<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>www.choice2learn.net</title>
	<atom:link href="http://choice2learn.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://choice2learn.net</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Aug 2012 04:54:00 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>&#8220;กาดผญาล้านนา</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Aug 2012 04:54:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1131</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s480x480/255237_422599537786133_1350537292_n.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จัหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมห้องเรียนชุมชน &#8220;กาดผญาล้านนา&#8221; ในวันที่ 7-8 กันยายน 2555

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จัหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมห้องเรียนชุมชน &#8220;กาดผญาล้านนา&#8221; ในวันที่ 7-8 กันยายน 2555</p>
<p><img src="http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/s480x480/255237_422599537786133_1350537292_n.jpg" alt="" width="608" height="860" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/08/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวทีสาธารณะ  : โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ต้นแบบโรงเรียนฉบับชุมชน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Aug 2012 09:00:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1125</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="https://lh4.googleusercontent.com/-sf-uUWCOgTk/UCN7DThriNI/AAAAAAAAAcI/Whnn1o2DpjA/s503/tv1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ตำบลชะอวด อำเภอชะอวด  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เคยจะถูกปิดก่อนหน้านี้  ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการยุบรวมโรงเรียนเล็กๆ  โดยใช้นโยบายควบรวม เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารและการจัดการงบประมาณ  แต่ก็สร้างความลำบากให้กับเด็กในชุมชนที่ต้องเดินทางไกลมากขึ้น
เวที สาธารณะครั้งนี้ กลับมาอีกครั้งเพื่อถามถึงพัฒนาการ  หลังจากที่โรงเรียนแห่งนี้ได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ  ร่วมใจของชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ที่จะรักษาโรงเรียนชุมชนแห่งนี้ให้คงอยู่  เพื่อยังสามารถให้การศึกษาแก่บุตรหลานของชุมชนวัดท่าสะท้อน  ดังเช่นเคยเป็นมากว่า 50 ปี
พวกเขาประสบปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง ตลอด 5 ปี ของการฟันฝ่ากว่าจะมาถึงวันนี้
และอะไรคือการเรียนรู้จากการพยายาม สร้างต้นแบบโรงเรียนฉบับชุมชนแห่งนี้
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ว่า
“ลูกหลานเราไม่ต้องเก่งหรอก แต่ให้เป็นคนดีก็พอ”
 
“อยากให้เด็กๆ เรียนรู้อยู่ในหมู่บ้านตัวเอง เรียนรู้ชุมชนตัวเอง ไม่ลืมบ้านตัวเอง รู้เรื่องราวของชุมชน” 
ดำเนินรายการโดย ณาตยา แวววีรคุปต์
คลิกชมวีดีโอ http://program.thaipbs.or.th/newsprogram/article41830.ece?episodeID=
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://program.thaipbs.or.th/newsprogram/article41830.ece?episodeID=" target="_blank"><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-sf-uUWCOgTk/UCN7DThriNI/AAAAAAAAAcI/Whnn1o2DpjA/s503/tv1.jpg" alt="" width="503" height="301" /></a></p>
<p><strong>โรงเรียนวัดท่าสะท้อน</strong> ตำบลชะอวด อำเภอชะอวด  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เคยจะถูกปิดก่อนหน้านี้  ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการยุบรวมโรงเรียนเล็กๆ  โดยใช้นโยบายควบรวม เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารและการจัดการงบประมาณ  แต่ก็สร้างความลำบากให้กับเด็กในชุมชนที่ต้องเดินทางไกลมากขึ้น</p>
<p>เวที สาธารณะครั้งนี้ กลับมาอีกครั้งเพื่อถามถึงพัฒนาการ  หลังจากที่โรงเรียนแห่งนี้ได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ  ร่วมใจของชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ที่จะรักษาโรงเรียนชุมชนแห่งนี้ให้คงอยู่  เพื่อยังสามารถให้การศึกษาแก่บุตรหลานของชุมชนวัดท่าสะท้อน  ดังเช่นเคยเป็นมากว่า 50 ปี</p>
<p>พวกเขาประสบปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง ตลอด 5 ปี ของการฟันฝ่ากว่าจะมาถึงวันนี้<br />
และอะไรคือการเรียนรู้จากการพยายาม สร้างต้นแบบโรงเรียนฉบับชุมชนแห่งนี้<br />
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ว่า</p>
<p><strong>“ลูกหลานเราไม่ต้องเก่งหรอก แต่ให้เป็นคนดีก็พอ”</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>“อยากให้เด็กๆ เรียนรู้อยู่ในหมู่บ้านตัวเอง เรียนรู้ชุมชนตัวเอง ไม่ลืมบ้านตัวเอง รู้เรื่องราวของชุมชน” </strong></p>
<p><strong>ดำเนินรายการโดย ณาตยา แวววีรคุปต์</strong></p>
<p><strong>คลิกชมวีดีโอ<a href="http://program.thaipbs.or.th/newsprogram/article41830.ece?episodeID=" target="_blank"> </a></strong><a href="http://program.thaipbs.or.th/newsprogram/article41830.ece?episodeID=" target="_blank">http://program.thaipbs.or.th/newsprogram/article41830.ece?episodeID=</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล็งฟ้องศาลปค.ปลดทุกข์ให้เด็กไทย กระทบ &#8216;แป๊ะเจี๊ยะ –แอดมิดชั่น- โอเน็ต&#8217;</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/06/14/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%84-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/06/14/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%84-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jun 2012 15:05:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1122</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/06/14/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%84-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c%e0%b9%83/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.thaireform.in.th/images/stories2012/june/1006.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย  จัดเวทีแลกเปลี่ยนความทุกข์ทางการศึกษา จาก แป๊ะเจี๊ยะ –แอดมิดชั่น- โอเน็ต  เผยจัดการผ่านฝ่ายบริหารไม่เกิดผล เล็งรวบรวมประเด็นความผิดยื่นศาลปกครอง
 
 
วันที่ 10 มิถุนายน สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย จัดงาน “เวทีคนทุกข์จากการศึกษาไทย : จากแป๊ะเจี๊ยะ Admission และ O-net” ณ ห้องประชุมกาหลา ชั้น 3 โรงแรมสวนดุสิตเพลส กรุงเทพฯ  โดยให้ผู้ที่มีทุกข์จากการศึกษาไทยได้มาประชุมแลกเปลี่ยนปัญหาและทุกข์  หาเหตุแห่งทุกข์ และหาทางออกจากทุกข์  โดยสร้างการเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อการหลุดพ้นจากทุกข์ของการศึกษาไทย
นายสุรพล ธรรมร่มดี ฝ่ายวิชาการ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าว ถึงความทุกข์จากการศึกษา ที่พบเจอในปัจจุบัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังถูกยุบควบรวม  อันเนื่องจากกระทรวงศึกษาปล่อยปะละเลยไม่พัฒนาคุณภาพ และใช้วิธียุบทิ้ง   นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทดสอบการศึกษาระดับชาติ หรือ โอเน็ต  ที่จะมีการบังคับให้นักเรียนสอบแล้วก็จบให้ได้  ซึ่งทำให้มีผลกระทบอย่างมากในเรื่องของการไปกวดวิชาเพิ่มขึ้น  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thaireform.in.th/images/stories2012/june/1006.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย  จัดเวทีแลกเปลี่ยนความทุกข์ทางการศึกษา จาก แป๊ะเจี๊ยะ –แอดมิดชั่น- โอเน็ต  เผยจัดการผ่านฝ่ายบริหารไม่เกิดผล เล็งรวบรวมประเด็นความผิดยื่นศาลปกครอง</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>วันที่ 10 มิถุนายน <strong>สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย จัดงาน “เวทีคนทุกข์จากการศึกษาไทย : จากแป๊ะเจี๊ยะ Admission และ O-net”</strong> ณ ห้องประชุมกาหลา ชั้น 3 โรงแรมสวนดุสิตเพลส กรุงเทพฯ  โดยให้ผู้ที่มีทุกข์จากการศึกษาไทยได้มาประชุมแลกเปลี่ยนปัญหาและทุกข์  หาเหตุแห่งทุกข์ และหาทางออกจากทุกข์  โดยสร้างการเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อการหลุดพ้นจากทุกข์ของการศึกษาไทย</p>
<p><strong>นายสุรพล ธรรมร่มดี ฝ่ายวิชาการ สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย </strong>กล่าว ถึงความทุกข์จากการศึกษา ที่พบเจอในปัจจุบัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังถูกยุบควบรวม  อันเนื่องจากกระทรวงศึกษาปล่อยปะละเลยไม่พัฒนาคุณภาพ และใช้วิธียุบทิ้ง   นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทดสอบการศึกษาระดับชาติ หรือ โอเน็ต  ที่จะมีการบังคับให้นักเรียนสอบแล้วก็จบให้ได้  ซึ่งทำให้มีผลกระทบอย่างมากในเรื่องของการไปกวดวิชาเพิ่มขึ้น  หรือเด็กที่เริ่มเบื่อกับการเรียนที่เอาเกรด ก็จะเลิกเรียนกลางคัน เป็นต้น</p>
<p><strong>นายสุรพล กล่าวว่า การรับนักเรียนเข้าศึกษา   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)   ออกระเบียบเปิดช่องให้โรงเรียนสามารถเปิดรับนักเรียนใหม่ นอกโรงเรียนได้  20% ของจำนวนนักเรียนที่จะขึ้นไปเรียนต่อในชั้นต่อไป  ซึ่งโรงเรียนจะใช้ช่องนี้เรียกรับเงิน  รวมถึงการที่จะคัดนักเรียนของตนเองที่มีคุณภาพต่ำๆ ออกไป  และรับนักเรียนที่มีคุณภาพเข้ามาแทน </strong></p>
<p><strong>&#8220;วิธีการข้างขัดแย้งกับเจตนาของมาตรา 10 ของ  พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ว่า  การจัดการศึกษาต้องให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน  ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่ว ถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย&#8221; </strong>นายสุรพล กล่าว และว่า <strong> </strong>ที่ผ่านมาเราใช้ช่องทางไปประชุมกับคณะทำงานของทางกระทรวง แต่ไม่เกิดผล ระบบราชการก็เป็นแบบเดิม ซึ่งก็วนเวียนอยู่เช่นนี้ เป็น<strong> “เขาวงกต”</strong> ไม่มีการแก้ไข หรืออย่างเรื่อง แป๊ะเจี๊ยะ ก็เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ฉะนั้น  จึงทางสมาคมฯ มีแนวคิดที่จะฟ้องศาลปกครอง  เพราะหากตุลาการเป็นที่พึ่งทางการเมืองได้ ก็ต้องเป็นที่พึ่งทางการศึกษาได้  เช่นกัน  ด้วยเหตุว่า  เยาวชนกำลังได้รับความอยุติธรรมทางการศึกษามากมายหลายเรื่อง  ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้กลไกตุลาการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของราชการด้วย</p>
<p>นายสุรพล กล่าวด้วย หลังจากนี้ จะเริ่มหาประเด็นที่ สพฐ.  หรือหน่วยงานอื่นๆ เช่น   สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) (สมศ.)  ทำผิดกฎหมาย แล้วจะทำสำนวนฟ้องศาลปกครอง โดยเฉพาะเรื่องโอเน็ต  ที่จะมีการเตรียมออกระเบียบให้นักเรียนใช้คะแนน โอเน็ต 20% ในการจบการศึกษา  เนื่องจากเห็นว่า วิธีการนี้เป็นการตัดการศึกษา และหวังว่าจะยุบเลิก สมศ.  หากยังใช้วิธีการประเมิน โดยขาดกลไกการพัฒนาคุณภาพที่ตามมาด้วย  หรือขาดมาตรการในการพัฒนาคุณภาพที่ดีพอตามมาด้วย ถ้า  สมศ.ทำได้แค่ประเมินตกไม่ตกอย่างเดียวก็ควรยุบ</p>
<p>แหล่งที่มา <a href="http://www.thaireform.in.th/index.php?option=com_flexicontent&amp;view=items&amp;id=7688%3A2012-06-10-11-41-59">สำนักข่าวอิสรา</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/06/14/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%84-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%8c%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิทธิบ้านเรียนไทย เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/05/14/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/05/14/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 06:38:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1117</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/05/14/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>กำหนดการ งานสมัชชาการศึกษาโดยครอบครัว ๔ ภูมิภาค 
การประชุมสัมมนา เรื่อง“สิทธิบ้านเรียนไทย เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก”
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม  ๒๕๕๕ 
ณ ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ อาคาร ๓ 
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ.พญาไท กรุงเทพมหานคร

๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น.            ผู้เข้าร่วมประชุมลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม
๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๒๐ น.            เปิดการประชุมสัมมนา หัวข้อ “สิทธิบ้านเรียนไทย &#8230;  เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก”
โดย  อาจารย์รัชนี ธงไชย ผู้อำนวยการโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก
รศ..ดร.วีระเทพ เจริญปทุมวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน&#8230;กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม
ดำเนินรายการ      โดย  นายชาตรี เนาว์ธีรนนท์  นายกสมาคมบ้านเรียนไทย
๐๙.๒๐ น.- ๐๙.๓๐ น.              ชม VTR ประกอบบทกลอน “บ้านแห่งการเรียนรู้”
๐๙.๓๐ น. &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><strong>กำหนดการ งานสมัชชาการศึกษาโดยครอบครัว ๔ ภูมิภาค</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>การประชุมสัมมนา เรื่อง</strong><strong>“สิทธิบ้านเรียนไทย เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก”</strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม  ๒๕๕๕</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>ณ ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ อาคาร ๓</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ.พญาไท กรุงเทพมหานคร</strong></p>
<p style="text-align: center">
<p>๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น.            ผู้เข้าร่วมประชุมลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม</p>
<p>๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๒๐ น.            เปิดการประชุมสัมมนา หัวข้อ “สิทธิบ้านเรียนไทย &#8230;  เสรีภาพใหม่ของการศึกษาทางเลือก”</p>
<p>โดย  อาจารย์รัชนี ธงไชย ผู้อำนวยการโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก</p>
<p>รศ..ดร.วีระเทพ เจริญปทุมวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน&#8230;กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม</p>
<p>ดำเนินรายการ      โดย  นายชาตรี เนาว์ธีรนนท์  นายกสมาคมบ้านเรียนไทย</p>
<p>๐๙.๒๐ น.- ๐๙.๓๐ น.              ชม VTR ประกอบบทกลอน “บ้านแห่งการเรียนรู้”</p>
<p>๐๙.๓๐ น. &#8211; ๑๐.๓๐ น.             เสวนา เรื่อง “เสรีภาพบ้านเรียนไทย ใครคือผู้ทรงสิทธิ”</p>
<p>โดย  นายคมสรรค์ เมธีกุล  ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนานโยบายและมาตรการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</p>
<p>๑๐.๓๐ น. – ๑๐.๔๕ น             พักรับประทานของว่าง</p>
<p>๑๐.๔๕ น. – ๑๑.๓๐ น.            เปิดประเด็นอภิปราย – ทำความเข้าใจในการรักษาสิทธิบ้านเรียน</p>
<p>๑๑.๓๐ น. – ๑๑.๔๕ น.            เวทีการแสดง “เรื่องดี ๆ ที่เราทำได้” ของเด็กบ้านเรียนในอดีต</p>
<p>๑๑.๔๕ น. – ๑๒.๐๐ น.            “กำลังใจ &#8230; จากผู้ใหญ่ใจดี”            โดย  &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>(พักรับประทานอาหารกลางวัน)</p>
<p>๑๓.๐๐ น. – ๑๓.๑๕ น.            เวทีการแสดง “โลกนี้เป็นของเด็กบ้านเรียน”</p>
<p>๑๓.๑๕ น. – ๑๔.๐๐ น.            เวทีอภิปราย เรื่อง “บ้านเรียนไทย   สิทธิและเสรีภาพที่เลือกได้” (นำเสนอแนวทางทางเลือกสำหรับแผนการจัดการศึกษา</p>
<p>โดย    ครอบครัวที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ และวิธีการปรับใช้หลักสูตร   แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑,<br />
การสอบ O-Net กับ เด็กบ้านเรียน และ   โครงการนำร่องในการเปิดช่องทางสิทธิ ในการเทียบโอนและจดทะเบียนจัดการศึกษา<br />
ในรูปแบบที่หลากหลาย)</p>
<p>โดย  นายชาตรี เนาว์ธีรนนท์  นายกสมาคมบ้านเรียนไทย<br />
นางกนกพร สบายใจ  ที่ปรึกษานายกสมาคมฯ</p>
<p>๑๔.๐๐ น. – ๑๔.๓๐ น.            เปิดประเด็นอภิปราย จาก กัลยาณมิตรภาคีบ้านเรียน</p>
<p>๑๔.๓๐ น. – ๑๔.๕๐ น            (พักรับประทานอาหารว่าง)</p>
<p>๑๔.๕๐ น. – ๑๕.๔๐ น.           เวทีวิชาการ “การประเมินผลตามสภาพจริง &#8230; สะท้อนคุณภาพบนความหลากหลาย ที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย</p>
<p>นอกระบบโรงเรียน”โดย  อาจารย์ภาควิชาวิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p>๑๕.๔๐ น. – ๑๖.๓๐ น.            เปิดประเด็นอภิปราย – แนวทางในการประเมินผลเด็กบ้านเรียน</p>
<p>หมายเหตุ :       &#8211; กำหนดการนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเหมาะสม</p>
<p>- &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. ส่วนที่เว้นไว้ ยังไม่สามารถระบุชื่อ เนื่องจากอยู่ระหว่างการประสาน</p>
<p>- ตลอดการประชุม ดำเนินกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกันของเด็กบ้านเรียนที่ลานกิจกรรม</p>
<p>“ขอที่ว่างให้หนูนั่งหน่อย” ภายนอกห้องประชุม<strong> </strong></p>
<p><strong> ผู้รับผิดชอบโครงการ : สมาคมบ้านเรียนไทย</strong></p>
<p><strong> </strong><strong>ผู้ดำเนินงานโครงการ</strong><strong> </strong></p>
<p>นายชาตรี   เนาว์ธีรนนท์ : นายกสมาคมบ้านเรียนไทย และ กรรมการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย</p>
<p>นางกนกพร  สบายใจ : ที่ปรึกษานายกสมาคมบ้านเรียนไทย และ กรรมการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย</p>
<p>นางสาวนนทกรณ์ นีลวัฒนานนท์ : กรรมการสมาคมบ้านเรียนไทย</p>
<p>นางภควรรณ ไชยมณีกร : ผู้แทนเครือข่ายบ้านเรียนภาคใต้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/05/14/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียนผล&#8217;โอเน็ต&#8217;ชายแดนใต้ สกศ.ชี้ผลสำเร็จร.ร.เล็กขึ้นกับผู้บริหารเก่ง-มีฝีมือ</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/04/19/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/04/19/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Apr 2012 07:56:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1115</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/04/19/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a> นาย เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง  จัดโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ถอดบทเรียนจากผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต  ในการประเมินรอบ 2 ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา  (สมศ.)  ซึ่งการจะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กอยู่รอดได้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารโรงเรียนที่ จะต้องเป็นทั้งผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของ โรงเรียนที่มีอยู่อย่างจำกัด และเหตุใดโรงเรียนวัดตันติการามมิตรภาพที่ 109  ที่มีนักเรียน 70 คน จึงมีผลการประเมินสถานศึกษาได้คะแนนสูงสุดติดอันดับ 1  ใน 10 ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงน่าจะเป็น Best practices  หรือวิธีการปฏิบัติที่ดีที่จะช่วยให้โรงเรียนต่างๆ  นำแนวทางการบริหารจัดการรวมถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนไปใช้ประโยชน์ต่อไป
ด้าน  ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิ และผู้วิจัยโครง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small"> นาย เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง  จัดโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ถอดบทเรียนจากผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต  ในการประเมินรอบ 2 ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา  (สมศ.)  ซึ่งการจะทำให้โรงเรียนขนาดเล็กอยู่รอดได้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารโรงเรียนที่ จะต้องเป็นทั้งผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของ โรงเรียนที่มีอยู่อย่างจำกัด และเหตุใดโรงเรียนวัดตันติการามมิตรภาพที่ 109  ที่มีนักเรียน 70 คน จึงมีผลการประเมินสถานศึกษาได้คะแนนสูงสุดติดอันดับ 1  ใน 10 ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงน่าจะเป็น Best practices  หรือวิธีการปฏิบัติที่ดีที่จะช่วยให้โรงเรียนต่างๆ  นำแนวทางการบริหารจัดการรวมถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนไปใช้ประโยชน์ต่อไป</p>
<p>ด้าน  ดร.รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิ และผู้วิจัยโครง การ กล่าวว่า  จากการประเมินภายนอกรอบที่ 2 ของ สมศ. พบว่าโรงเรียนดังกล่าว  ซึ่งมีนางสุดสาย บุญช่วย เป็น ผอ.โรงเรียน มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน  ตามตัวบ่งชี้ที่ 5 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน  มูลนิธิจึงให้ความสนใจและนำมาถอดบทเรียนความสำเร็จ  โดยใช้วิธีการสนทนาเพื่อค้นหาสิ่งดีรอบตัวในบุคลากรของโรงเรียน  พบปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จแบ่งเป็นในระดับผู้เรียน  พบว่าผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียน  ทำการบ้านหลังเลิกเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน  นักเรียนมีทักษะการใช้ภาษาไทยคล่องแคล่ว  สามารถทำความเข้าใจและวิเคราะห์โจทย์ข้อสอบได้ดีกว่า  เมื่อเทียบกับเด็กในโรงเรียนมุสลิมที่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ภาษาไทย  ด้านครูผู้สอนพบว่า คำนึงถึงการวิเคราะห์ตัวชี้วัดของแต่ละวิชา  แล้วนำมาวางแผนการสอนมากกว่า ยึดเนื้อหาจากหนังสือ  เด็กสามารถทำการบ้านและทำกิจกรรมในวันหยุด โดยมีครูคอยเป็นพี่เลี้ยง  ในด้านผู้บริหารพบว่ามีการรับฟังความเห็นจากชุมชน จากคณะกรรมการสถานศึกษา  และถือเอาความต้องการของชุมชนในเรื่องการให้เด็กนักเรียนมีผลการเรียนใน  ระดับดีขึ้นไปเป็นหลัก</span><br />
แหล่งข้อมูล:</p>
<table style="width: 100%" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td></td>
<td align="left" valign="top"><span style="font-size: small"><span>วันที่ 06 เมษายน  พ.ศ. 2555 ปีที่ 21  ฉบับที่ 7799 ข่าวสดรายวัน</span></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/04/19/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ (ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๔)</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Mar 2012 17:55:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1105</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="https://lh4.googleusercontent.com/-avRqVdAITv8/T2PyK-MZjYI/AAAAAAAAAbY/ljhblHvmBZM/s781/pr.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
ข่าวสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒
-ราษฎรอาวุโสแนะแนวทางยึดชุมชนปฏิรูปการเรียนรู้
-สภาการศึกษาทางเลือกแถลงการณ์ร้องขจัด 3 อุปสรรค-เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครอง
-สกล. จี้รัฐเร่งปฏิรูปการศึกษาเตรียมล่า1หมื่นชื่อดันร่างพรบ.
