกษาระดับ Lukio จะอยู่ระหว่าง 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับการจัดสรรเวลาในการเรียนของแต่ละคน  สำหรับวิชาในระดับ Lukio นี้ นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ 4-7 วิชา ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน โดยมีวิชาต่าง ๆ ดังนี้

  • -         ภาษาแม่ ได้แก่ Finnish หรือ Swedish (ทั้งสองภาษาเป็นภาษาราชการของฟินแลนด์)
  • -         ภาษาต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน หรือ ละติน โดยนักเรียนสามารถเลือกได้สองภาษา
  • -         ศาสนา จริยธรรม
  • -         เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา
  • -         ภูมิศาสตร์
  • -         จิตวิทยา
  • -         ประวัติศาสตร์
  • -         คณิตศาสตร์
  • -         ปรัชญา
  • -         สังคมศึกษา
  • -         ศิลปศึกษา
  • -         พลศึกษา

จากรายงานปี  พบว่าในจำนวนผู้ที่จบการศึกษาจาก General Upper Secondary School นี้ มีเพียง 20% เท่านั้นที่ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย    อีก19% เข้าศึกษาต่อใน Polytechnics และอีก 4% ศึกษาต่อใน Vocational Upper Secondary School   ส่วนที่ยังไม่ได้ศึกษาต่อในทันทีนั้นมีจำนวนสูงถึง 57%

2.2 Vocational Upper Secondary School

เป้าหมายการศึกษาของ Vocational Upper Secondary Education ตามกฎหมาย Vocational Education Act 1998 อยู่ที่ การส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการแสวงหาความชำนาญทางอาชีพ การหางาน ตลอดจนการประกอบกิจการของตน

Vocational Upper Secondary School จะรับนักเรียนอายุ 16 – 25 ปี ที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือเทียบเท่าโดยดูจากคะแนนรวมและคะแนนวิชาที่เกี่ยวข้อง   และรับผู้ที่จบจาก General Upper Secondary School ด้วย   อย่างไรก็ตาม การรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อนี้มีความยืดหยุ่นมาก เพราะสถานศึกษาอาจจะละเว้นจากการพิจารณาลำดับคะแนนก็ได้ หากมีเหตุผลที่เกี่ยวพันกับนักเรียนเฉพาะราย   นอกจากนี้ สถานศึกษายังอาจพิจารณารับผู้ที่ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานและมีอายุไม่น้อยกว่า 17 ปีเข้าศึกษาต่อเป็นกรณีพิเศษได้

การศึกษาใน Vocational Upper Secondary School นี้แบ่งเป็นโปรแกรมต่าง ๆ ดังนี้

  • -         มานุษยวิทยาและการศึกษา
  • -         วัฒนธรรม
  • -         สังคมศาสตร์, ธุรกิจและการบริหาร
  • -         วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
  • -         เทคโนโลยี,  การสื่อสารและการคมนาคม
  • -         ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • -         สังคมสงเคราะห์, สาธารณสุขและการกีฬา
  • -         การท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ

การเรียนการสอนใน Vocational Upper Secondary School นี้มีการจัดชั้นเรียนเป็นปี และนักเรียนจะต้องผ่านวิชาบังคับ ก่อนที่จะก้าวสู่การเรียนแบบ module ซึ่งสามารถจัดเป็นรายบุคคลได้  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีแนวโน้มที่จะละทิ้งการจัดการเรียนการสอนแบบเดิมมาเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนก้าวหน้าไปเป็นรายบุคคลมากที่สุด

3. อุดมศึกษา

การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของฟินแลนด์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่คู่ขนานกันไป คือ มหาวิทยาลัย และ Polytechnics

  • -         มหาวิทยาลัย

โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาลัยในฟินแลนด์จะเน้นที่การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ  มหาวิทยาลัยเหล่านี้ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยแบบหลายคณะและสาขาวิชา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี, วิทยาลัยธุรกิจ, วิทยาลัยศิลปะ   เป้าหมายของสถาบันการศึกษาเหล่านี้คือ ส่งเสริมความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยอย่างเป็นอิสระ   ตลอดจนจัดการศึกษาระดับสูงสุดบนพื้นฐานความรู้และการวิจัยเหล่านี้ในสาขาของตน   นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังต้องมุ่งตระเตรียมนักศึกษาให้พร้อมที่จะรับใช้ประเทศชาติและมนุษยชาติอีกด้วย

ผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการศึกษาในมหาวิทยาลัย ได้แก่ ผู้ที่ผ่านการสอบ Matriculation Examination ซึ่งมีสิทธิที่จะเข้าศึกษาต่อในทุกมหาวิทยาลัย ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ผ่านการสอบ International Buccalaureate และ European Buccalaureate ด้วย

ขณะเดียวกันผู้ที่จบการศึกษาด้าน Polytechnic ของฟินแลนด์, ผู้ที่ผ่านการศึกษา Post-Secondary Vocational Education หรือ ผู้ที่ผ่านการศึกษา Vocational Upper Secondary School เป็นเวลา 3 ปีก็มีสิทธิศึกษาต่อเช่นกัน

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังสามารถรับผู้สมัครที่มหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความรู้และทักษะความสามารถที่จำเป็นเพียงพอต่อการศึกษาต่อ ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันเปิดโอกาสให้มีความยืดหยุ่นในการรับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมากขึ้น  ด้วยเหตุนี้ หากมหาวิทยาลัยให้การรับรองว่าผู้สมัครเป็นผู้ที่มีความรู้และความสามารถเพียงพอ ผู้สมัครก็มีสิทธิที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงประวัติทางการศึกษาที่มี

ยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายยังอนุญาตให้มีความยืดหยุ่นในการรับรองการเรียนก่อนหน้านั้น กล่าวคือ มหาวิทยาลัยสามารถให้การรับรองการศึกษาในสถาบันการศึกษาอื่นทั้งในฟินแลนด์และต่างประเทศ  ตลอดจนการเรียนรู้ที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาในระบบอีกด้วย

มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะมีมหาวิทยาลัยเปิดเพื่อดำเนินการสอนในสาขาวิชาของตน  มหาวิทยาลัยเปิดเหล่านี้ไม่มีข้อกำหนดเรื่องอายุและระดับการศึกษาของนักศึกษา  อย่างไรก็ตาม นักศึกษาไม่สามารถรับปริญญาโดยผ่านการศึกษาในมหาวิทยาลัยเปิดนี้ แต่มีสิทธิที่จะเข้ารับการศึกษาต่อจนจบปริญญาในมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการสอนในมหาวิทยาลัยเปิดนี้ หลังจากผ่านการศึกษาในมหาวิทยาลัยเปิดมาแล้วอย่างน้อย 1 ใน 3 ของหลักสูตรปริญญานั้น

  • -         สถาบันอุดมศึกษาวิชาชีพ

ปรกติแล้วสถาบันอุดมศึกษาวิชาชีพในฟินแลนด์ หรือที่เรียกว่า Polytechnics นี้จะมุ่งไปที่ชีวิตการงานมากกว่า   ดัวยเหตุนี้ บางครั้งจึงเป็นที่รู้จักกันในฐานะมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือ AMK Institutions    การจัดการศึกษาอบรมโดย Polytechnics นี้จะเป็นไปเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน  ทั้งยังทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนการสอนและส่งเสริมการพัฒนาในภูมิภาคอีกด้วย

เป้าหมายของสถาบันอุดมศึกษาวิชาชีพคือการสร้างเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิชาชีพ ตามความต้องการของหน้าที่การงานและความจำเป็นในการพัฒนาต่าง ๆ

การรับสมัครนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาวิชาชีพจะรับจากผู้ที่ผ่านการสอบ Matriculation, ผู้ที่จบการศึกษาจาก General Upper Secondary School – Lukio หรือ Vocational Upper Secondary School   ตลอดจนผู้ที่มีคุณสมบัติทางการศึกษาระดับเดียวกันจากประเทศอื่น

นอกจากนี้กฎหมายยังอนุญาตให้สถาบันอุดมศึกษาวิชาชีพสามารถรับนักเรียนที่มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะทำการศึกษาต่อทางด้าน Polytechnic โดยจะต้องมีการประเมินก่อนการคัดเลือก

Leave a Reply