ใครมี “แวว” ยกมือขึ้น | www.choice2learn.net

ใครมี “แวว” ยกมือขึ้น

กรกฎาคม 14, 2011
By admin

ไม่น่าแปลกใจที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนกับ ที่ตนเป็น เช่น ครอบครัวที่พ่อแม่เป็นหมอ ก็อยากให้ลูกเป็นหมอ ในหลายๆ ครั้งความคาดหวังของพ่อแม่ ทำให้ลูกไม่มีความสุข เพราะลูกไม่มีความสนใจอยากเป็น “หมอ” ตามที่พ่อแม่คาดหวัง หากแต่สนใจงานขีดๆ เขียนๆ มากกว่า

ผู้เขียนรับราชการเป็น “ครูประจำชั้น” ระดับประถมศึกษาเพื่อทำหน้าที่ “สอนคน” มากกว่า “สอนหนังสือ” เป็น เวลากว่า 30 ปีก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ บทบาทของครูประจำชั้นที่สำคัญประการหนึ่งคือ การทำหน้าที่เป็นครูแนะแนว ช่วยชี้แนะแนวทางให้ทั้งลูกศิษย์และผู้ปกครองเดินตรงทางมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยให้ลูกศิษย์ได้ฉายแวว และมีความสุขกับการเรียนรู้มากขึ้น

เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่ให้เวลากับการทำมา หาเลี้ยงชีพจนไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเลี้ยงดูบุตร ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่สามารถสังเกตเห็น “แวว” ซึ่ง หมายถึง ความถนัด พรสวรรค์ ความโดดเด่นที่มีในตัวของลูก จึงส่งเสริมให้ลูกเป็นไปตามกระแสนิยมในสังคม อาทิ การส่งเสริมให้ลูกเป็นหมอ วิศวกร หรืออาชีพยอดนิยมในสังคม ทำให้พรสวรรค์ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมในตัวลูกเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย

ครูในฐานะ “พ่อ แม่ คนที่สอง” ควรเข้ามามีส่วนช่วยให้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้เข้าใจลูกหลานของตนเองอย่างถ่องแท้ เพื่อส่งเสริมลูกหลานได้ถูกทาง โดยเฉพาะรายที่มีลูกหลานเป็นเด็กอัจฉริยะ เด็กต้องได้รับการส่งเสริมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม มิฉะนั้นความเป็นอัจฉริยะของเด็กอาจลบเลือน และทำให้เด็กมีความทุกข์ เข้ากับเพื่อนไม่ได้ คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ไม่มีคนเข้าใจ

ครูควรสังเกต เก็บรวบรวมผลงานและบันทึกพฤติกรรมที่เด็ก ๆ แสดงออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเด็กมี “แวว” อะไร การมอบหมายงานให้เด็กๆ ช่วยกันทำในห้องเรียน ทำให้เด็กมีสถานการณ์ต้องเผชิญ “แวว” จะถูกฉายออกมาในขณะที่เด็กๆ ทำงาน

ยิ่งครูใกล้ชิดเด็กมากเท่าไรจะเห็น “แวว” ของเด็ก ๆ คมชัดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเด็กแต่ละคนอาจมี 1 แววใน 10 แวว ได้แก่ แววนักคิด แววนักวิชาการ แววสร้างสรรค์ แววนักวิทยาศาสตร์ แวว นักคณิตศาสตร์ แววผู้นำ แววนักภาษา แววนักกีฬา แววนักดนตรี และแววศิลปิน หรือเด็กบางคนอาจมีมากกว่า 1 แววก็เป็นไปได้

“เพราะการที่รู้ว่าเด็กมีแววอะไร จะช่วยให้ครูแนะนำแผนการเรียนให้กับเด็กๆได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ”

บทความโดย รศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี ข้าราชการบำนาญ
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาตตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา

ที่มา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

Leave a Reply