-สภาการศึกษาทางเลือกเสนอเพิ่มหลักสูตรทางเลือกในหลักสูตรแกนกลาง
-เวทีศึกษาทางเลือกจี้ยุบก.ศึกษาฯเหตุทำสังคมล่มสลาย
ภาพบรรยากาศสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒


 คลิกดูภาพบรรยากาศงานสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ อีกมากกว่า ๓๐๐ ภาพ
 

 
ไฟล์นำเสนอในเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒
-ปฏิรูประบบการศึกษา โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี
-หลักสูตร ที่(เริ่ม) เลือกได้
 -“ สิทธิบ้านเรียน  ช่องว่างของการปฏิบัติที่ยังไปไม่ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ”
-(ร่าง) ยุทธศาสตร์ สภาการศึกษาทางเลือกปี พ.ศ. ๒๕๕๕


 
https://lh5.googleusercontent.com/-bhZqasX-C8E/T2Nx81GOO9I/AAAAAAAAAas/FxBdolI4no4/s285/file.jpg

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-avRqVdAITv8/T2PyK-MZjYI/AAAAAAAAAbY/ljhblHvmBZM/s781/pr.jpg" alt="" width="781" height="299" /></p>
<p><span style="font-size: x-large"><strong><span style="color: #993366"><span class="wp-oembed">ข่าวสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒</span></span></strong></span></p>
<h2><span style="font-size: medium"><a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=3&amp;t=2629">-ราษฎรอาวุโสแนะแนวทางยึดชุมชนปฏิรูปการเรียนรู้</a><br />
<a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=3&amp;t=2628">-สภาการศึกษาทางเลือกแถลงการณ์ร้องขจัด 3 อุปสรรค-เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครอง</a></span><strong><a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=3&amp;t=2627&amp;p=2833#p2833"><br />
<span style="font-size: medium">-สกล. จี้รัฐเร่งปฏิรูปการศึกษาเตรียมล่า1หมื่นชื่อดันร่างพรบ.</span></a></strong><br />
<span style="font-size: medium"><a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=3&amp;t=2626">-สภาการศึกษาทางเลือกเสนอเพิ่มหลักสูตรทางเลือกในหลักสูตรแกนกลาง</a><br />
</span><span style="font-size: medium"><a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=3&amp;t=2625">-เวทีศึกษาทางเลือกจี้ยุบก.ศึกษาฯเหตุทำสังคมล่มสลาย</p>
<p></a>ภาพบรรยากาศสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒</p>
<p></span></h2>
<p><a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.170278763091247.33326.100003273725076&amp;type=1&amp;aft=170288343090289"><img src="https://lh3.googleusercontent.com/-LTiQmfxY7Oo/T2N6GrrNITI/AAAAAAAAAbQ/I5cPqnaIUOI/s781/s.jpg" alt="" width="781" height="299" /></a></p>
<p><!--[if gte mso 9]&gt;  12.00  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0     false false false  EN-US X-NONE TH               MicrosoftInternetExplorer4              &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;                                                                                                                                            &lt;![endif]--><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:&quot;Table Normal&quot;; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-priority:99; 	mso-style-qformat:yes; 	mso-style-parent:&quot;&quot;; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin-top:0cm; 	mso-para-margin-right:0cm; 	mso-para-margin-bottom:10.0pt; 	mso-para-margin-left:0cm; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:11.0pt; 	mso-bidi-font-size:14.0pt; 	font-family:&quot;Calibri&quot;,&quot;sans-serif&quot;; 	mso-ascii-font-family:Calibri; 	mso-ascii-theme-font:minor-latin; 	mso-fareast-font-family:&quot;Times New Roman&quot;; 	mso-fareast-theme-font:minor-fareast; 	mso-hansi-font-family:Calibri; 	mso-hansi-theme-font:minor-latin; 	mso-bidi-font-family:&quot;Cordia New&quot;; 	mso-bidi-theme-font:minor-bidi;} --> <!--[endif] --><span style="font-size: large"><a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.170278763091247.33326.100003273725076&amp;type=1&amp;aft=170288343090289">คลิกดู</a></span><span style="font-size: large"><a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.170278763091247.33326.100003273725076&amp;type=1&amp;aft=170288343090289">ภาพบรรยากาศงานสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒ อีกมากกว่า ๓๐๐ ภาพ</a></span></p>
<p><span style="font-size: medium"> </span></p>
<p><span style="font-size: medium"><img src="https://lh6.googleusercontent.com/-Zcz6QUb-O1M/T2NyCPWSMmI/AAAAAAAAAa0/taYQLtKZT10/s285/vdo.jpg" alt="" width="285" height="25" /></span></p>
<p><span style="font-size: medium"><a href="http://youtu.be/tRhCYNYDJJg"><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-thWMeoU7_JM/T2P3idIv4kI/AAAAAAAAAbg/k61hJ3zjbJg/h120/vdo1.jpg" alt="" width="160" height="119" /></a> <a href="http://youtu.be/TlSvqCegcas"><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-2clO5UIxhK4/T2P3i3ENtvI/AAAAAAAAAbk/_m0gZRb6UKc/h120/vdo2.jpg" alt="" width="214" height="120" /></a></span></p>
<p><span style="font-size: medium">ไฟล์นำเสนอในเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒</span></p>
<p><a href="http://choice2learn.net/forum/download/file.php?id=8">-ปฏิรูประบบการศึกษา โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี</a><br />
<a href="http://choice2learn.net/forum/download/file.php?id=7">-หลักสูตร ที่(เริ่ม) เลือกได้</a><br />
<a href="http://choice2learn.net/forum/download/file.php?id=6"></a> <a href="http://choice2learn.net/forum/download/file.php?id=6">-“ สิทธิบ้านเรียน  ช่องว่างของการปฏิบัติที่ยังไปไม่ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ”</a><br />
<a href="http://choice2learn.net/forum/download/file.php?id=9">-(ร่าง) ยุทธศาสตร์ สภาการศึกษาทางเลือกปี พ.ศ. ๒๕๕๕<br />
</a></p>
<div id="_mcePaste" style="width: 1px;height: 1px;overflow: hidden">
<p><!--[if gte mso 9]&gt;  12.00  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0     false false false  EN-US X-NONE TH               MicrosoftInternetExplorer4              &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;                                                                                                                                            &lt;![endif]--><!--[if gte mso 10]&gt; &lt;!   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:&quot;Table Normal&quot;; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-priority:99; 	mso-style-qformat:yes; 	mso-style-parent:&quot;&quot;; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin-top:0cm; 	mso-para-margin-right:0cm; 	mso-para-margin-bottom:10.0pt; 	mso-para-margin-left:0cm; 	line-height:115%; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:11.0pt; 	mso-bidi-font-size:14.0pt; 	font-family:&quot;Calibri&quot;,&quot;sans-serif&quot;; 	mso-ascii-font-family:Calibri; 	mso-ascii-theme-font:minor-latin; 	mso-fareast-font-family:&quot;Times New Roman&quot;; 	mso-fareast-theme-font:minor-fareast; 	mso-hansi-font-family:Calibri; 	mso-hansi-theme-font:minor-latin; 	mso-bidi-font-family:&quot;Cordia New&quot;; 	mso-bidi-theme-font:minor-bidi;} --> <!--[endif] --></p>
<p class="MsoNormal">https://lh5.googleusercontent.com/-bhZqasX-C8E/T2Nx81GOO9I/AAAAAAAAAas/FxBdolI4no4/s285/file.jpg</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/03/09/1078/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/03/09/1078/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Mar 2012 08:56:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1078</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/03/09/1078/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="https://lh3.googleusercontent.com/-vYsLEAqI_KA/T1nCPq5funI/AAAAAAAAAFA/WOqu1HD7824/s992/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2589.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
ขอเชิญติดตามเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒  (ประจำปี ๒๕๕๔ )
วันที่ ๑๔ &#8211; ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ณ อาคารวิจัยการศึกษาต่อเนื่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพมหานคร
รับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ http://www.suephaktai.com http://tvthainetwork.com
วิทยุชุมชนต้นแบบ FM 100.75 MHz จ.กาญจนบุรี (www.apck.org) ร่วมถ่ายทอดสด
กำหนดการเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒  (ประจำปี ๒๕๕๔ ) 
วันที่ ๑๔ &#8211; ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ 
ณ ห้องประชุมชั้น 2 (เธียรเตอร์) อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพมหานคร 
*************************************************************
วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕  



๐๘.๐๐   น. –  ๐๙.๐๐ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://lh3.googleusercontent.com/-vYsLEAqI_KA/T1nCPq5funI/AAAAAAAAAFA/WOqu1HD7824/s992/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2589.jpg" alt="" width="971" height="255" /></p>
<h1 style="text-align: center"><span style="font-size: large"><span style="color: #000080"><strong>ขอเชิญติดตามเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒  (ประจำปี ๒๕๕๔ )<br />
วันที่ ๑๔ &#8211; ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕</strong><strong><br />
ณ อาคารวิจัยการศึกษาต่อเนื่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</strong><strong><br />
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพมหานคร</strong></span></span></h1>
<p style="text-align: center"><span style="font-size: large"><span style="color: #000000"><strong>รับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ </strong><a href="http://www.suephaktai.com/" target="_blank">http://www.suephaktai.com</a> <a href="http://tvthainetwork.com/" target="_blank">http://tvthainetwork.com</a></span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="font-size: large"><span style="color: #000000">วิทยุชุมชนต้นแบบ FM 100.75 MHz จ.กาญจนบุรี (<a href="http://www.apck.ort">www.apck.org)</a> ร่วมถ่ายทอดสด</span></span></p>
<p style="text-align: center"><strong>กำหนดการเวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่ ๒  (ประจำปี ๒๕๕๔ )</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>วันที่ ๑๔ &#8211; ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>ณ </strong><strong>ห้องประชุมชั้น </strong><strong>2 (เธียรเตอร์) อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง</strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพมหานคร</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center">*************************************************************</p>
<p style="text-align: center"><strong>วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕ </strong><strong> </strong></p>
<table style="width: 655px;text-align: center" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr style="text-align: left">
<td width="151" valign="top">๐๘.๐๐   น. –  ๐๙.๐๐ น.<strong> </strong></td>
<td width="504" valign="top">ลงทะเบียน</td>
</tr>
<tr style="text-align: left">
<td width="151" valign="top">๐๙.๐๐   น. –  ๐๙.๑๕ น.<strong> </strong></td>
<td width="504" valign="top">วิดีทัศน์เรื่อง   <strong>“การศึกษาทางเลือก ความหลากหลายที่งดงาม”</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๐๙.๑๕ น. – ๐๙.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top">กล่าวเปิดงาน<strong> </strong>โดย <strong>รศ. สุภา ปานเจริญ</strong></p>
<p style="text-align: left">รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๐๙.๓๐   น. – ๑๐.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top">บรรยายพิเศษ   เรื่อง <strong>“เส้นทางการศึกษาทางเลือก สู่การปฏิรูปใหญ่การศึกษาไทย”</strong></p>
<p>โดย   <strong>นายพิภพ  ธงไชย </strong>กรรมการผู้จัดการสถาบันการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม   มูลนิธิเด็ก</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๐.๓๐   น. เป็นต้นไป</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top">เวทีอภิปราย   เรื่อง <strong>“ศักยภาพของการศึกษาทางเลือก กับโอกาสการปฏิรูปการศึกษาไทย”</strong></p>
<p>(นำเสนอเนื้อหาหลักโดยนักวิชาการ   ๒๐ นาที ให้ความเห็นโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐ นาที   และช่วงท้ายเปิดให้ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยน ๓๐ นาที)</p>
<p>ดำเนินรายการโดย   <strong>นาย เทวินฏฐ์  อัครศิลาชัย </strong>โรงเรียนม่อนแสงดาว</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top"></td>
<td width="504" valign="top"><span style="text-decoration: underline">ภาคเช้า   (๒ เรื่อง) </span></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๐.๓๐   น. – ๑๑.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top"><strong>๑. </strong><strong>ฝ่าวงล้อมปัญหาและอุปสรรคการจัดการศึกษาทางเลือกในสังคมไทย </strong><strong> </strong></p>
<p>โดย <strong>นายยุทธชัย  เฉลิมชัย</strong> นักวิจัยอิสระด้านการศึกษา</p>
<p><strong> ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น</strong> โดย <strong>รศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ </strong></p>
<p>คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๑.๓๐   น. – ๑๒.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top"><strong>๒. </strong><strong>สิทธิบ้านเรียนช่องว่างของการปฏิบัติที่ยังไปไม่ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย</strong><strong> </strong></p>
<p>โดย<strong> นายคมสรรค์    เมธีกุล</strong> ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนานโยบายและมาตรการ</p>
<p>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</p>
<p><strong>ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น</strong> โดย <strong>ศาสตราจารย์   พิเศษ ดร.เอกวิทย์  ณ ถลาง</strong></p>
<p>นักวิชาการและนักคิดทางด้านการศึกษาและวัฒนธรรม <strong> </strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๒.๓๐   น. – ๑๓.๓๐ น.</td>
<td width="504" valign="top">รับประทานอาหารกลางวัน<strong> </strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top"></td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top">เวทีอภิปราย   เรื่อง <strong>“ศักยภาพของการศึกษาทางเลือก กับโอกาสการปฏิรูปการศึกษาไทย”</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top"></td>
<td width="504" valign="top"><span style="text-decoration: underline">ภาคบ่าย   (๒ เรื่อง)</span></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๓.๓๐   น. – ๑๔.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top"><strong>๓. </strong><strong>หลักสูตรการศึกษาที่มีทางให้เลือก ปัญหาที่รอการปลดล็อค</strong><strong> </strong></p>
<p>โดย    <strong>นายศิลวัต ศุษิลวรณ์</strong> โรงเรียนเพลินพัฒนา</p>
<p><strong>ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น</strong> โดย <strong>รศ.ประภาภัทร  นิยม </strong>อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table style="width: 655px;text-align: center" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๔.๓๐   น. – ๑๕.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top"><strong>๔. </strong><strong>การศึกษาทางเลือกกับการแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน</strong><strong> </strong></p>
<p>โดย <strong>นายสุรพล  ธรรมร่มดี</strong> กรรมการสภาการศึกษาทางเลือก</p>
<p><strong>ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็น</strong> โดย <strong>รศ.ศรีศักดิ์  วัลลิโภดม </strong><a title="มูลนิธิเล็กประไพ วิริยะพันธุ์ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9E_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">มูลนิธิเล็กประไพ   วิริยะพันธุ์</a></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๕.๓๐   น. – ๑๕.๔๕ น.</td>
<td width="504" valign="top">พักรับประทานอาหารว่าง</td>
</tr>
<tr style="text-align: left">
<td width="151" valign="top">๑๕.๔๕   น. – ๑๗.๐๐ น.</td>
<td width="504" valign="top">-   นำเสนอสรุปผลการดำเนินงานสภาการศึกษาทางเลือก<strong> </strong>ปี ๒๕๕๔<strong> </strong></p>
<p>-   เวทีจัดทำแผนยุทธศาสตร์การทำงานสภาการศึกษาทางเลือก ปี ๒๕๕๕</p>
<p>โดย   <strong>นายชัชวาลย์  ทองดีเลิศ </strong>เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือก<strong> </strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๗.๐๐   น. – ๑๘.๐๐ น.</td>
<td width="504" valign="top">รับประทานอาหารเย็น</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๘.๐๐   น. – ๒๐.๐๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="504" valign="top"><strong>วงสนทนาสภาการศึกษาทางเลือก</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: left">๑.        ระดมความเห็นต่อร่างมติ<strong> </strong><strong>การปฏิรูปการศึกษา</strong><strong> </strong><strong>: </strong>ปรับทิศทางการศึกษาเพื่อสร้างคุณภาพ<strong> </strong><strong>สมัชชาปฏิรูประดับชาติ   ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๕</strong><strong> </strong></p>
<p>๒.      เวทีวิชาการนานาชาติว่าด้วยเรื่องการศึกษาทางเลือก</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center"><strong>วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕ </strong><strong> </strong></p>
<table style="width: 667px;text-align: center" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr style="text-align: left">
<td width="151" valign="top">๐๘.๐๐ น. – ๐๘.๓๐ น.</td>
<td width="516" valign="top">ลงทะเบียน</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="516" valign="top">วิดีทัศน์ประมวลภาพเวที   วันที่ ๑๔ มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="516" valign="top"><strong>กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม </strong><strong> </strong></p>
<p>โดย   <strong>อาจารย์ระพี  สาคริก </strong>นายกสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย<strong> </strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๐๙.๓๐ น. – ๑๐.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="516" valign="top">ปาฐกถาพิเศษ   เรื่อง <strong>“วิสัยทัศน์การศึกษาใหม่เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย”</strong></p>
<p>โดย   <strong>ศ.นพ. ประเวศ วะสี</strong> ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๐.๓๐ น. – ๑๑.๐๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="516" valign="top">การแสดงดนตรี   โดย<strong> เด็กบ้านเรียน</strong> <em>(เดี่ยวไวโอลีน)</em></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๑.๐๐   น. – ๑๑.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="516" valign="top"><strong>นำเสนอ   ยุทธศาสตร์การทำงานสภาการศึกษาทางเลือก </strong><strong>ปี ๒๕๕๕</strong><strong> ต่อที่ประชุม</strong></p>
<p>โดย   เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือก</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๑.๓๐   น. – ๑๒.๓๐ น.</td>
<td style="text-align: left" width="516" valign="top"><strong>ปิด</strong><strong>เวทีสมัชชาการศึกษาทางเลือกครั้งที่   ๒</strong><strong> </strong>การแสดงของเด็กๆ<strong> </strong></p>
<p>๑.   ชุด <strong>“บ้านอุ่นรักโยคะ”</strong>โดยโรงเรียนบ้านอุ่นรัก   จังหวัดกาญจนบุรี</p>
<p>๒.   ชุด <strong>“รำตง” </strong>โดยศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนไร่โว่  จังหวัดกาญจนบุรี<strong> </strong></p>
<p>๓. ชุด<strong> </strong><strong>“วิจิตรจินตลีลา    ชาติพันธุ์แห่งขุนเขา” </strong>โดยโรงเรียนม่อนแสงดาว   จังหวัดเชียงราย</td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๒.๐๐   น. – ๑๓.๐๐ น.</td>
<td width="516" valign="top"><strong>แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="151" valign="top">๑๒.๐๐   น. – ๑๓.๐๐ น.</td>
<td width="516" valign="top">รับประทานอาหารกลางวัน<strong> </strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/03/09/1078/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“รร.วัดท่าสะท้อน” บทพิสูจน์ความสุขจากการศึกษาทางเลือกในโรงเรียนเล็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/03/04/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/03/04/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Mar 2012 00:33:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1074</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/03/04/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.isranews.org/images/stories/thumbnails/images-stories-mlitscl1-336x277.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ปี  2547 โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  โรงเรียนเล็กๆในวิถีอันเงียบสงบของชุมชนป่าพรุควนเคร็ง ถูกปิดลง  ด้วยเหตุผลว่าจำนวนนักเรียนลดลง ไม่คุ้มทุนกับการบริหารจัดการ
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
ผู้บริหารโรงเรียน คุณครูถูกย้ายออก ไม่มีใครเข้ามาดูแลแทน นักเรียนกว่า  40 คนต้องเคว้งคว้างไม่มีที่เรียน  บางคนย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบ้านศาลาทวดทอง ที่อยู่ไกลจากชุมชนกว่า 8  กิโลเมตร
ปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญและสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง คือ  “เด็กๆต้องเดินทางไกล”  ไป-กลับโรงเรียนใหม่,ความยากลำบากในฤดูฝนกับเส้นทางที่ผ่านป่าพรุน้ำท่วมขัง  บางช่วงไม่ปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น  เกิดภาระที่ชาวบ้านต้องแบกรับไว้ด้วยความจำยอม
หน่วยงานการศึกษาท้องถิ่นให้คำมั่นสัญญาถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า  ‘เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายเพียงชั่วคราว’  ไม่นานโรงเรียนวัดท่าสะท้อนจะกลับมาบริการชุมชนเช่นเดิม
เสียงเพลงชาติทุกเช้าขาดหาย ทุกอย่างเงียบสนิท  คำสัญญาให้ล่องลอยไปในอากาศ โรงเรียนวัดท่าสะท้อนถูกปิดตาย  ชาวบ้านรู้สึกใจหาย เมื่อโรงเรียนของปู่ย่ากลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ชุมชน
 กว่า 3 ปี บนเส้นทางแห่งความขัดแย้งมองไม่เห็นความเป็นไปได้ ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อทวงคืนวัฒนธรรรมบ้าน-วัด-โรงเรียน(บวร) ให้กลับมาอีกครั้ง เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นเพื่อต่อรอง  ยื่นข้อเสนอโดยผ่านมติประชาคมวัดท่าสะท้อน เพื่อเรียกร้องขอให้เปิดโรงเรียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.isranews.org/images/stories/mlitscl1.jpg"><img class="alignleft" src="http://www.isranews.org/images/stories/thumbnails/images-stories-mlitscl1-336x277.jpg" alt="" width="336" height="277" /></a><strong>ปี  2547 โรงเรียนวัดท่าสะท้อน ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  โรงเรียนเล็กๆในวิถีอันเงียบสงบของชุมชนป่าพรุควนเคร็ง ถูกปิดลง  ด้วยเหตุผลว่าจำนวนนักเรียนลดลง ไม่คุ้มทุนกับการบริหารจัดการ</strong></p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>ผู้บริหารโรงเรียน คุณครูถูกย้ายออก ไม่มีใครเข้ามาดูแลแทน นักเรียนกว่า  40 คนต้องเคว้งคว้างไม่มีที่เรียน  บางคนย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบ้านศาลาทวดทอง ที่อยู่ไกลจากชุมชนกว่า 8  กิโลเมตร</p>
<p>ปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญและสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง คือ  “เด็กๆต้องเดินทางไกล”  ไป-กลับโรงเรียนใหม่,ความยากลำบากในฤดูฝนกับเส้นทางที่ผ่านป่าพรุน้ำท่วมขัง  บางช่วงไม่ปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น  เกิดภาระที่ชาวบ้านต้องแบกรับไว้ด้วยความจำยอม</p>
<p><strong>หน่วยงานการศึกษาท้องถิ่นให้คำมั่นสัญญาถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า  ‘เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายเพียงชั่วคราว’  ไม่นานโรงเรียนวัดท่าสะท้อนจะกลับมาบริการชุมชนเช่นเดิม</strong></p>
<p><strong>เสียงเพลงชาติทุกเช้าขาดหาย ทุกอย่างเงียบสนิท  คำสัญญาให้ล่องลอยไปในอากาศ โรงเรียนวัดท่าสะท้อนถูกปิดตาย  ชาวบ้านรู้สึกใจหาย เมื่อโรงเรียนของปู่ย่ากลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ชุมชน</strong></p>
<p><strong> กว่า 3 ปี บนเส้นทางแห่งความขัดแย้งมองไม่เห็นความเป็นไปได้ ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อทวงคืนวัฒนธรรรมบ้าน-วัด-โรงเรียน(บวร)</strong> ให้กลับมาอีกครั้ง เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นเพื่อต่อรอง  ยื่นข้อเสนอโดยผ่านมติประชาคมวัดท่าสะท้อน เพื่อเรียกร้องขอให้เปิดโรงเรียน  จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อรัฐไม่ได้ยินเสียงชาวบ้าน  กระบวนการเรียนรู้ในการจัดการตัวเองจึงเกิดขึ้น</p>
<p><strong>“การศึกษา ที่จัดตั้งโดยคนไม่มีการศึกษาจะทำได้หรือไม่”</strong> เสียงสะท้อนของชาวบ้านแสดงให้เห็นว่า  พวกเขาต้องใช้เวลาต่อสู้กับความหวั่นวิตกและทัศนคติดั้งเดิมเกี่ยวกับระบบ การศึกษาทั้งของตนเองและภาครัฐ เพื่อต้องการยืนยันหลักคิดที่ว่า  “การเรียนรู้เริ่มต้นได้จากบ้าน”  ของทุกคนและวิถีชีวิตการทำมาหากินสามารถสร้างเป็นหลักสูตร  หลักประกันความอยู่รอดอันเป็นจริงให้กับเด็กๆได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>“อยากให้ลูกหลานได้เรียนตามวิถีของตนเอง เป็นคนดีและมีความสุข”  นี่คือตัวชี้วัดทางการศึกษาที่ชาวบ้านใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ  เมื่อได้ข้อตกลงร่วมกัน “หลักสูตรการเรียนการสอนฉบับชุมชน” จึงเกิดขึน</strong></p>
<p><strong>วัชระ เกตุชู เล่าว่า  “ชาวบ้านมาคุยกันถึงประวัติความเป็นมาของโรงเรียน ผลของการร่วมไม้ร่วมมือ  แรงใจของปู่ย่าในการสร้างโรงเรียนแห่งนี้เพื่อให้เป็นสถานศึกษาของเด็กๆ  ดังนั้น แล้วจึงลงความเห็นว่าจะต้องเปิดโรงเรียนอีกครั้ง”</strong> การเปิดโรงเรียนใหม่ มีสิ่งที่แตกต่างออกไป คือ  การเรียนการสอนจะต้องสอดคล้องกับชุมชนท้องถิ่น  ชาวบ้านมีส่วนร่วมจัดการเรียนการสอน เป็น “การศึกษาทางเลือก”  ซึ่งมุ่งเน้นให้เด็กๆเรียนรู้ศักยภาพที่หลากหลายและสอดคล้องกับตัวเองและ ชุมชน</p>
<p><strong>หลักสูตรใหม่ของโรงเรียนวัดท่าสะท้อน ไม่เพียงสอนความรู้ แต่สอนกระบวนคิดที่จะเรียนรู้ให้กับเด็กด้วย</strong> ประกอบด้วย <strong>หน่วยที่ 1 สืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชน</strong> ทรัพยากรชุมชน การสืบทอดภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมบรรพชน เรียนรู้การทำมาหากินที่พึ่งพาทรัพยากร <strong>หน่วยที่ 2 ศึกษาทรัพยากรและความสมบูรณ์ของทรัพยากร</strong>ในอดีต และเหตุการณ์การความเปลี่ยนแปลง รวมถึงแนวทางฟื้นฟูทรัพยากร</p>
<p><strong>หน่วยที่ 3 เครื่องมือหากินประมงพื้นบ้าน</strong> เช่น การใช้ยอใหญ่ ยอเล็ก แห ลัน(ไซสำหรับตักปลาไหล ทำจากไม้ไผ่ทั้งปล้อง) กัด(อวนสำหรับดักจับปลาน้ำตื้น)<strong> หน่วยที่ 4 เกษตรไร้สารพิษ</strong> เรียนรู้การเพาะเห็ด การทำน้ำหมัก การปลูกผักพื้นบ้าน การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ หน่วยที่ <strong>5 การปลูกสมุนไพร นำมาใช้เป็นยารักษาโรค หน่วยที่ 6 การหาผึ้ง รู้จักผึ้งกับป่าพรุ</strong> วงจรชีวิตของผึ้ง การเก็บน้ำผึ้ง การดูแลป่าให้เกิดผึ้ง</p>
<p><strong>หน่วยที่ 7 หัตถกรรมพื้นบ้านและการจักสานกระจูด</strong> การทำเสื่อ กระสอบนั่ง กระสอบนาด หมุก(ภาชนะทรงกลม ใส่ของพร้อมฝาปิด) ตะกร้า และกระเป๋า <strong>หน่วยที่ 8 งานไม้ รู้จักเครื่องมือที่ใช้ การประดิษฐ์งานไม้ใช้ในครัวเรือน</strong> และ <strong>หน่วยที่ 9 เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม เช่น การทำซอ</strong> สีซอ การเป่าปี่ ขลุ่ย กลองยาว หนังตะลุง มโนราห์ เพลงบอก</p>
<p>ห้องเรียนโรงเรียนวัดท่าสะท้อนจึงกว้างใหญ่ กินอาณาเขตพื้นที่ป่าพรุ ลำคลองบางกลม กอไผ่และฝูงปลาในลำห้วย <strong>ทักษะ การพึ่งพาตนเองในระบบวิถีชีวิตดั้งเดิม  ได้รับการเผยแพร่และถ่ายทอดผ่านครูชาวบ้าน  อันเป็นพ่อแม่ลุงป้าน้าอาของเด็กๆ ทั้งนี้ยังสร้างเครือข่ายครูชาวบ้าน  ปราชญ์ชุมชน</strong> และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เป็นหัวสำคัญ  โดยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของชุมชน “เน้นที่การสร้างตัวตน  สร้างคุณค่าจากความรู้ที่มีในชุมชน และมีเด็กเป็นตัวเชื่อม”</p>
<p><strong>9 กรกฎาคม 2550  ธงชาติถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาอีกครั้ง เสียงร้องเพลงชาติไทยดังเจื้อยแจ้ว</strong> เด็กหญิงชาย 26 ชีวิตได้กลับมาเข้าแถวที่สนามหญ้าโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง  ผู้เฒ่าผู้แก่ มองความสำเร็จตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ บรรยากาศ “บ้าน วัด  และโรงเรียน” คืนความเป็นชุมชนหนึ่งเดียว โต๊ะ เก้าอี้ กระดานดำ  กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โรงเรียนไม่ได้ถูกแยกส่วนเหมือนอย่างเคย  แต่เป็นโรงเรียนชุมชน ครูชาวบ้านและนักเรียนลูกหลาน  ที่มากไปกว่านั้นคือบทพิสูจน์ผลลัพท์แห่งความพยายามตลอด 3 ปีของชาวบ้าน<a href="http://www.isranews.org/images/stories/mlitscl2.jpg"><img class="alignright" src="http://www.isranews.org/images/stories/thumbnails/images-stories-mlitscl2-315x214.jpg" alt="" width="315" height="214" /></a></p>
<p>18 กุมภาพันธ์ 2555   ยอดต้นจิกและพวงดอกจิกสีเขียวสลับแดงอ่อนสดปลั่งอวบน้ำถูกจัดวางไว้ในถาด  ปลาชะโดตัวขนาดแขนของพ่อ  ฝีมือการตกเบ็ดของลูกศิษย์โรงเรียนถูกแปรรูปเป็นวัถตุดิบสำคัญในการทำแกงส้ม และแกงกระทิสดรสมือแม่  อาหารกลางวันสำหรับวงประชุมวันนี้ในบรรยากาศการนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวการ ต่อสู้ที่ผ่านมา และสถานการณ์โรงเรียนทางเลือกในวันนี้</p>
<p>ที่ศาลาสอนวิชาศิลปะของครูเลี่ยม วัชระ เกตุชู คุณครูของชุมชน  เขาเล่าว่า “ทุกวันนี้บรรยากาศแห่งความขัดแย้ง  ตึงเครียดได้คลี่คลายลงไปแล้ว  เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนผู้รับผิดชอบในภาครัฐรุ่นใหม่ เกิดความเข้าใจ  และกลายร่วมมือร่วมใจกันมากขึ้น”</p>
<p><strong>“พอใจและดีใจมากๆ ที่ได้โรงเรียนกลับคืนมา  ทางกรมป่าไม้ยังเห็นความสำคัญจัดเป็นห้องเรียนตัวอย่างเพื่อให้ชุมชนอื่นๆ เข้ามาเรียนรู้ อยากให้ที่อื่นเป็นเหมือนที่ท่าสะท้อนบ้านเรา”</strong>นางพริ้ม มากดำ กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เธอไม่ต้องการอะไรแค่อยากเห็นเด็กๆเรียนใกล้บ้าน มีความสุขกับการไปโรงเรียน</p>
<p>ผลลัพท์ คือ <strong>“เด็กๆร่าเริง แข็งแกร่ง เก่งและช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ ผลการเรียนก็ไม่ได้น้อยหน้าโรงเรียนอื่นๆ อยู่ระดับต้นๆของอำเภอ”</strong> ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวเสียงดัง เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความพลังและแรงใจของคนไม่รู้หนังสือ</p>
<p><strong>สมศักดิ์  คงทอง คุณครูสอนวิชาทำมาหากิน กล่าวเสริมว่า  เขามีหน้าที่สอนเรื่องการทำประมง หาปลา ตกเบ็ด  สอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเพื่อได้ทดลองปฏิบัติจริ</strong>ง  สอนจากประสบการณ์จริง ซึ่งเด็กๆตั้งใจเรียนและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  เด็กๆสามารถกลับไปปฏิบัติเองที่บ้านได้ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว และ<strong>เพิ่มทักษะชีวิตให้เด็กๆสามารถใช้ทักษะเหล่านี้ทำมาหากินได้ในท้องถิ่นของตนเอง</strong> ตัวเขาเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นครู แต่ก็สามารถสอนเด็กๆได้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา<br />
…………………<strong></strong></p>
<p><strong>จากที่เคยหวั่นใจกับความไม่รู้หนังสือของตนเองว่าจะจัดระบบการ ศึกษาได้หรือไม่ แต่เพื่อลูกหลานและชุมชน  ชาวบ้านช่วยกันต่อสู้เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่เป็นจริง</strong> จนประสบความสำเร็จเป็นหลักสูตรที่บูรณาการเนื้อหาสาระการเรียนรู้ในโลกแห่ง วิชาการและโลกแห่งความเป็นจริงอย่างสอดคล้องกับวิถีชุมชน  และยังเป็นต้นแบบสู่โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ</p>
<p><strong>“ความสุขของนักเรียนลูกหลาน และ รอยยิ้มของครูชาวบ้าน”  ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีคุณภาพและน่าพึงพอใจที่สุดแล้วสำหรับวันนี้  ที่ชุมชนวัดท่าสะท้อน </strong></p>
<p><strong>แหล่งที่มา<a href="http://www.isranews.org/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99/58-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99/5625-2012-02-24-15-56-39.html"> </a></strong><a href="http://www.isranews.org/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99/58-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99/5625-2012-02-24-15-56-39.html">http://www.isranews.org</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/03/04/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ห้องเรียนภูมิปัญญาล้านนาฤดูร้อน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/02/29/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/02/29/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Feb 2012 18:34:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1070</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/02/29/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="https://lh5.googleusercontent.com/-SaxZPxnaFOo/T05txUrd9XI/AAAAAAAAAEs/AT1CpuHTDP0/s720/summer.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="https://lh5.googleusercontent.com/-SaxZPxnaFOo/T05txUrd9XI/AAAAAAAAAEs/AT1CpuHTDP0/s720/summer.jpg" alt="" width="1033" height="728" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/02/29/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้อนศร ! สวนกระแสนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/02/16/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2-2/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/02/16/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2012 03:40:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1062</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/02/16/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2-2/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ทันที่มีรายงานข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  ประกาศนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ให้เหลือ 20,000 โรง จากที่มีอยู่ 30,000 โรง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555   โรงเรียนขนาดเล็กในภาคกลางได้รวมตัวกันตั้งเครือข่ายพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ขนาดเล็กขึ้น โดยมีนายเดชา พงษ์แดง ผู้อำนวยการโรงเรียนชายนาพัฒนา อ.เสนา  จ.พระนครศรีอยุทธยา เป็นประธานเครือข่าย
จากกระแสการยุบโรงเรียนขนาดเล็กเป็นกระแสต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ ศธ.  แถลงเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555  ว่าจะเดินหน้ายุบโรงเรียนประถมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.) ให้เหลือ 20,000 โรง จากที่มีอยู่ 30,000 โรง  เพราะหลายแห่งมีจำนวนนักเรียนเหลือน้อยมาก ฉะนั้น  น่าจะเคลื่อนย้ายนักเรียนไปในโรงเรียนใกล้เคียงแทน  จะทำให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทันที่มีรายงานข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  ประกาศนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ให้เหลือ 20,000 โรง จากที่มีอยู่ 30,000 โรง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555   โรงเรียนขนาดเล็กในภาคกลางได้รวมตัวกันตั้งเครือข่ายพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ขนาดเล็กขึ้น โดยมีนายเดชา พงษ์แดง ผู้อำนวยการโรงเรียนชายนาพัฒนา อ.เสนา  จ.พระนครศรีอยุทธยา เป็นประธานเครือข่าย<br />
จากกระแสการยุบโรงเรียนขนาดเล็กเป็นกระแสต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ ศธ.  แถลงเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555  ว่าจะเดินหน้ายุบโรงเรียนประถมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.) ให้เหลือ 20,000 โรง จากที่มีอยู่ 30,000 โรง  เพราะหลายแห่งมีจำนวนนักเรียนเหลือน้อยมาก ฉะนั้น  น่าจะเคลื่อนย้ายนักเรียนไปในโรงเรียนใกล้เคียงแทน  จะทำให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น  ศธ.จะดูแลให้มีรถนักเรียนผ่านหน้าบ้านทุกคนเหมือนประเทศแคนาดา  หรืออาจถ่ายโอนโรงเรียนบางแห่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับไปดูแล  เป็นเหตุให้เกิดการรวมตัวของโรงเรียนขนาดเล็ก จัดตั้งเป็น  “เครือข่ายพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กภาคกลาง” เมื่อวันที่ 26 มกราคม  2555เบื้องต้นมีโรงเรียนขนาดเล็กที่พร้อมสมาชิกแล้วประกอบด้วยโรงเรียนในเขต ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ลพบุรี พระนครศรีอยุทธยา  และอ่างทอง และจะขยายเครือข่ายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น  โดยได้เปิดตัวช่องทางการแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิก  และผู้สนใจทางสื่อใหม่อย่างเฟสบุก ภายใต้ชื่อ  “เครือข่ายพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กภาคกลาง”  (htpp://www.facebook/เครือข่ายพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กภาคกลาง)<br />
ประธานเครือข่ายได้ให้สัมภาษณ์กับ choice2learn.net ว่า “  ไม่ได้เห็นแย้งต่อนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก  เพียงแต่ต้องการให้สังคมไทยรับทราบว่าโรงเรียนขนาดเล็กในชนบทมีความสำคัญต่อ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน  ซึ่งไม่เพียงแต่เด็กที่กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นที่กำลังจัดการเรียนการสอน เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดศูนย์การพัฒนาชุมชน  ซึ่งถ้าจะมีการยุบโรงเรียนขนาดเล็กควรพิจารณาคุณภาพในหลายมิติ  มิใช่เพียงเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการคุ้มทุนต่อหัว”</p>
<p><iframe width="500" height="281" src="http://www.youtube.com/embed/GSOC08dPGcE?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/02/16/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“สุชาติ” ชี้ยุบ-ไม่ยุบรวม รร.เล็ก ให้พ่อแม่-อปท.ตัดสินใจ คนอื่นค้านแทนไม่ได้</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/02/13/%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e2%80%9d-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/02/13/%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e2%80%9d-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2012 10:12:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1052</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/02/13/%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e2%80%9d-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.isranews.org/images/stories/thumbnails/images-stories-mschoollittle-364x234.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>รมว.ศึกษาฯ  แจงยังไม่ได้สั่งยุบรวม รร.เล็กทั่ว ปท. แค่ให้ผู้ปกครองไปหารือกับ อปท.  ถ้าเห็นด้วยอยากได้อะไรจะจัดให้ ระบุคนอื่นคัดค้านแทนไม่ได้ และ  ศธ.มีหน้าเพียงให้โอกาส
วันที่ 9 ก.พ.55 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  กล่าวภายหลังมอบนโยบายการศึกษาและนโยบายการดำเนินการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) 225  เขตทั่วประเทศผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์  ว่านโยบายของตนคือทำให้เด็กมีอนาคตมากขึ้น  มองว่าการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั้นหากทำให้พัฒนาการศึกษานักเรียนให้มี คุณภาพได้เป็นเรื่องดี
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้บอกให้ยุบรวม แต่ให้ไปสอบถามและศึกษาร่วมกับผู้ปกครองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยให้ยุบรวมโรงเรียนเล็กไปอยู่กับโรงเรียนใหญ่ๆ  และต้องการให้สนับสนุนอะไรก็ยินดี เช่น รถรับส่งครูนักเรียน  แต่ถ้าในบางพื้นที่ไม่ต้องการยุบรวมเพราะอยู่พื้นที่ห่างไกล  ก็จะนำวิธีการเรียนการสอนทางไกลไปใช้  และต่อไปก็จะมีแจกแท็บเล็ตให้ด็กก็จะใช้ในการเรียน
“ผมอ่านหนังสือพิมพ์เห็นตัวอย่างแก่งจันทร์โมเดล  จ.เลยที่มีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 4  แห่งด้วยกันผ่านความเห็นชอบจากประชาคมและมีการร่วมพัฒนาการศึกษาจนประสบผล สำเร็จ  ดังนั้นอยากให้หลายๆส่วนทั้งที่เห็นด้วยและคัดค้านเข้าใจตรงกันว่าวันนี้โลก มีการเปลี่ยนแปลง เราต้องเปลี่ยนตาม เหมือนที่สมัยรุ่นทวดนุ่งโจงกระเบน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left">ร<a href="http://www.isranews.org/images/stories/mschoollittle.jpg"><img class="alignleft" src="http://www.isranews.org/images/stories/thumbnails/images-stories-mschoollittle-364x234.jpg" alt="" width="364" height="234" /></a>มว.ศึกษาฯ  แจงยังไม่ได้สั่งยุบรวม รร.เล็กทั่ว ปท. แค่ให้ผู้ปกครองไปหารือกับ อปท.  ถ้าเห็นด้วยอยากได้อะไรจะจัดให้ ระบุคนอื่นคัดค้านแทนไม่ได้ และ  ศธ.มีหน้าเพียงให้โอกาส</p>
<p>วันที่ 9 ก.พ.55 <strong>ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  กล่าวภายหลังมอบนโยบายการศึกษาและนโยบายการดำเนินการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก</strong> ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) 225  เขตทั่วประเทศผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์  ว่านโยบายของตนคือทำให้เด็กมีอนาคตมากขึ้น  มองว่าการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั้นหากทำให้พัฒนาการศึกษานักเรียนให้มี คุณภาพได้เป็นเรื่องดี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>ตนไม่ได้บอกให้ยุบรวม แต่ให้ไปสอบถามและศึกษาร่วมกับผู้ปกครองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ว่าเห็นด้วยหรือไม่</strong> ถ้าเห็นด้วยให้ยุบรวมโรงเรียนเล็กไปอยู่กับโรงเรียนใหญ่ๆ  และต้องการให้สนับสนุนอะไรก็ยินดี เช่น รถรับส่งครูนักเรียน  แต่ถ้าในบางพื้นที่ไม่ต้องการยุบรวมเพราะอยู่พื้นที่ห่างไกล  ก็จะนำวิธีการเรียนการสอนทางไกลไปใช้  และต่อไปก็จะมีแจกแท็บเล็ตให้ด็กก็จะใช้ในการเรียน</p>
<p>“ผมอ่านหนังสือพิมพ์เห็นตัวอย่างแก่งจันทร์โมเดล  จ.เลยที่มีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 4  แห่งด้วยกันผ่านความเห็นชอบจากประชาคมและมีการร่วมพัฒนาการศึกษาจนประสบผล สำเร็จ  ดังนั้นอยากให้หลายๆส่วนทั้งที่เห็นด้วยและคัดค้านเข้าใจตรงกันว่าวันนี้โลก มีการเปลี่ยนแปลง เราต้องเปลี่ยนตาม เหมือนที่สมัยรุ่นทวดนุ่งโจงกระเบน  แต่พ่อเรานุ่งกางเกงและปัจจุบันเรานุ่งกางเกงตามรุ่นพ่อ  เพราะมันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สมควรต้องทำตาม  เรื่องการยุบรวมโรงเรียนก็ต้องให้ผู้ปกครองตัดสินใจ  คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยจะมาพูดแทนไม่ได้  และรัฐเองก็มีหน้าที่เพียงให้โอกาสเท่านั้น” ศ.ดร.สุชาติ กล่าว .</p>
<p>แหล่งที่มา สำนักข่าวอิสรา http://www.isranews.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/02/13/%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e2%80%9d-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;สุชาติ&#8221; ลั่นเดินหน้ายุบ ร.ร.ขนาดเล็ก กว่า 1 หมื่นโรง ลุยปราบทุจริตคอร์รัปชั่นในวงการครู</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/01/26/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/01/26/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 18:06:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1039</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/01/26/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวในการแถลงนโยบายว่า จะยึดแนวทางบริหารงานตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย (พท.) คือดูแลลูกหลานของประชาชนให้มีการศึกษาที่มีคุณภาพ เช่นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ ย้ำว่าในยุคตน จะไม่มีการคอร์รัปชั่น โดยจะสานต่อนโยบายที่สำคัญๆ เช่น โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน กำลังมองว่าจะกระจายทุนเพิ่มขึ้น หรือสานต่อนโยบายกองทุนตั้งตัวได้ของรัฐบาล โดยมอบให้นายโอฬาร ชัยประวัติ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางธนาคารไปดำเนินการ ส่วนโครงการ One Tablet Pc Per Child ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลจีน สิ่งที่ตั้งใจจะนำมาปรับปรุงคือ ปลดภาระครูให้น้อยลง แก้ไขปัญหาหนี้สินโดยวิธีลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสครู สอบคัดเลือก และประเมินครูให้โปร่งใส เพื่อให้ครูไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อสอบบรรจุ เลื่อนวิทยฐานะ หรือแม้แต่ขอย้าย รวมถึง เปลี่ยนแปลงระบบการประเมินผลงานครูที่ขอประเมินวิทยฐานะ โดยให้เจ้าของผลงานโต้เถียงผู้ตรวจผลงานได้ ลดการใช้ดุลยพินิจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวในการแถลงนโยบายว่า จะยึดแนวทางบริหารงานตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย (พท.) คือดูแลลูกหลานของประชาชนให้มีการศึกษาที่มีคุณภาพ เช่นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ ย้ำว่าในยุคตน จะไม่มีการคอร์รัปชั่น โดยจะสานต่อนโยบายที่สำคัญๆ เช่น โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน กำลังมองว่าจะกระจายทุนเพิ่มขึ้น หรือสานต่อนโยบายกองทุนตั้งตัวได้ของรัฐบาล โดยมอบให้นายโอฬาร ชัยประวัติ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางธนาคารไปดำเนินการ ส่วนโครงการ One Tablet Pc Per Child ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลจีน สิ่งที่ตั้งใจจะนำมาปรับปรุงคือ ปลดภาระครูให้น้อยลง แก้ไขปัญหาหนี้สินโดยวิธีลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสครู สอบคัดเลือก และประเมินครูให้โปร่งใส เพื่อให้ครูไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อสอบบรรจุ เลื่อนวิทยฐานะ หรือแม้แต่ขอย้าย รวมถึง เปลี่ยนแปลงระบบการประเมินผลงานครูที่ขอประเมินวิทยฐานะ โดยให้เจ้าของผลงานโต้เถียงผู้ตรวจผลงานได้ ลดการใช้ดุลยพินิจ และเปิดเผยคะแนนชัดเจน เพื่อลดการฉ้อฉล</p>
<p>&#8220;เรื่องการคอร์รัปชั่นนั้น ฝากไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคนว่า หากมีการเรียกรับเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ร้องเรียนมาที่ ศธ.โดยด่วน ผมจะจัดการให้ถึงที่สุด จะไม่ใช้ระบบส่งคนลงไปควบคุมปัญหาการคอร์รัปชั่น เพราะส่วนใหญ่คนที่ส่งลงไปคุมมักคอร์รัปชั่นเอง จึงต้องพึ่งพิงผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และนักศึกษาที่รับผลกระทบ ช่วยเป็นหูเป็นตา&#8221;นายสุชาติกล่าว</p>
<p>นายสุชาติกล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ต้องการให้สานต่อการทำโรงเรียนตัวอย่างในทุกอำเภอ และทุกตำบล รวมถึง ขยายโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง อย่างน้อยโรงเรียนดีเด่นดัง 50 โรง สร้างเครือข่ายโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง</p>
<p>&#8220;ผมเล็งลดโรงเรียนประถมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เหลือ 20,000 โรง จากที่มีอยู่ 30,000 โรง เพราะหลายแห่งมีจำนวนนักเรียนเหลือน้อยมาก ฉะนั้น น่าจะเคลื่อนย้ายนักเรียนไปในโรงเรียนใกล้เคียงแทน จะทำให้โรงเรียนเข้มแข็งขึ้น ศธ.จะดูแลให้มีรถนักเรียนผ่านหน้าบ้านทุกคนเหมือนประเทศแคนาดา หรืออาจถ่ายโอนโรงเรียนบางแห่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับไปดูแล&#8221;นายสุชาติกล่าว</p>
<p>นายสุชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้สอบถามว่าการประเมินผลนักเรียน เช่น การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ทำไมสอบครั้งเดียว สอบหลายหนได้หรือไม่ โดยให้ไปศึกษารายละเอียด ตนมีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ขึ้นป้ายรัฐมนตรีตามจังหวัดต่างๆ งบการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ลดลง เพื่อเอาไปพัฒนาโรงเรียน โดยเฉพาะจ้างครูภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อีกทั้ง ยังมีความคิดให้ทำเดบิตการ์ดแก่นักศึกษาที่กู้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเงินไปใช้จ่ายในการเรียน โดยเครื่องรูดบัตรจะบันทึกการใช้จ่ายทั้งหมด</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327494182&amp;grpid=00&amp;catid=&amp;subcatid=">มติชนออนไลน์</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/01/26/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกาศแล้ว กฎกระทรวงสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน รู้จัก&#8221;ครูภูมิปัญญา&#8221;</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2012/01/12/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2012/01/12/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2012 12:22:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1022</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2012/01/12/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>มติชนออนไลน์ รายงานว่า วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. ๒๕๕๔
       เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้บุคคลมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง เพื่อให้บุคคลซึ่งมีความประสงค์และมีความพร้อมเข้ามาช่วยเหลือรัฐในการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยรัฐจะส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาอันจะทำให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับการศึกษาในรูปแบบอื่นสมควรกำหนดให้บุคคลมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“ศูนย์การเรียน” หมายความว่า สถานที่เรียนที่บุคคลจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่แสวงหากำไรตามกฎกระทรวงนี้
“ครูภูมิปัญญา” หมายความว่า ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านหนึ่งด้านใดซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์และสืบสาน ภูมิปัญญาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชน
“บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน” หมายความว่า ผู้จัดการศึกษา ผู้บริหารศูนย์การเรียนรวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนการนิเทศ และการบริหารการศึกษาของศูนย์การเรียน
“ผู้จัดการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้จัดตั้งศูนย์การเรียน
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่
 ข้อ ๒ บุคคลอาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบ หรือการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนสำหรับผู้ซึ่งขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มติชนออนไลน์ รายงานว่า วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. ๒๕๕๔</p>
<p>       เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้บุคคลมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง เพื่อให้บุคคลซึ่งมีความประสงค์และมีความพร้อมเข้ามาช่วยเหลือรัฐในการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยรัฐจะส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาอันจะทำให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับการศึกษาในรูปแบบอื่นสมควรกำหนดให้บุคคลมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้<br />
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้<br />
“ศูนย์การเรียน” หมายความว่า สถานที่เรียนที่บุคคลจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่แสวงหากำไรตามกฎกระทรวงนี้<br />
“ครูภูมิปัญญา” หมายความว่า ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านหนึ่งด้านใดซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์และสืบสาน ภูมิปัญญาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชน<br />
“บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน” หมายความว่า ผู้จัดการศึกษา ผู้บริหารศูนย์การเรียนรวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนการนิเทศ และการบริหารการศึกษาของศูนย์การเรียน<br />
“ผู้จัดการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้จัดตั้งศูนย์การเรียน<br />
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่<br />
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่</p>
<p> ข้อ ๒ บุคคลอาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบ หรือการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนสำหรับผู้ซึ่งขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และสนองตอบวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียนนั้น</p>
<p>ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียนต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยซึ่งไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี และต้องเป็นบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้<br />
     (๑) ผู้ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า<br />
     (๒) ผู้ซึ่งได้รับการประกาศยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด หรือ<br />
     (๓) บุคคลอื่นนอกเหนือจาก (๑) และ (๒) ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศึกษา</p>
<p>ข้อ ๔ ผู้มีสิทธิจัดการศึกษาผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งศูนย์การเรียน ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือ ต่อสำนักงานพร้อมทั้งแนบหลักฐานแสดงการเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และแผนการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนที่บุคคลนั้นได้ร่วมจัดทำกับสำนักงานหรือสถานศึกษาที่สำนักงานมอบหมายแผนการจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้<br />
    (๑) ชื่อศูนย์การเรียน<br />
    (๒) วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน<br />
    (๓) ที่ตั้งศูนย์การเรียน<br />
    (๔) รูปแบบการจัดการศึกษา<br />
    (๕) ระดับการศึกษาที่จัดในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ<br />
    (๖) หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน<br />
    (๗) ระบบประกันคุณภาพภายใน<br />
    (๘) รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน<br />
    (๙) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียน</p>
<p> ข้อ ๕ ในการพิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งศูนย์การเรียน ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้<br />
   (๑) ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนไม่เกินห้าสิบคน ให้สำนักงานเป็นผู้พิจารณาอนุญาต<br />
   (๒) ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่าห้าสิบคนแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยคน ให้สำนักงานเสนอให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาอนุญาต<br />
   (๓) ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่าหนึ่งร้อยคน ให้สำนักงานเสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้พิจารณาอนุญาต<br />
ในกรณีการขออนุญาตจัดตั้งศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่าห้าสิบคน รายการในแผนการจัดการศึกษาตามข้อ ๔ (๓) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งศูนย์การเรียนตามวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับกับการพิจารณาคำขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการจัดการศึกษาที่ได้รับอนุญาตแล้วโดยอนุโลม</p>
<p>ข้อ ๖ ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนตามข้อ ๔ (๙) อย่างน้อยต้องกำหนดให้คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้จัดการศึกษาหรือผู้แทน ผู้แทนผู้ปกครองของผู้เรียน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสำนักงานแต่งตั้ง<br />
ในกรณีที่ศูนย์การเรียนใดไม่อาจมีผู้แทนผู้ปกครองของผู้เรียน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้แทนชุมชนที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่เป็นกรรมการแทนได้</p>
<p>ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการศูนย์การเรียนทำหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารและการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนให้เหมาะสมกับสภาพการจัดการศึกษาของผู้จัดการศึกษาและสอดคล้องกับนโยบายการศึกษา รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน กำกับ และดูแลระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา</p>
<p>ข้อ ๘ ผู้เรียนในศูนย์การเรียนต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด</p>
<p>ข้อ ๙ ให้ศูนย์การเรียนดำเนินการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการวัดผลและประเมินผลของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละปี แล้วจัดทำรายงานการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนดังกล่าว รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนและสภาพ ปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาให้สำนักงานทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง</p>
<p>ข้อ ๑๐ ให้สำนักงานจัดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนในช่วงชั้นตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านการวัดผลและประเมินผลตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานแจ้งให้ศูนย์<br />
การเรียนจัดให้มีการเรียนซ่อมเสริมแก่ผู้เรียนนั้น รวมทั้งจัดให้มีการวัดผลและประเมินผลใหม่ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด</p>
<p>ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานออกหลักฐานการศึกษาแก่ผู้เรียนหรือผู้สำเร็จการศึกษาจากศูนย์การเรียนว่าได้ศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อ ๑๐</p>
<p>ข้อ ๑๒ ศูนย์การเรียนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรเอกชนสำหรับการจัดการศึกษาได้</p>
<p>ข้อ ๑๓ สำนักงานมีหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการ ด้านการบริหาร ด้านการจัดการศึกษา และด้านอื่นแก่ผู้จัดการศึกษา รวมทั้งให้การพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถแก่บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน ตลอดจนดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนแก่ผู้เรียนในศูนย์การเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน</p>
<p>ข้อ ๑๔ ศูนย์การเรียนเลิกด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้<br />
(๑) ผู้จัดการศึกษาตาย<br />
(๒) สำนักงานอนุญาตให้เลิกตามคำขอของผู้จัดการศึกษา<br />
(๓) สำนักงานมีคำสั่งให้เลิกเพราะเหตุที่ศูนย์การเรียนหยุดดำ เนินการเกินกว่าหนึ่งปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือการดำเนินการของศูนย์การเรียนขัดต่อวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียนขัดต่อกฎหมาย เป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือผู้จัดการศึกษาขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓ เมื่อมีการเลิกศูนย์การเรียนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สำนักงานแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้จัดการศึกษาทราบภายในสามสิบวัน และให้ผู้จัดการศึกษารวบรวมหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของศูนย์การเรียนนั้นมอบให้แก่สำนักงาน<br />
ในกรณีศูนย์การเรียนเลิกด้วยเหตุผู้จัดการศึกษาตาย ให้บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียนรวบรวมหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของศูนย์การเรียนนั้นมอบให้แก่สำนักงาน</p>
<p>ข้อ ๑๕ การเลิกศูนย์การเรียน ให้ผู้จัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานจัดหาศูนย์การเรียนอื่นให้แก่ผู้เรียน แต่ไม่ตัดสิทธิผู้เรียนที่จะสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาอื่น</p>
<p>ข้อ ๑๖ ให้สำนักงานเรียกคืนเงินอุดหนุนหรือเงินช่วยเหลือต่าง ๆ จากรัฐที่ยังเหลืออยู่ใน รอบปีจากศูนย์การเรียนที่เลิกตามข้อ ๑๔ เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน</p>
<p>ข้อ ๑๗ บุคคลใดเคยเป็นผู้จัดการศึกษาของศูนย์การเรียนที่สำนักงานมีคำสั่งให้เลิกศูนย์การเรียน ตามข้อ ๑๔ (๓) จะขอจัดตั้งศูนย์การเรียนอีกมิได้</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325998343&amp;grpid&amp;catid=19&amp;subcatid=1903</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2012/01/12/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เฮ&#8230;ยกเลิกยุบโรงเรียนขนาดเล็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/12/01/%e0%b9%80%e0%b8%ae-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99-3/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/12/01/%e0%b9%80%e0%b8%ae-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99-3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2011 03:29:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=1013</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/12/01/%e0%b9%80%e0%b8%ae-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99-3/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ดร.ชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังรอหารือกับกลุ่มสภาการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กตามนโยบายของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการที่ไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.) ยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อให้เด็กต่างจังหวัดมีที่เรียนใกล้บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีทางออกที่ดีเพราะนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการได้เปิดทางให้โรงเรียนทุกแห่งมีบทบาทในการจัดการศึกษาและทำประโยชน์ต่อบริบทของท้องถิ่นโดยเฉพาะมิติทางด้านการฝึกอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้ในอนาคต  ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนตามศักยภาพโดยโรงเรียนขนาดเล็กจะตอบโจทย์นี้ได้
          เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่าสพฐ.จะไม่ยุบรวมหรือยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กแล้วแต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการ  เพราะที่ผ่านมาสพฐ.อาจมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กเป็นภาระ แต่ขณะนี้เห็นว่าจะทำประโยชน์ได้จึงต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการ และมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อที่จะให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญของชุมชน ดังนั้นจึงเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นโรงเรียนที่มีต้นทุนในการบริหารจัดการที่สามารถทำประโยชน์ได้ซึ่งเบื้องต้นอาจให้ท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการร่วมด้วยแต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมีหลักประกันด้วยโดยต้องมีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์และมีคุณภาพซึ่งเป็นโจทย์ที่ สพฐ.กำหนดเอาไว้
ข้อมูลจาก http://www.enn.co.th
นอกจากนี้ อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ แสดงความเห็นกับการผลักดันกรณียกเลิกยุบโรงเรียนเล็กกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ เชื่อมั่นว่าโรงเรียนควรมีความแตกต่างกัน การศึกษาเป็นเรื่องของคนไทยนับล้าน ไม่ใช่เรื่องของผู้หวังกอบโกยผลประโยชน์แค่ไม่กี่คน

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดร.ชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังรอหารือกับกลุ่มสภาการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กตามนโยบายของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการที่ไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.) ยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อให้เด็กต่างจังหวัดมีที่เรียนใกล้บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีทางออกที่ดีเพราะนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการได้เปิดทางให้โรงเรียนทุกแห่งมีบทบาทในการจัดการศึกษาและทำประโยชน์ต่อบริบทของท้องถิ่นโดยเฉพาะมิติทางด้านการฝึกอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้ในอนาคต  ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนตามศักยภาพโดยโรงเรียนขนาดเล็กจะตอบโจทย์นี้ได้</p>
<p>          เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่าสพฐ.จะไม่ยุบรวมหรือยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กแล้วแต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการ  เพราะที่ผ่านมาสพฐ.อาจมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กเป็นภาระ แต่ขณะนี้เห็นว่าจะทำประโยชน์ได้จึงต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการ และมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อที่จะให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญของชุมชน ดังนั้นจึงเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นโรงเรียนที่มีต้นทุนในการบริหารจัดการที่สามารถทำประโยชน์ได้ซึ่งเบื้องต้นอาจให้ท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการร่วมด้วยแต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมีหลักประกันด้วยโดยต้องมีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์และมีคุณภาพซึ่งเป็นโจทย์ที่ สพฐ.กำหนดเอาไว้<br />
ข้อมูลจาก http://www.enn.co.th</p>
<p>นอกจากนี้ อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ แสดงความเห็นกับการผลักดันกรณียกเลิกยุบโรงเรียนเล็กกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ เชื่อมั่นว่าโรงเรียนควรมีความแตกต่างกัน การศึกษาเป็นเรื่องของคนไทยนับล้าน ไม่ใช่เรื่องของผู้หวังกอบโกยผลประโยชน์แค่ไม่กี่คน</p>
<p><iframe width="500" height="281" src="http://www.youtube.com/embed/WyGYyzibEek?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/12/01/%e0%b9%80%e0%b8%ae-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%99-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จัดประชุมสื่อ-ประชาสัมพันธ์ท้องถิ่น</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2011 09:27:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=984</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/280754-qlf1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="null" title="" /></a> สสค.ชวนสื่อมวลชนท้องถิ่น -ประชาสัมพันธ์จังหวัดทั่วประเทศร่วม “สร้างความเข้าใจสื่อมวลชนกับการปฏิรูปการเรียนรู้” เฟ้นหา “ครูสอนดี” ช่วย แก้ปัญหา “เด็กเหลือเลือก”
สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดประชุมสื่อมวลชนท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์จังหวัดกับการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยมีตัวแทนสื่อมวลชนท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์จังหวัดกว่า 120 คนเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางในการเข้ามามีส่วนร่วมปฏิรูปเรื่องการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีนายมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโส นสพ.ไทยรัฐ  นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน (จำกัด)  นางกมลทิพย์ ใบเงิน บรรณาธิการข่าวสายการศึกษา นสพ.คมชัดลึก นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. และดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ สสค. ร่วมเป็นวิทยากร เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่จังหวัดชลบุรี

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค.กล่าวว่าการจัดการด้าน การศึกษา เพื่อสร้างคุณภาพของเยาวชนไทยแบบใหม่จะสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะพลังด้านการสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์จังหวัด ซึ่งสสค.ได้มีคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งขึ้น เพื่อมาร่วมกันทำงานด้านการศึกษา ถือเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/280754-qlf1.jpg" alt="null" width="350" height="232" /><strong> สสค.ชวนสื่อมวลชนท้องถิ่น -ประชาสัมพันธ์จังหวัดทั่วประเทศร่วม</strong><strong> “สร้างความเข้าใจสื่อมวลชนกับการปฏิรูปการเรียนรู้” เฟ้นหา “ครูสอนดี” ช่วย แก้ปัญหา “เด็กเหลือเลือก”<span id="more-984"></span></strong></p>
<p>สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดประชุมสื่อมวลชนท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์จังหวัดกับการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยมีตัวแทนสื่อมวลชนท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์จังหวัดกว่า 120 คนเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางในการเข้ามามีส่วนร่วมปฏิรูปเรื่องการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีนายมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโส นสพ.ไทยรัฐ  นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน (จำกัด)  นางกมลทิพย์ ใบเงิน บรรณาธิการข่าวสายการศึกษา นสพ.คมชัดลึก นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. และดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ สสค. ร่วมเป็นวิทยากร เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่จังหวัดชลบุรี</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/280754-qlf2.jpg" alt="null" width="350" height="232" /></p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค.กล่าวว่าการจัดการด้าน การศึกษา เพื่อสร้างคุณภาพของเยาวชนไทยแบบใหม่จะสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะพลังด้านการสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์จังหวัด ซึ่งสสค.ได้มีคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งขึ้น เพื่อมาร่วมกันทำงานด้านการศึกษา ถือเป็นการทำงานในรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีร่วมในการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อทำให้การศึกษาของไทย และอนาคตของเยาวชนไทยดียิ่งขึ้น</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong></p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/280754-qlf3.jpg" alt="null" width="240" height="264" /></p>
<p></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong><strong> </strong></strong>ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสสค.กล่าวว่า การศึกษาที่เป็นอยู่ภายใต้ระบบเดิมไม่ตอบโจทย์ท้องถิ่นอาจทำให้เกิดความสูญ เสียระยะยาว ซึ่งปัจจุบันสังคมไทยมีปรากกฏากรณ์ “รวยกระจุย จนกระจาย” ถ้าใช้วิธีการกระจายการสนับสนุนแบบภาครัฐเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถจัดการ ได้เท่าทัน แต่ต้องอาศัยการขับเคลื่อนหลักด้วยจากท้องถิ่นด้วย ซึ่งปัจจุบันเกิดความสูญเสียจากการที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา กลายเป็นแรงงานขั้นต่ำ ตัวเลขตกอยู่ที่ 300 คน/ตำบล ซึ่งมูลค่าความเสียหายตกปีละ 50 ล้านบาทต่อตำบล/ปี หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ตลอดช่วงอายุแรงงาน</p>
<p><span style="color: #000080">“ปรากฎการณ์อีกอย่างที่เกิดขึ้นคือ “การเกิดโรงเรียนคัดเลือกเด็ก และการเกิดโรงเรียนเหลือเลือก” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียม ซึ่งโรงเรียนไม่สามารถสร้างโอกาสให้เด็กได้ทุกคน เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องการเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาให้ ได้ เชื่อว่า ท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งถ้าเราเอาท้องถิ่นเป็นคานงัดเรื่องการศึกษา ก็จะสามารถรักษากำลังคนไว้กับท้องถิ่นได้” </span>ที่ปรึกษาด้านวิชาการสสค.กล่าว</p>
<p>ด้านนายมานิจ สุขสมจิต ที่ปรึกษาอาวุโส นสพ.ไทยรัฐและคณะกรรมการสสค. กล่าว ว่า สื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่น สื่อส่วนกลาง หรือส่วนประชาสัมพันธ์จังหวัดต่างมีความสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยกัน ทั้งสิ้น และสามารถแตกประเด็นออกเป็น 3 ข้อคือ 1.ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2.สังคมต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ตามความตระหนักของแต่ละองค์กรและหน่วยงาน 3.การพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทำให้คนเราสามารถต่อสู้ได้อย่างสง่างาม และอยากให้มองว่า เรื่องการศึกษาเป็นงาน CSR ของทุกองค์กรไม่เฉพาะแต่สื่อมวลชนก็สามารถช่วยผลักดันประเด็นการศึกษาได้</p>
<p>ส่วนนายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) บทบาทของสื่อมองเป็น 2 ระดับคือ 1.เรียนรู้ให้ข่าวสารวิพากษ์วิจารณ์ 2.สื่อมวลชนต้องพิจารณาทบทวนตัวเอง เพื่อให้เห็นภาพระบบการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยว่าเกิดการขับเคลื่อนอย่างไร เพื่อทำให้การศึกษาทางเลือกเป็นที่ได้ยอมรับมากขึ้น ประเด็นสำคัญต้องแยกการศึกษาเพื่องานวิชาการ และงานวิชาชีพให้ชัด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสอนเรื่องวิชาชีวิต เพื่อไม่ให้เกิดการเหตุแก่ตัว ฉะนั้นทิศทางการศึกษาต้องตอบสนองทั้ง 3 ส่วน และสื่อควรเพิ่มน้ำหนักการนำเสนอข่าวและทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น</p>
<p style="text-align: center"><strong>บทกลอนส่งท้าย จาก ดร.จรูญ ไชยศร ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</strong></p>
<p style="text-align: center">สสค.             ก่อให้เกิด        เครือข่ายสื่อ</p>
<p style="text-align: center">เป็นอยู่คือ        สื่อได้รู้            สื่อได้เห็น</p>
<p style="text-align: center">เมื่อเผยแพร่     รณรงค์           ก็ทำเป็น</p>
<p style="text-align: center">แต่ต้องเน้น      ความต่อเนื่อง  เรื่องข้อมูล</p>
<p style="text-align: center">ครูสอนดี         อยู่ที่ไหน         ใครทราบบ้าง</p>
<p style="text-align: center">สื่อเบิกทาง      วางกรอบ        เริ่มจากศูนย์</p>
<p style="text-align: center">ได้ครูดี           มายกย่อง        เป็นตัวคูณ</p>
<p style="text-align: center">ส ตัวแรก        สื่อสาร            ระหว่างกัน</p>
<p style="text-align: center">ส ตัวสอง        สร้างสรรค์       ในทุกเรื่อง</p>
<p style="text-align: center">ค เครือข่าย     พบปะ            กันเนืองๆ</p>
<p style="text-align: center">แสงเรืองเรือง    ครูสอนดี         มีแน่นอน</p>
<p><strong><strong>อย่างไรก็ดีท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร<br />
<a href="http://www.qlf.or.th/wp-content/uploads/meeting_qlf22072010.ppt">ประสบการณ์ ท้องถิ่นในการปฏิรูปการศึกษา : กระบวนการพลิกโฉมหน้าการศึกษาไทย โดยดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาวิชาการ สสค. คลิกที่นี่</a></strong></strong></p>
<p><strong><strong>ที่มา <a href="http://www.qlf.or.th/10764">สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)</a></strong></strong></p>
<p><strong><strong> </strong></strong></p>
<p><strong><strong> </strong></strong></p>
<p><strong><strong> </strong></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้ใครเป็นครู</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2011 09:26:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=981</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ทำไมไม่ใช่ใครก็เป็นครูได้ คำตอบประการแรกคือ &#8220;ครู&#8221; เป็นวิชาชีพชั้นสูง  มีการเรียนวิชาครูโดยตรง เป็นผู้สั่งสอนอบรมบุคคลตั้งแต่ปฐมวัยถึงเยาวชน  หมายถึงชั้นการเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย  ซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การเป็นครูนอกจากต้องศึกษาในสถาบันการศึกษาที่เรียนวิชาครูโดยตรง  เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วยังต้องผ่านการสอบรับใบรับรองวิชาชีพครูจากคุรุสภา  จึงจะเป็นครูได้
ประการสำคัญ การเป็นครูนอกจากต้องมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ยังมีจรรยาครูกำกับเช่นเดียวกับวิชาชีพอื่นอีกด้วย
หากครูมีพฤติกรรมทำผิดจรรยาครูยังมีความผิด เช่น งดเว้นการใช้ใบอนุญาตหรือไม่ให้ประกอบวิชาชีพนี้ตลอดชีวิตได้
วันก่อนได้รับหนังสือ ปาฐกถา ศาสตราจารย์ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ครั้งที่ 2  สาขาวิชาบริหารการศึกษาและสาขาวิชาอุดมศึกษา ภาควิชานโยบาย  การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นปาฐกถา เรื่อง &#8220;ครุศึกษากับความเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย&#8221;
องค์ปาฐกคือ ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์
ในช่วงต้นๆ ท่านอาจารย์กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาไว้ว่า  คุณภาพของคนไทยซึ่งเกิดจากคุณภาพส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษายังไม่เกิดขึ้น สมดังปรารถนา คือยังตามไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคม
&#8220;ถ้าจะคิดพิจารณาแคบลงไปสู่การปฏิรูปครุศาสตร์  หรือครุศึกษาเพื่อจะพัฒนาโครงสร้าง ระบบ กระบวนการ การจัดการผลิต  และพัฒนาครู ทำงานกันอย่างเหนื่อยยาก  แต่บัณฑิตครูจากสถาบันฝึกหัดครูไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยประเภทใด กลุ่มใด  ส่วนใหญ่ยังไม่มีคุณสมบัติที่เก่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทำไมไม่ใช่ใครก็เป็นครูได้ คำตอบประการแรกคือ &#8220;ครู&#8221; เป็นวิชาชีพชั้นสูง  มีการเรียนวิชาครูโดยตรง เป็นผู้สั่งสอนอบรมบุคคลตั้งแต่ปฐมวัยถึงเยาวชน  หมายถึงชั้นการเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย  ซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน</p>
<p>การเป็นครูนอกจากต้องศึกษาในสถาบันการศึกษาที่เรียนวิชาครูโดยตรง  เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วยังต้องผ่านการสอบรับใบรับรองวิชาชีพครูจากคุรุสภา  จึงจะเป็นครูได้</p>
<p><strong>ประการสำคัญ การเป็นครูนอกจากต้องมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ยังมีจรรยาครูกำกับเช่นเดียวกับวิชาชีพอื่นอีกด้วย</strong></p>
<p>หากครูมีพฤติกรรมทำผิดจรรยาครูยังมีความผิด เช่น งดเว้นการใช้ใบอนุญาตหรือไม่ให้ประกอบวิชาชีพนี้ตลอดชีวิตได้</p>
<p>วันก่อนได้รับหนังสือ ปาฐกถา ศาสตราจารย์ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ครั้งที่ 2  สาขาวิชาบริหารการศึกษาและสาขาวิชาอุดมศึกษา ภาควิชานโยบาย  การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นปาฐกถา เรื่อง &#8220;ครุศึกษากับความเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย&#8221;</p>
<p>องค์ปาฐกคือ ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์</p>
<p>ในช่วงต้นๆ ท่านอาจารย์กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาไว้ว่า  คุณภาพของคนไทยซึ่งเกิดจากคุณภาพส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษายังไม่เกิดขึ้น สมดังปรารถนา คือยังตามไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคม</p>
<p>&#8220;ถ้าจะคิดพิจารณาแคบลงไปสู่การปฏิรูปครุศาสตร์  หรือครุศึกษาเพื่อจะพัฒนาโครงสร้าง ระบบ กระบวนการ การจัดการผลิต  และพัฒนาครู ทำงานกันอย่างเหนื่อยยาก  แต่บัณฑิตครูจากสถาบันฝึกหัดครูไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยประเภทใด กลุ่มใด  ส่วนใหญ่ยังไม่มีคุณสมบัติที่เก่ง ดี  มีทักษะความเป็นครูที่ตรงกับความคาดหวังและความต้องการของสังคม  ไม่พร้อมที่จะกล่าวถึงการสร้างศรัทธาต่อวิชาชีพ  และปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นครูที่เกือบจะขาดหายไปโดยสิ้นเชิง&#8221;</p>
<p>ท่านอาจารย์สุมนกล่าวถึงการผลิตบัณฑิตครูว่า  เราผลิตบัณฑิตเพื่อออกไปสอนวิชาความรู้แก่ผู้เรียน ซึ่งรู้น้อยกว่าเรา  เราถือว่าผู้เรียนไม่รู้อะไร เราจึงผลิตครูเพื่อออกไปสอน  มิใช่ให้ออกไปเรียนรู้วิธีการพัฒนามนุษย์ พัฒนาคนอื่น  แต่ไม่รวมถึงการพัฒนาตนเองและงานของตนเอง  เราจึงต้องอบรมบัณฑิตใหม่เพื่อให้สามารถพัฒนางานของตนได้</p>
<p>เกี่ยวกับหลักสูตร ท่านอาจารย์สุมนเสนอว่า  หลักสูตรการฝึกหัดครูจะต้องมีโครงสร้างเดิม 4 หมวดวิชา  ถ้าจะให้ครูเก่งต้องจัดหน่วยกิตวิชาการให้มากเข้าไว้ วิชาเอกต้องมากที่สุด  หลักสูตรครุศึกษาส่วนใหญ่มีแต่วิชาบังคับกับวิชาบังคับเลือก  นิสิตนักศึกษาเหมือนจมน้ำ มีแต่จมูกโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ อ้าปากก็ไม่ได้  น้ำท่วมปาก  เพราะหลักสูตรและลักษณะรายวิชาไม่ต่างไปจากหลักสูตรที่แปลมาจากฉบับภาษา อังกฤษปี 2498 ประการสำคัญ</p>
<p>&#8220;ดิฉันคิดว่า สาระของการศึกษาทั่วไปจะต้องพยายามพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่มีศรัทธา  มีแรงบันดาลใจ ตระหนักในคุณค่าของวิชาชีพ  นอกเหนือไปจากการเตรียมความพร้อมในการศึกษาวิชาหรือศาสตร์ต่างๆ  ดิฉันพยายามจูงใจว่าการฝึกหัดครูต้องเริ่มด้วยความรักและกรุณา  นี่เป็นคำสอนของพระเดชพระคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)-คนเป็นครู  เป็นด้วยความรักและกรุณา  เป็นเสมือนไฟส่องทางในวิถีของการฝึกหัดครู-แน่นอนว่าการจัดครุศึกษาจะเว้น  การสอนเนื้อหาวิชาการไม่ได้ เพราะว่าความรู้ในศาสตร์ต่างๆ  ทั้งที่เป็นของไทยเอง และความรู้ที่เป็นสากลต้องมีแน่นอน และต้องเข้มด้วย&#8221;</p>
<p>เนื้อหาสาระของปาฐกถาชุดนี้ยังมีอีกมาก สมควรที่ผู้บริหารการศึกษา  ครูอาจารย์  และผู้ที่สนใจทางการศึกษาควรขวนขวายหามาอ่านเพื่อประเทืองปัญญาและเข้าใจใน  ความเป็น &#8220;ครู&#8221; ของผู้เป็นครูมาตลอดชีวิต</p>
<p><strong>สนใจหาซื้อได้ที่ศูนย์ตำราและเอกสารคณะครุศาสตร์ และศูนย์หนังสือแห่งจุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong></p>
<p>เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รายงาน</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpIVXdPVEk0TURjMU5BPT0=&amp;sectionid=TURNeE5RPT0=&amp;day=TWpBeE1TMHdOeTB5T0E9PQ==">หนังสือพิมพ์ข่าวสด</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวทีนำเสนอ &#8220;กรอบแนวทางการบริหารจัดการแนวใหม่โรงเรียนขนาดเล็ก&#8221; โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2011 09:00:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=978</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ขอเชิญร่วมงานเวทีนำเสนอ &#8220;กรอบแนวทางการบริหารจัดการแนวใหม่โรงเรียนขนาดเล็ก&#8221; โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น
วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๔
ณ ห้องประชุม ๑ ตึกรัชมังคลา กระทรวงศึกษาธิการ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเชิญร่วมงานเวทีนำเสนอ &#8220;กรอบแนวทางการบริหารจัดการแนวใหม่โรงเรียนขนาดเล็ก&#8221; โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น</p>
<p>วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๔</p>
<p>ณ ห้องประชุม ๑ ตึกรัชมังคลา กระทรวงศึกษาธิการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สพฐ.เคาะ 3 แสนล้านเสนอ 9 โปรเจ็ค รบ.ใหม่ – โยนกลุ่มค้านยุบ ร.ร.เล็กแก้ขาดครู</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0-3-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-9-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0-3-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-9-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 06:58:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=973</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0-3-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-9-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/270754-isaranews1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สพฐ.เตรียม ดัน 9 โปรเจ็คให้รัฐบาล ขยายเรียนดีเรียนฟรี   ตั้งแต่อนุบาล 2 และหนึ่งอำเภอหนึ่ง ร.ร.ในฝันตั้งแต่ประถมยันมัธยม ส่วนกรณียุบรวมโรงเรียนเล็ก โยนกลุ่มค้าน “หาทางออกขาดครู” ด้านเครือข่ายการศึกษาทางเลือก “ยกร่างแผนปฏิรูป ร.ร.เล็ก” เตรียมเสนอ 15 ส.ค. แต่ไม่มั่นใจ ก.ศึกษาฯจะรับลูกวันที่ 26 ก.ค.54 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น ฐาน(สพฐ.)ว่าที่ประชุมได้หารือถึงการยกร่างนโยบายของสพฐ. 9 โครงการเพื่อรอเสนอรัฐบาลใหม่ ประกอบด้วย
1.โครงการปฎิรูปเงินเดือนและค่าตอบแทนครูให้ทัดเทียมกับวิชาชีพชั้นสูงด้าน อื่นๆ เช่น ตุลาการ แพทย์ และทหาร
2.โครงการจัดระบบการศึกษาและฝึกอบรมพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องโดยใช้ระบบไอที
3.โครงการเรียนฟรีเรียนดี 15 ปีตั้งแต่แรกเกิดจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ
4.โครงการส่งเสริมให้เด็กมีคอมพิวเตอร์ใช้หรือOne Tablet PC Per Child จะเริ่มแจกให้นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1ทั่วประเทศ ประมาณ 522,000 คน คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 3,236 ล้านบาท
5.โครงการตำราแห่งชาติที่เป็นมาตรฐานและนำมาใช้ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
6.โครงการบรรจุหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1– 6 ลงในระบบอิเลคทรอนิกส์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่รวดเร็วเชื่อมโยงและกว้าง ขวางยิ่งขึ้น
7.โครงการปรับปรุงห้องเรียนทุกห้องให้ได้มาตรฐาน
8.โครงการปรับหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานในทุกระดับให้เท่าเทียม มาตรฐานสากลและ
9.โครงการจัดตั้งโรงเรียนมาตรฐานตัวอย่าง 1 อำเภอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/270754-isaranews1.jpg" alt="" width="336" height="252" />สพฐ.เตรียม ดัน 9 โปรเจ็คให้รัฐบาล ขยายเรียนดีเรียนฟรี   ตั้งแต่อนุบาล 2 และหนึ่งอำเภอหนึ่ง ร.ร.ในฝันตั้งแต่ประถมยันมัธยม ส่วนกรณียุบรวมโรงเรียนเล็ก โยนกลุ่มค้าน “หาทางออกขาดครู” ด้านเครือข่ายการศึกษาทางเลือก “ยกร่างแผนปฏิรูป ร.ร.เล็ก” เตรียมเสนอ 15 ส.ค. แต่ไม่มั่นใจ ก.ศึกษาฯจะรับลูก<span id="more-973"></span>วันที่ 26 ก.ค.54 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น ฐาน(สพฐ.)ว่าที่ประชุมได้หารือถึงการยกร่างนโยบายของสพฐ. 9 โครงการเพื่อรอเสนอรัฐบาลใหม่ ประกอบด้วย<br />
1.โครงการปฎิรูปเงินเดือนและค่าตอบแทนครูให้ทัดเทียมกับวิชาชีพชั้นสูงด้าน อื่นๆ เช่น ตุลาการ แพทย์ และทหาร<br />
2.โครงการจัดระบบการศึกษาและฝึกอบรมพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องโดยใช้ระบบไอที<br />
3.โครงการเรียนฟรีเรียนดี 15 ปีตั้งแต่แรกเกิดจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ<br />
4.โครงการส่งเสริมให้เด็กมีคอมพิวเตอร์ใช้หรือOne Tablet PC Per Child จะเริ่มแจกให้นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1ทั่วประเทศ ประมาณ 522,000 คน คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 3,236 ล้านบาท<br />
5.โครงการตำราแห่งชาติที่เป็นมาตรฐานและนำมาใช้ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน<br />
6.โครงการบรรจุหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1– 6 ลงในระบบอิเลคทรอนิกส์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่รวดเร็วเชื่อมโยงและกว้าง ขวางยิ่งขึ้น<br />
7.โครงการปรับปรุงห้องเรียนทุกห้องให้ได้มาตรฐาน<br />
8.โครงการปรับหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานในทุกระดับให้เท่าเทียม มาตรฐานสากลและ<br />
9.โครงการจัดตั้งโรงเรียนมาตรฐานตัวอย่าง 1 อำเภอ 1 + 1 โรงเรียนในฝันจะมีทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา</p>
<p>เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่าทั้ง 9โครงการนี้จะใช้งบประมาณในปีงบประมาณ 2555 ประมาณ 285,781 ล้านบาท และเมื่อรวมกับงบประมาณรายจ่ายประจำของ สพฐ.ทั้งหมดแล้ว สพฐ.จะต้องกำหนดงบประมาณ 317,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้มีการประสานข้อมูลกับทางสำนักงบประมาณในโครงการที่เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่</p>
<p>“โครงการที่กำหนดมานี้คิดจากกรอบนโยบาย พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นข้อเสนอในเบื้องต้นยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย อย่างโครงการเรียนฟรีเรียนดี 15 ปีตั้งแต่แรกเกิดจะเป็นการขยายต่อเนื่องจากนโยบายเรียนฟรีในปัจจุบัน โดยคำว่าแรกเกิดนั้นในบริบทของ สพฐ.คือตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 ปีแต่ทั้งหมดนี้ต้องไปหาข้อสรุปสุดท้ายอีกครั้ง”</p>
<p>นายชินภัทร ยังกล่าวว่า จะจัดประชุมปฏิบัติการเพื่อทำรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบ เป้าหมายและนโยบายของทั้ง 9 โครงการต่อไป</p>
<p>นายชินภัทร ยังกล่าวว่าในการประชุมผู้บริหาร สพฐ.ยังได้พิจารณาความคืบหน้าการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากที่ผ่านมา สพฐ.มีนโยบายที่จะยุบเลิกโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4,000 กว่าแห่ง แต่มีการคัดค้านจากสภาการศึกษาทางเลือก ดังนั้นเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาจึงมีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา</p>
<p>เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า สภาการศึกษาทางเลือกได้เสนอว่าโรงเรียนขนาดเล็ก มีประโยชน์ และมีความจำเป็นในมิติทางสังคม เพราะจะช่วยทำให้ชุมชนหมู่บ้านโดยเฉพาะในชนบทมีความใกล้ชิดกับโรงเรียน และยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง เช่น ทำให้เด็กไม่ต้องเดินทางไกล และช่วยให้ซึมซับวัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนชุมชนช่วยดูแลสอดส่องความประพฤติเด็กด้วย ดังนั้น สพฐ.จึงได้ตกลงกับสภาการศึกษาทางเลือกให้ไปยกร่างแนวทางเพื่อหาทางออกร่วมกันใน 2 ประเด็น</p>
<p>คือ<span style="color: #0000ff"> 1.แนวทางการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยเฉพาะงบประมาณ และบุคลากร ซึ่งสพฐ.มีข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากไม่สามารถจัดบุคลากรได้ตามจำนวนชั้นเรียนที่เปิดสอน เพราะมีจำนวนนักเรียนไม่มากพอ 2.ทำอย่างไรที่จะให้ชุมชนและองค์กรต่างๆเข้ามาช่วยดูแลด้านคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งขณะนี้ สพฐ. กำลังรอข้อเสนอจากสภาการศึกษาทางเลือก เพื่อร่วมประชุมหาข้อสรุปในการประชุมครั้งต่อไป</span></p>
<p><span style="color: #993300">&#8220;คงต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหาร จัดการร่วมกัน ถ้าไม่ต้องการให้โรงเรียนเล็กถูกยุบ สภาการศึกษาทางเลือกต้องมีทางออกให้เราด้วย เพราะตอนนี้ สพฐ.ถูกบีบจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.) ไม่ให้คนเพิ่ม และจะได้น้อยลงเรื่อยๆตามอัตราการเกษียณอายุราชการ โดยเราถูกขู่มาว่า ไม่จัดการกับโรงเรียนขนาดเล็ก ต่อไปอัตราคนของ สพฐ.ก็จะไม่ได้คืน สพฐ.อยู่ตรงกลาง เพราะด้านหนึ่งก็ถูกบีบไม่ให้ยุบ ฉะนั้นต้องดูว่าอะไรเป็นทางออกที่ดีที่สุด&#8221; </span>เลขาธิการ สพฐ. กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา สภาเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ได้ยกร่าง“แผน พัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยการปฏิรูปการจัดการศึกษาแนวใหม่” โดยเตรียมจะนำเสนอต่อเลขาธิการ กพฐ.ในวันที่ 15 ส.ค.ที่จะถึงนี้ แต่ไม่มั่นใจว่า สพฐ.จะนำไปปฏิบัติหรือไม่</p>
<p>โดยสาระสำคัญของแผนดังกล่าว อาทิ<span style="color: #0000ff"> ให้มีพระราชบัญญัติโรงเรียนชุมชน พร้อมปรับปรุงกฎหมายอื่นๆ เช่น ทำให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล และให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาไม่น้อยกว่าโรงเรียนละ 200,000 บาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายเพื่อให้โรงเรียนเล็ดกจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p>(ตามรายละเอียดได้ใน “<a href="http://goo.gl/jOWta">เครือข่าย ร.ร.เล็ก เสนอออก พ.ร.บ.โรงเรียนชุมชน ตอบโจทย์ค้านยุบรวม</a>” ) .<br />
ภาพประกอบ : <a href="http://www.bantan.ac.th/blog/?cat=3">http://www.bantan.ac.th/blog/?cat=3</a><br />
ที่มา : <a href="http://goo.gl/0n4nG">ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา<br />
</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%b0-3-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad-9-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครือข่าย ร.ร.เล็ก เสนอออก พ.ร.บ.โรงเรียนชุมชน ตอบโจทย์ค้านยุบรวม</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3-%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3-%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 05:22:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=965</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3-%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%ad/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/260754-isaranews1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สภาการศึกษาทางเลือกเปิดเวทีหาทางออกโรงเรียนเล็ก 3 นักวิชาการศึกษา วิทยากร-เอกวิทย์-พิภพ นั่งที่ปรึกษา เตรียมยื่นแผนพัฒนาคุณภาพตามแนวปฏิรูปให้ สพฐ.15 ส.ค. หนุนหลักสูตรท้องถิ่น เสนอรัฐตั้งกองทุน ร.ร.ละ 2 แสน อปท.สมทบ 10% ของงบรวม
จากการเคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จน สพฐ.ระงับโครงการดังกล่าวโดยเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้คัดค้านจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อตอบโจทย์ เรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพ การจัดการที่เหมาะสม
นายวันชัย พุทธทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือกภาคใต้ เปิดเผยกับศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศราว่า ล่าสุดวันที่ 24 ก.ค.54 ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย สภาเครือข่ายการศึกษาทางเลือก (สกล.) จัด “เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก” และจะนำข้อสรุปจากเวทีไปยื่นต่อ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ สพฐ.ในวันที่ 15 ส.ค.ที่จะถึงนี้
นายวันชัย กล่าวอีกว่าหลังจากที่ สพฐ. ทิ้งโจทย์ให้ฟื้นฟูโรงเรียน ทางเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กได้จัดเวทีประชุมระดับภาค เพื่อร่างแผนพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในแต่ละภาค และนำเสนอในการประชุม  เพื่อสรุปออกมาเป็นแผนร่วมกัน
“การประชุมเพื่อให้เครือข่ายนำเสนอแผนในแต่ละภาคว่าเกิดปัญหาอะไร และจะช่วยกันปรับอย่างไร โดยมีนักวิชาการ ได้แก่ รศ.วิทยากร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/260754-isaranews1.jpg" alt="" width="396" height="252" />สภาการศึกษาทางเลือกเปิดเวทีหาทางออกโรงเรียนเล็ก 3 นักวิชาการศึกษา วิทยากร-เอกวิทย์-พิภพ นั่งที่ปรึกษา เตรียมยื่นแผนพัฒนาคุณภาพตามแนวปฏิรูปให้ สพฐ.15 ส.ค. หนุนหลักสูตรท้องถิ่น เสนอรัฐตั้งกองทุน ร.ร.ละ 2 แสน อปท.สมทบ 10% ของงบรวม<span id="more-965"></span></p>
<p>จากการเคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จน สพฐ.ระงับโครงการดังกล่าวโดยเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้คัดค้านจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อตอบโจทย์ เรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพ การจัดการที่เหมาะสม</p>
<p><strong>นายวันชัย พุทธทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือกภาคใต้</strong> เปิดเผยกับศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศราว่า ล่าสุดวันที่ 24 ก.ค.54 ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย สภาเครือข่ายการศึกษาทางเลือก (สกล.) จัด <strong>“เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก”</strong> และจะนำข้อสรุปจากเวทีไปยื่นต่อ <strong>ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ สพฐ.</strong>ในวันที่ 15 ส.ค.ที่จะถึงนี้</p>
<p><strong>นายวันชัย </strong>กล่าวอีกว่าหลังจากที่ สพฐ. ทิ้งโจทย์ให้ฟื้นฟูโรงเรียน ทางเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กได้จัดเวทีประชุมระดับภาค เพื่อร่างแผนพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในแต่ละภาค และนำเสนอในการประชุม  เพื่อสรุปออกมาเป็นแผนร่วมกัน</p>
<p>“การประชุมเพื่อให้เครือข่ายนำเสนอแผนในแต่ละภาคว่าเกิดปัญหาอะไร และจะช่วยกันปรับอย่างไร โดยมีนักวิชาการ ได้แก่ รศ.วิทยากร เชียงกูล ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง และนายพิภพ ธงไชย เป็นที่ปรึกษา ซึ่งให้ข้อแนะนำว่า จะต้องเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งการร่างหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเตรียมนำไปยื่นต่อเลขา สพฐ.” <strong>นายวันชัย</strong>กล่าว</p>
<p><strong>รองเลขาฯ สกล. ภาคใต้</strong> ยังกล่าวถึงรายละเอียดของแผนฯว่า เป็นการส่งเสริมให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนของชุมชน ให้มีพระราชบัญญัติโรงเรียนชุมชน พร้อมปรับปรุงกฎหมายอื่นๆ เช่น ทำให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล และให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาไม่น้อยกว่าโรงเรียนละ 200,000 บาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายให้กับโรงเรียนชุมชน เพื่อให้โรงเรียนเล็ดสามารถจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งตนยังไม่มั่นใจว่าสพฐ. จะรับแผนนี้หรือไม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้กับชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วม</p>
<p>&#8220;จากประสบการณ์การทำงานกับชุมชนพบว่า รัฐยังไม่เชื่อว่าชุมชนสามารถจัดการศึกษาได้ และไม่เคยยอมรับว่าตนเองจัดการศึกษาล้มเหลว ไม่ยอมกระจายอำนาจ ทั้งที่รัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ก็เปิดให้ชุมชนสามารถเข้ามาจัดการศึกษาได้  เมื่อไม่มีความสามารถที่จะจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ ก็ต้องคืนให้ชุมชนโดยเร็ว ก่อนจะเลวร้ายไปกว่านี้&#8221; <strong>นายวันชัย</strong>กล่าว<br />
……………………………………………<br />
<a href="http://www.isranews.org/images/stories/schoolplan-1.jpg"></a>(ล้อมกรอบ)<br />
<strong><span style="text-decoration: underline"><img class="alignright" src="http://www.choice2learn.net/images/News/260754-isaranews2.jpg" alt="" width="440" height="280" />สรุปแผนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กด้วยการปฏิรูปการจัดการศึกษาแนวใหม่</span></strong><br />
<strong>วิสัยทัศน์</strong><br />
นัก เรียนดี มีความรู้ ครูมีจิตวิญญาณ ชุมชน และทุกภาคส่วนร่วมบริหารจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและคุณภาพการเรียนรู้ของเยาวชนที่สอดคล้อง กับอัตลักษณ์ของท้องถิ่น</p>
<p><strong>พันธกิจ</strong><br />
•    พัฒนาให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนชุมชน<br />
•    แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบปฏิบัติที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการบริหารและจัดการศึกษาของโรงเรียนชุมชน<br />
•    สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการร่วมบริหารจัดการศึกษาของชุมชน<br />
•    สร้างและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่เน้นกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง<br />
•    สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น<br />
•    พัฒนาคุณภาพครูและผู้บริหารให้เป็นครูมืออาชีพของโรงเรียนชุมชน<br />
•    ปรับปรุงระบบบริหารจัดการและระดมทรัพยากรทางการศึกษาเพื่อการจัดการศึกษาให้มีความเสมอภาค เท่าเทียม และทั่วถึง<br />
•    จัดให้มีหลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น<br />
•    สร้างเครือข่ายโรงเรียนชุมชนที่เข้มแข็ง</p>
<p><strong>แผนยุทธศาสตร์ ระยะ 5 ปี (2555-2559) </strong><br />
•    ส่งเสริมให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนของชุมชนที่สามารถจัดการศึกษาได้ทั้งสามรูปแบบ คือ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย<br />
•    สนับสนุนให้ชุมชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดทำประกันคุณภาพ และพัฒนาแผนการจัดการศึกษา หลักสูตร แผนการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล<br />
•    ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาผู้บริหาร ครู ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อให้นำหลักสูตรสู่การจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ<br />
•    ให้กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนชุมชนและให้มีการจัดสรรเพื่อการพัฒนาตาม สภาพจริง ไม่น้อยกว่าโรงเรียนละ 200,000 บาท<br />
•    ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล จัดสรรงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายให้กับโรงเรียนชุมชน<br />
•    ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีกฎระเบียบในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ให้กับการจัดการศึกษาของท้องถิ่นและการพัฒนาโรงเรียนชุมชน<br />
•    ให้ภาคเอกชน ชุมชน สถาบันศาสนา ครอบครัว ศิษย์เก่า องค์กรอิสระ มีการระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการศึกษา<br />
•    ให้มีระบบประกันคุณภาพภายในและภายนอก ดำเนินการโดยการวิจัยสถาบันของโรงเรียนชุมชนซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานและตัวบ่ง ชี้ที่สอดคล้องกับปรัชญา เป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียนชุมชน<br />
•    ปรับปรุงกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบปฏิบัติที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการบริหารจัดการ ด้านบริหารบุคคล ด้านวิชาการ ด้านบริหารทั่วไป และด้านการเงินและงบประมาณของโรงเรียนชุมชน เพื่อให้โรงเรียนชุมชนเป็นนิติบุคคลที่สมบูรณ์และสามารถจัดการตนเองได้อย่าง แท้จริง<br />
•    จัดทำพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาของโรงเรียนชุมชน เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพของเยาวชนในฐานชุมชนท้องถิ่น<br />
•    จัดตั้งสมาคมเครือข่ายโรงเรียนชุมชนแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นหน่วยงานที่ส่ง เสริมการพัฒนาโรงเรียนชุมชนและขยายผลสำเร็จของการพัฒนาไปยังโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป</p>
<p><strong> แผนการดำเนินงาน ระยะ 5 ปี (2555-2559) </strong><br />
•    การส่งเสริมให้เกิดการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนชุมชน .</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p>ธิดามนต์ พิมพาชัย ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน รายงาน<br />
ภาพประกอบและที่มา: <a href="http://goo.gl/jOWta">สำนักข่าวอิศรา</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3-%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณภาพชีวิตคนไทย ทำไมต้องลอกวิธีการฝรั่ง</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 09:56:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=961</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/260754-dailynews.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>จากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ครั้งที่ผ่านมาผลสัมฤทธิ์แทบจะทุกวิชาที่จัดสอบได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมาก จึงเป็นที่มาของการกล่าวขานว่าการจัดการศึกษาในปัจจุบันคุณภาพตกต่ำอย่างน่าใจหาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงการสอบโอเน็ตมีปัจจัยแทรกซ้อนหลายอย่างที่ส่งผลต่อคะแนน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตอบ ความยาก จำนวนของข้อสอบที่มีวิชาละไม่กี่ข้อและข้อสอบแต่ละปีก็คนละชุดส่วนผู้สอบก็คนละกลุ่มกัน รวมถึงการให้ความสำคัญของนักเรียนกับการสอบก็มีไม่มากนัก การมาด่วนสรุปว่าเด็กไทยมีคุณภาพต่ำ อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ได้ 
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากให้การแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาต้องพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเพื่อให้เด็กทำข้อสอบโอเน็ตได้คะแนนมากๆ จนลืมให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ ไปเพราะเป้าหมายของการศึกษาแท้ที่จริงแล้วก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กทั้ง ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม คุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิตสืบสานจารีตประเพณี ความดีงามของชาติและท้องถิ่นเพื่อให้การดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีความสุข เป็นคนดี คนเก่ง อยู่ในสังคมอย่างสมานฉันท์ มีทักษะการประกอบอาชีพตามบริบทความพร้อมของท้องถิ่นและประเทศชาติมีอยู่
แต่การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะไปให้ความสำคัญกับวิธีการของต่างชาติมากจนเกินไปทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าผู้บริหารการศึกษาที่มีอำนาจในการสั่งการส่วนใหญ่ไปเรียนรู้หรือศึกษาดูงานจากต่างประเทศกันมาก เลยลืมคิดถึงความเป็นไทยที่มีอุปสรรค ปัญหา ปัจจัยความพร้อม บริบททุกด้านรวมถึงศักยภาพของบุคลากรแตกต่างกับต่างชาติอย่างสิ้นเชิง วิธีการที่ไปลอกฝรั่งมาจึงใช้กับคนไทยไม่ค่อยได้ผล
ตัวอย่างเช่น การปฏิรูปการศึกษาที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 จนมาถึงปัจจุบัน ผลที่เกิดขึ้นเห็นเป็นรูปธรรมก็มีแค่การเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ทำให้ผู้บริหารได้รับระดับหรือซีที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการกลับอุ้ยอ้ายกว่าเดิม นี่ยังไม่รวมถึงวิธีการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การประเมินคุณภาพการศึกษาจากหน่วยงานภายนอก การสอบโอเน็ตที่ใช้หลักเกณฑ์หรือข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่น่าจะเหมาะกับบริบทและเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรของชาติ ด้วยข้อแตกต่างในความพร้อมทั้งสถานศึกษาและศักยภาพของผู้เรียนทำให้การประเมินคุณภาพสถานศึกษาจากหน่วยงานภายนอกหรือการสอบโอเน็ตจึงไม่ค่อยได้ผล เพราะปัญหาที่มีอยู่แม้ไม่ต้องไปประเมินหรือจัดสอบให้สิ้นเปลืองงบประมาณ จำนวนมากทุกฝ่ายก็ทราบกันดีอยู่แล้ว
แต่เมื่อรู้อยู่แล้วยังทำก็ยิ่งเหมือนไปเพิ่มภาระงานอื่นๆ ให้กับครูจนแทบไม่มีเวลาสอนหรือไปแก้ปัญหาให้เด็ก โดยเฉพาะการไปสร้างเจตคติให้กับผู้เรียนและวิธีการพัฒนาที่พลอยหลงทางไปด้วย เพราะเมื่อปัญหาที่พบจากการประเมินหรือจัดสอบดังกล่าวเป็นอย่างไร ครูผู้บริหารรวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบก็มักจะมุ่งเป้าไปแก้ปัญหาตรงจุดนั้นโดยเฉพาะปัญหาด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ยิ่งผสมโรงกับเจตคติของผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานเข้าโรงเรียนดัง มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เด็กต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเรียนพิเศษ ติวข้อสอบ ที่เริ่มกันตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการวัดประเมินผลสารพัดรูปแบบจากหลายหน่วยงานที่จัดขึ้นปีละหลายครั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/260754-dailynews.jpg" alt="" width="300" height="225" />จากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ครั้งที่ผ่านมาผลสัมฤทธิ์แทบจะทุกวิชาที่จัดสอบได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมาก จึงเป็นที่มาของการกล่าวขานว่าการจัดการศึกษาในปัจจุบันคุณภาพตกต่ำอย่างน่าใจหาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงการสอบโอเน็ตมีปัจจัยแทรกซ้อนหลายอย่างที่ส่งผลต่อคะแนน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตอบ ความยาก จำนวนของข้อสอบที่มีวิชาละไม่กี่ข้อและข้อสอบแต่ละปีก็คนละชุดส่วนผู้สอบก็คนละกลุ่มกัน รวมถึงการให้ความสำคัญของนักเรียนกับการสอบก็มีไม่มากนัก การมาด่วนสรุปว่าเด็กไทยมีคุณภาพต่ำ อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ได้ <span id="more-961"></span></p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากให้การแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาต้องพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเพื่อให้เด็กทำข้อสอบโอเน็ตได้คะแนนมากๆ จนลืมให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ ไปเพราะเป้าหมายของการศึกษาแท้ที่จริงแล้วก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กทั้ง ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม คุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิตสืบสานจารีตประเพณี ความดีงามของชาติและท้องถิ่นเพื่อให้การดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีความสุข เป็นคนดี คนเก่ง อยู่ในสังคมอย่างสมานฉันท์ มีทักษะการประกอบอาชีพตามบริบทความพร้อมของท้องถิ่นและประเทศชาติมีอยู่</p>
<p>แต่การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะไปให้ความสำคัญกับวิธีการของต่างชาติมากจนเกินไปทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าผู้บริหารการศึกษาที่มีอำนาจในการสั่งการส่วนใหญ่ไปเรียนรู้หรือศึกษาดูงานจากต่างประเทศกันมาก เลยลืมคิดถึงความเป็นไทยที่มีอุปสรรค ปัญหา ปัจจัยความพร้อม บริบททุกด้านรวมถึงศักยภาพของบุคลากรแตกต่างกับต่างชาติอย่างสิ้นเชิง วิธีการที่ไปลอกฝรั่งมาจึงใช้กับคนไทยไม่ค่อยได้ผล</p>
<p>ตัวอย่างเช่น การปฏิรูปการศึกษาที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 จนมาถึงปัจจุบัน ผลที่เกิดขึ้นเห็นเป็นรูปธรรมก็มีแค่การเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ทำให้ผู้บริหารได้รับระดับหรือซีที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการกลับอุ้ยอ้ายกว่าเดิม นี่ยังไม่รวมถึงวิธีการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การประเมินคุณภาพการศึกษาจากหน่วยงานภายนอก การสอบโอเน็ตที่ใช้หลักเกณฑ์หรือข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่น่าจะเหมาะกับบริบทและเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรของชาติ ด้วยข้อแตกต่างในความพร้อมทั้งสถานศึกษาและศักยภาพของผู้เรียนทำให้การประเมินคุณภาพสถานศึกษาจากหน่วยงานภายนอกหรือการสอบโอเน็ตจึงไม่ค่อยได้ผล เพราะปัญหาที่มีอยู่แม้ไม่ต้องไปประเมินหรือจัดสอบให้สิ้นเปลืองงบประมาณ จำนวนมากทุกฝ่ายก็ทราบกันดีอยู่แล้ว</p>
<p>แต่เมื่อรู้อยู่แล้วยังทำก็ยิ่งเหมือนไปเพิ่มภาระงานอื่นๆ ให้กับครูจนแทบไม่มีเวลาสอนหรือไปแก้ปัญหาให้เด็ก โดยเฉพาะการไปสร้างเจตคติให้กับผู้เรียนและวิธีการพัฒนาที่พลอยหลงทางไปด้วย เพราะเมื่อปัญหาที่พบจากการประเมินหรือจัดสอบดังกล่าวเป็นอย่างไร ครูผู้บริหารรวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบก็มักจะมุ่งเป้าไปแก้ปัญหาตรงจุดนั้นโดยเฉพาะปัญหาด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ยิ่งผสมโรงกับเจตคติของผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานเข้าโรงเรียนดัง มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เด็กต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเรียนพิเศษ ติวข้อสอบ ที่เริ่มกันตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการวัดประเมินผลสารพัดรูปแบบจากหลายหน่วยงานที่จัดขึ้นปีละหลายครั้ง หรือเพื่อให้สามารถสอบเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้</p>
<p>ยิ่งภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมให้เด็กเรียนต่อในระดับสูงจนจบระดับปริญญา ด้วยการอำนวยความสะดวกจัดเงินให้กู้ยืมเรียนให้เริ่มฝึกการเป็นหนี้ตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งที่การเรียนรู้ที่สูงขึ้นนั้นผู้เรียนก็ยังไม่รู้เป้าหมายชีวิตและศักยภาพของตนเอง จึงหวังเรียนไปเพื่อให้ได้ใบปริญญา  เมื่อจบออกมาหางานทำก็จะเลือกแต่งานบริหาร หรือเป็นมนุษย์เงินเดือนแม้จะไม่ตรงกับความรู้ ความสามารถที่ตนเองมีอยู่ก็ตาม เพราะไม่สามารถที่จะกลับไปพัฒนาอาชีพดั้งเดิมที่บรรพบุรุษหรือท้องถิ่นมี ความพร้อมอยู่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยมีใบปริญญาค้ำศักดิ์ศรีอยู่นั่นเอง</p>
<p>จากทั้งเจตคติและแนวทางการพัฒนาบุคลากรของชาติที่หลงทางดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเวลาที่หมดไปและเสียดายบุคลากรที่ต้องเดินผิดทาง กับศักยภาพของตนเองมีอยู่เป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยที่มีความพร้อมและอุดม สมบูรณ์ทั้งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ใหญ่ที่สุดของโลก<br />
มีอารยธรรมที่ทรงคุณค่าหาประเทศใดเปรียบเทียบได้ มีสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เอื้ออาทรต่อกัน แต่การศึกษาไม่สามารถพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสูงสุดสอดคล้องกับบริบทความ พร้อมที่มีอยู่ได้ เมื่อการศึกษาหลงทางไปเดินตามฝรั่งสิ่งที่มีคุณค่าของประเทศทั้งหลายที่ว่านี้จึงเริ่มสลายหายไปจากจิตสำนึกของคนไทย ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย</p>
<p>คงไม่ได้อยู่แค่คุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างเดียวเป็นแน่ เมื่อการพัฒนาคุณภาพบุคลากรที่ใช้วิธีการเดินตามหลังฝรั่งแล้วไม่ได้ผล แถมเกิดปัญหาตามมามากมายก็น่าจะหาทางหรือยอมถอยหลังกลับไปใช้วิธีการเก่าที่ เคยใช้ได้ผลเหมาะสมกับความเป็นไทยปัดฝุ่นมาใช้ใหม่บ้างก็ได้ คงไม่มีใครว่าเชย หากดำเนินการแล้วเด็กไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นไปตามที่ชาติต้องการ ซึ่งวิธีการที่ว่านี้ จะขอนำมาเสนอให้เห็นเป็นตัวอย่างสัก 2 วิธีการ</p>
<p>วิธีการแรก การให้ตกซ้ำชั้นสำหรับผู้เรียนที่มีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะจากการใช้วิธีการซ่อมเสริมแทนการตกซ้ำชั้นได้สร้างนิสัยทางลบให้เกิดขึ้นกับเด็กมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวินัย ขาดความรับผิดชอบ ไม่ใส่ใจต่อการเรียน ขาดนิสัยรักการอ่านและการค้นคว้า ผู้เรียนขาดทักษะพื้นฐานความรู้ความสามารถที่จะทำให้การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นมีประสิทธิภาพ เมื่อได้เลื่อนชั้นแต่เรียนไม่ทันเพื่อนและครูต้องพลอยเสียเวลากับการแก้ปัญหาเฉพาะบุคคลจนทำให้เด็กกลุ่มใหญ่เสียเวลาไปด้วย หากนำระบบการสอบได้และสอบตกซ้ำชั้นมาใช้ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาผู้ เรียนให้มีคุณภาพเต็มตามศักยภาพได้มากขึ้น</p>
<p>วิธีการต่อมา ก็คือ การจัดรูปแบบโรงเรียนให้สอดคล้องศักยภาพและความต้องการของท้องถิ่นเป็นไปตาม บริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ด้วยปัญหาและความต้องการในคุณภาพชีวิตของผู้เรียนในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเด็กบางพื้นที่ต้องการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น บางพื้นที่ต้องการมีวิถีชีวิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นในขณะเดียวกันบาง พื้นที่ยังต้องแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ ให้อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น มีคุณลักษณะสุขนิสัยที่ดีขึ้น การที่ไปจัดการศึกษาโดยใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยใช้หลักสูตรเดียวกัน ให้เรียนรู้ 8 กลุ่มสาระกับอีก 1 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเหมือนกัน นโยบาย โครงการจากหน่วยเหนือก็สั่งให้ทำเหมือนกัน รวมถึงการวัดผล ประเมินคุณภาพสถานศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ ก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน คุณภาพชีวิตของเด็กที่จะให้เป็นไปตามศักยภาพที่แต่ละคนมีอยู่จึงเกิดได้ยาก</p>
<p>ดังนั้นเพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและพัฒนาบุคลากรของชาติ ได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย จึงน่าจะจัดโรงเรียนออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่</p>
<p>1. โรงเรียนที่จัดการศึกษารองรับเด็กที่มีศักยภาพเฉพาะด้านในสาขาต่างๆ ให้ได้รับการสนับสนุน ส่งเสริมพัฒนาต่อยอดไปสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความพร้อมแข่งขันกับต่างชาติ หรือออกมาเป็นผู้นำด้านวิชาการและผู้บริหารจัดการในอนาคต</p>
<p>2. โรงเรียนที่จัดการศึกษาเพื่อมุ่งเป้าพัฒนาบุคลากรให้มีพื้นฐานความรู้ ความสามารถ ทักษะชีวิตที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมที่จะออกไปดำเนินชีวิตอยู่ใน สังคมอย่างมีความสุข ประกอบอาชีพตามความถนัดและสนใจเหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่นเพื่อร่วมกันสร้าง และพัฒนาผลผลิตที่ตรงกับทรัพยากรของชาติที่มีอยู่ให้กลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ของโลกที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงและเกิดเถ้าแก่น้อยในทุกหย่อมหญ้า</p>
<p>3. โรงเรียนสำหรับแก้ปัญหาและพัฒนาให้กับกลุ่มที่ขาดความพร้อม อาทิ เด็กพิเศษ เด็กที่มีปัญหาอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กลักษณะดังกล่าวอยู่จำนวนมากในหลายพื้นที่ หากเด็กเหล่านี้ได้รับการแก้ปัญหาและพัฒนาเฉพาะตรงกลุ่มหรือตรงจุด ก็จะสามารถพัฒนาคุณภาพให้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>หากสามารถจัดรูปแบบโรงเรียนได้เช่นนี้จะช่วยทำให้การกำหนดหลักสูตรโครงการ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน การจัดสรรงบประมาณจะเกิดประสิทธิภาพตามมา ซึ่งวิธีคิดเช่นนี้แม้จะเป็นเรื่องเก่าและทำได้ยากในยุคสิทธิมนุษยชนกำลังเบ่งบาน แต่หากการจัดการศึกษายังใช้วิธีการแบบเหมารวมเช่นปัจจุบันนี้ก็คงเหมือนการ รักษาคนไข้ที่มีอาการแตกต่างกันไปแต่วิธีรักษาหรือให้ยาเป็นชนิดเดียวกัน ทั้งหมดหากอาการไข้ใดตรงกับยาที่ให้ก็จะได้ผล แต่หากวิธีรักษาและยาให้ไปไม่ตรงอาการแล้วนอกจากผู้ป่วยจะไม่หายแล้วอาการ อาจจะทรุดหนักเพิ่มขึ้นอีกก็ได้ เปรียบเทียบให้เห็นเช่นนี้ก็คงพอมองออกแล้วว่าจะพัฒนาบุคลากรของชาติอย่างไร ถึงจะได้ผลนะครับ.</p>
<p>ผู้เขียน : กลิ่น สระทองเนียม</p>
<p><strong>ภาพประกอบและที่มา <a href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=42&amp;contentID=153114">หนังสือพิมพ์เดลินิวส์</a></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับหลักสูตรแกนกลางกลุ่มเฉพาะ สพฐ.กำหนดสาระ8วิชา-เกณฑ์วัดผลการเรียน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 06:59:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความเคลื่อนไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=952</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>นาย ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการใช้หลักเกณฑ์ ตลอดจนวิธีการปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อเป็นแนวทางจัดการศึกษาของโรงเรียนปกติทั่วไป และบางกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นต้องปรับหลักสูตรแกนกลางให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ โฮมสคูล โดยจะเป็นหลักสูตรที่สามารถใช้สำหรับการจัดการศึกษาทุกรูปแบบทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย รวมถึงครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น ร.ร.รุ่งอรุณ ร.ร.หมู่บ้านเด็ก โรงเรียนที่สอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โรงเรียนที่สอนเด็กพิการ โรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายสิบทหารบก โรงเรียนกีฬา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นต้น
นายชินภัทรกล่าวต่อว่า สำหรับสาระการเรียนรู้ หรือเนื้อหาสาระของหลักสูตร จะเป็นองค์ความรู้ ทักษะ และค่านิยมที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนแยกรายวิชาตามกลุ่มสาระ หรืออาจบูรณาการเป็นกลุ่มประสบการณ์ก็ได้ตามความเหมาะสม เช่น กลุ่มประสบการณ์ความรู้ในธรรมชาติ กลุ่มประสบการณ์ความรู้ในศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น ส่วนเวลาเรียนได้กำหนดให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษา มีเวลาเรียนประมาณ 1,000 ชั่วโมงต่อปี ส่วนระดับมัธยมศึกษาประมาณ 1,200 ชั่วโมงต่อปี สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัยไม่ได้กำหนดตายตัว แต่ให้จัดเวลาเรียนให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
&#8220;สำหรับเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ผู้เรียนจะต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นาย ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการใช้หลักเกณฑ์ ตลอดจนวิธีการปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อเป็นแนวทางจัดการศึกษาของโรงเรียนปกติทั่วไป และบางกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นต้องปรับหลักสูตรแกนกลางให้เหมาะสมกับผู้เรียน <span style="color: #0000ff">โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ โฮมสคูล<span id="more-952"></span></span><span style="color: #0000ff"> โดยจะเป็นหลักสูตรที่สามารถใช้สำหรับการจัดการศึกษาทุกรูปแบบทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย รวมถึงครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น ร.ร.รุ่งอรุณ ร.ร.หมู่บ้านเด็ก โรงเรียนที่สอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โรงเรียนที่สอนเด็กพิการ โรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายสิบทหารบก โรงเรียนกีฬา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม </span>เป็นต้น</p>
<p>นายชินภัทรกล่าวต่อว่า สำหรับสาระการเรียนรู้ หรือเนื้อหาสาระของหลักสูตร จะเป็นองค์ความรู้ ทักษะ และค่านิยมที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนแยกรายวิชาตามกลุ่มสาระ หรืออาจบูรณาการเป็นกลุ่มประสบการณ์ก็ได้ตามความเหมาะสม เช่น กลุ่มประสบการณ์ความรู้ในธรรมชาติ กลุ่มประสบการณ์ความรู้ในศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น ส่วนเวลาเรียนได้กำหนดให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษา มีเวลาเรียนประมาณ 1,000 ชั่วโมงต่อปี ส่วนระดับมัธยมศึกษาประมาณ 1,200 ชั่วโมงต่อปี สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัยไม่ได้กำหนดตายตัว แต่ให้จัดเวลาเรียนให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้</p>
<p>&#8220;สำหรับเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ผู้เรียนจะต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ต้องได้รับการตัดสินผลการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และต้องได้รับการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จึงจะถือว่าจบหลักสูตร&#8221; นายชินภัทรกล่าว</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpIVXdNVEkyTURjMU5BPT0=&amp;sectionid=TURNeE5RPT0=&amp;day=TWpBeE1TMHdOeTB5Tmc9PQ==">หนังสือพิมพ์ข่าวสด</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/26/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอเชิญดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2011 10:22:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=948</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ขอเชิญสมาชิกเครือข่ายสภาการศึกษาทางเลือกและผู้ที่สนใจ
ร่วมดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง แผนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยการปฏิรูปการจัดการศึกษาแนวใหม่
ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ได้ที่นี่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเชิญสมาชิกเครือข่ายสภาการศึกษาทางเลือกและผู้ที่สนใจ<br />
ร่วมดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ<br />
เรื่อง แผนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยการปฏิรูปการจัดการศึกษาแนวใหม่<br />
ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย</p>
<p><a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=4&amp;t=988&amp;sid=a616979b1b53479aec459ffc41a39278">ได้ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรียนเพื่อเป้าหมายชีวิต หัวใจการศึกษา&#8221;โฮมสคูล&#8221;</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2011 07:27:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=942</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/250754-komchadluek.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
หัวใจสำคัญในการจัดโฮมสคูลให้ประสบความสำเร็จคือ คนในครอบครัวต้องพูดคุยกัน เพื่อฟังเสียงของกันและกัน และเสียงนั้นต้องมาจากความคิด ความต้องการของแต่ละคนจริง ๆ เพราะทุกวันนี้ในครอบครัวแม้จะพูดคุยกันแต่ต้องยอมรับว่า อาจไม่ใช่เสียงความคิดที่แท้จริงของพ่อแม่ หรือลูก เป็นเพียงการสื่อสารภายใต้ความคาดหวัง สิ่งที่พ่อแม่ต้องการมากกว่าลูกต้องการ เพราะพ่อแม่กลัวว่า ลูกจะไม่มีจุดยืน สู้คนอื่นไม่ได้ ทำให้เด็กไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วต้องการอะไร เรียนไปเพื่ออะไร ขาดแรงบันดาลใจในการก้าวตามความฝันของตนเอง เสียงสะท้อนจากหัวใจนายมนตรีทองเพียร หัวหน้าครอบครัวที่จัดการศึกษาแบบโฮมสคูล จนลูกทั้ง 3 คนประสบความสำเร็จในชีวิตของตนเอง
ครอบครอบครัวทองเพียรประกอบไปด้วย ลูกสาว 2 คนลูกชาย 1 คนและพ่อแม่ นายมนตรี หนึ่งในวิทยากร มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ย้อนเล่าไปถึงจุดเริ่มต้นว่า เดิมทีได้ส่งลูกๆ ทั้ง 3 คน เข้าโรงเรียนในระบบเหมือนครอบครัวอื่น  คนโตเสียงเขาไม่ชัดเจนว่าอยากเรียนในระบบหรือนอกระบบ เราก็ส่งเข้าเรียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบชั้นม.6 เขาขอหยุด และอยากเรียนนอกระบบ
ส่วนลูกคนกลาง ลูกชายเสียงเขาชัดเจนมาตั้งแต่อนุบาลว่าไม่อยากไปโรงเรียน เรียนแล้วไม่มีความสุข และเรียกร้องดังขึ้นเรื่อยๆ จนถึงป.6 ประกอบกับตอนนั้นภาวะเศรษฐกิจในครอบครัวมีปัญหา จึงตัดสินใจให้ลูกชายหยุดเรียนและทดสอบจัดการจัดศึกษาเอง และคนเล็ก เขาเลิกเรียนในระบบตอนม.3 ตอนนี้กำลังสนใจทางด้านดนตรี
ช่วงแรกๆครอบครัวทองเพียร พยายามศึกษารูปแบบการเรียนการสอนจากครอบครัวที่จัดการศึกษาแบบโฮมสคูลซึ่งแต่ละครอบครัวอาจมีรูปแบบต่างกัน แต่มีหลักการคล้ายกัน คือไม่เอาระบบการศึกษา เพราะมองว่าระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/250754-komchadluek.jpg" alt="" width="424" height="377" /><br />
หัวใจสำคัญในการจัดโฮมสคูลให้ประสบความสำเร็จคือ คนในครอบครัวต้องพูดคุยกัน เพื่อฟังเสียงของกันและกัน และเสียงนั้นต้องมาจากความคิด ความต้องการของแต่ละคนจริง ๆ เพราะทุกวันนี้ในครอบครัวแม้จะพูดคุยกันแต่ต้องยอมรับว่า อาจไม่ใช่เสียงความคิดที่แท้จริงของพ่อแม่ หรือลูก เป็นเพียงการสื่อสารภายใต้ความคาดหวัง สิ่งที่พ่อแม่ต้องการมากกว่าลูกต้องการ <span id="more-942"></span>เพราะพ่อแม่กลัวว่า ลูกจะไม่มีจุดยืน สู้คนอื่นไม่ได้ ทำให้เด็กไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วต้องการอะไร เรียนไปเพื่ออะไร ขาดแรงบันดาลใจในการก้าวตามความฝันของตนเอง เสียงสะท้อนจากหัวใจนายมนตรีทองเพียร หัวหน้าครอบครัวที่จัดการศึกษาแบบโฮมสคูล จนลูกทั้ง 3 คนประสบความสำเร็จในชีวิตของตนเอง</p>
<p>ครอบครอบครัวทองเพียรประกอบไปด้วย ลูกสาว 2 คนลูกชาย 1 คนและพ่อแม่ นายมนตรี หนึ่งในวิทยากร มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ย้อนเล่าไปถึงจุดเริ่มต้นว่า เดิมทีได้ส่งลูกๆ ทั้ง 3 คน เข้าโรงเรียนในระบบเหมือนครอบครัวอื่น  คนโตเสียงเขาไม่ชัดเจนว่าอยากเรียนในระบบหรือนอกระบบ เราก็ส่งเข้าเรียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบชั้นม.6 เขาขอหยุด และอยากเรียนนอกระบบ</p>
<p>ส่วนลูกคนกลาง ลูกชายเสียงเขาชัดเจนมาตั้งแต่อนุบาลว่าไม่อยากไปโรงเรียน เรียนแล้วไม่มีความสุข และเรียกร้องดังขึ้นเรื่อยๆ จนถึงป.6 ประกอบกับตอนนั้นภาวะเศรษฐกิจในครอบครัวมีปัญหา จึงตัดสินใจให้ลูกชายหยุดเรียนและทดสอบจัดการจัดศึกษาเอง และคนเล็ก เขาเลิกเรียนในระบบตอนม.3 ตอนนี้กำลังสนใจทางด้านดนตรี</p>
<p>ช่วงแรกๆครอบครัวทองเพียร พยายามศึกษารูปแบบการเรียนการสอนจากครอบครัวที่จัดการศึกษาแบบโฮมสคูลซึ่งแต่ละครอบครัวอาจมีรูปแบบต่างกัน แต่มีหลักการคล้ายกัน คือไม่เอาระบบการศึกษา เพราะมองว่าระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ การเรียนรู้ของลูกๆ ชุดหลักสูตรแม้จะไม่แน่ชัด อย่างหลักสูตรในระบบการศึกษา หรือ พูดง่ายๆว่า ไม่มีหลักสูตร เพียงแต่พ่อแม่มีหน้าที่หลักในการสนุบสนุนความต้องการ ดูว่าความต้องการลึกๆในแต่ละช่วง จังหวะชีวิต แรงบันดาลใจคืออะไร และจัดสิ่งที่จะสร้างการเรียน ความต้องการให้เหมาะสม อย่าง ลูกชาย ช่วงแรกสนใจอยากเรียนรู้เรื่องวาดรูป อยากเขียนหนังสือ ความใฝ่ฝันกว้างๆ พ่อแม่ก็พาไปเจอนักเขียน คนทำงานศิลปะ และเขาค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเอง พ่อแม่ทำหน้าที่เพียงประคับประคอง</p>
<p>โฮมสคูลแบบฉบับของครอบครัวทองเพียร เป็นแบบ UnSchooling หรือ การไม่เอาระบบโรงเรียนดังนั้น การเรียนโฮมสคูลสองสามปีแรก ยอมรับว่าลูกแต่ละคนอาจจะหาทิศทางตัวเองไม่เจอ อย่าง ลูกชาย เมื่อเขาออกจากระบบ ไม่รู้ว่าจะเรียนรู้อะไร ต้องปล่อยให้แสวงหาตัวเองสักพัก ซึ่งตอนนั้นพ่อแม่เกิดความกังวลเล็กๆ เพราะเด็กเมื่อมีอิสระมาก ทำให้นอนตื่นสายบ้าง ขาดระเบียบวินัยบ้าง กลัวว่าลูกจะไม่มีระเบียบวินัย แต่พอเขาได้ค้นหาสิ่งที่ตนเองรัก เช่น ได้เล่นมวยจีน รู้สึกชอบ เขาก็จะตื่นตัว เปลี่ยนชีวิตจากน้องตื่นสายเป็นตื่นเช้า มาฝึกมวยจีนเป็นเรื่องเป็นราว จนกลายเป็นอีกหนึ่งทักษะชีวิตที่เขาจริงจัง และสามารถการถ่ายทอดให้คนอื่นได้ จนตอนนี้ได้ เป็นครูฝึกสอนมวยจีน ต่อมาเรียนต่อแพทย์แผนทิเบต ประเทศอินเดีย และได้รับใบปริญญาการแพทย์จากทิเบต ตอนนี้กำลังเรียนการแพทย์แผนไทยเพิ่มเติม เพื่อขอสอนขอใบประกอบวิชาชีพ โดยการเรียนทั้งหมดของลูกชาย เป็นการเรียนแบบโฮมสคูล</p>
<p>นายมนตรีเล่าต่อว่าครอบครัวสำคัญมากในการจัดโฮมสคูล เพราะหากพ่อแม่ไม่ฟัง หรือ ยอมรับความคิดเห็นของลูกไม่เชื่อว่าลูกจะมีจุดยืน ทิศทางของตัวเองได้ การเรียนแบบโฮมสคูลก็ไม่ต่างอะไรกับการเรียนในระบบ ทั้งที่การเรียนแบบโฮมสคูล คือ การจัดการศึกษาแบบอิสระภายใต้ขอบเขต ที่ทำให้ลูกประสบความสำเร็จ โดยไม่ใช่การบีบบังคับ หรือ สร้างความเบื่อหน่าย</p>
<p>ฉะนั้น การเรียนแบบโฮมสคูล พ่อแม่เป็นเพียงกลไกที่ช่วยให้พวกเขาเดินไปถึงฝัน ไม่ใช่สั่งหรือบังคับ ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากที่พ่อแม่จะเข้าใจเรื่องราวของลูกทั้งหมดเพราะบางเรื่องลูกอาจจะคิดไม่เหมือนพ่อแม่ แต่พ่อแม่ต้องไม่ตัดสินว่าถูกผิด แต่ต้องฟังในสิ่งที่เขาคิดก่อนว่าต้องการอะไร สนใจอะไร เป็นไปได้หรือไม่ และจังหวะไหนที่ช่วยเหลือเขาได้ โดยต้องมีขอบเขตกติกาชัดเจน ขอบเขตดังกล่าวต้องไม่ใช่ปิดกั้นลูก เมื่อผ่านไประยะหนึ่งลูกจะจัดการตัวเองได้</p>
<p>ทุกวันนี้นายมนตรี พอใจมากในการจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล เพราะลูกๆ ทุกคนมีความสุข มีจุดยืน ทิศทางของตัวเอง มีความมั่นคง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรมีให้แก่ลูก และจริงๆ แล้วการเรียนแบบโฮมสคูล สามารถบูรณาการเรียนร่วมกลับในระบบได้เพียงแต่ระบบต้องใจกว้าง เอื้อให้เด็กในระบบโฮมสคูลได้เข้าสู่ระบบ โดยครู โรงเรียน ต้องปรับความคิด ทัศนคติ รูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิมลงบ้าง</p>
<p>จากการได้เป็นที่ปรึกษาเทศบาลจ.ขอนแก่นทำให้ได้นำบทเรียน ห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง เข้าไปดูแลเด็กหลังห้อง เด็กที่ระบบไม่สนใจของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลจ.ขอนแก่น2 โรงโดยมีลูกผม ซึ่งเป็นวิทยากรที่ผ่านการเรียนแบบโฮมสคูลเข้าไปดูแล และให้ครูที่สอนอยู่ในระบบถอยออกมาก้าวหนึ่ง พบว่า เด็กโฮมสคูลและเด็กในระบบเชื่อมโยงกันได้ แถมยังทำให้เด็กในระบบเริ่มมีพลังชีวิต สนใจอยากตื่นขึ้นมาเรียนรู้ ดังนั้น หากครู โรงเรียนไม่ยึดตำรา ประสบการณ์เดิมมากเกินไป การเรียนแบบโฮมสคูลจะช่วยเด็กที่ซ่อนอยู่ในระบบแต่ผ่านระบบโดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยกลายเป็นผู้ที่มีความรู้ พัฒนาตัวเอง มีระเบียบวินัยมากขึ้นได้</p>
<p>การเรียนแบบโฮมสคูล เป็นเพียงแนวทางของการจัดการศึกษาที่อาจไม่ตรงตามหลักสูตรแผนในระบบ แต่เป็นการสร้างคนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิต ความต้องการ ความฝัน อันก่อเกิดจากแรงบันดาลใจของคนๆ นั้นจริงๆ เมื่อนั้นความสุขที่ได้เรียนหนังสือก็จะเกิดขึ้นกับทุกๆฝ่าย</p>
<p>ผู้เขียน ชุลีพร   อร่ามเนตร</p>
<p>ที่มา <a href="http://bit.ly/nzmZfr">หนังสือพิมพ์คมชัดลึก</a><br />
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/25/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก”</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-2/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jul 2011 09:53:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=922</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-2/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก”
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ 
เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุมรัชนีแจ่มจรัส  7 ศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัส 
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 
ถนนพิชัย เขตดุสิต 
กรุงเทพฯ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง </strong><strong>“แผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก”</strong></p>
<p><strong>วันอาทิตย์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ </strong></p>
<p><strong>เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.</strong><strong></strong></p>
<p><strong>ณ ห้องประชุมรัชนีแจ่มจรัส </strong><strong> 7 ศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัส </strong></p>
<p><strong>สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย </strong></p>
<p><strong>ถนนพิชัย เขตดุสิต </strong></p>
<p><strong>กรุงเทพฯ </strong><strong></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;โอกาส สิทธิ เท่าเทียม ความหวัง&#8221;เสียงสะท้อนจากโรงเรียนชายขอบ</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jul 2011 10:08:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=933</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%a7/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-komchadluek1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>

&#8220;ความจริงการพัฒนาไม่จำเป็นต้องพัฒนาเฉพาะด้านสาธารณูปโภคในหมู่บ้านเท่า นั้น ผมอยากให้พัฒนาด้านการศึกษาควบคู่กันไปด้วย เพราะตอนนี้เท่าที่เป็นอยู่ในการจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเรา กำลังประสบปัญหาหลายด้าน 
เช่น อาคารเรียน สื่อการเรียนการสอน หนังสืออ่านเสริมปัญญา เชื่อว่าหากจะให้หลุดจากปัญหาได้ผลดีที่สุดจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน เช่น โครงการเรียนฟรี 15 ปี รัฐประชาสัมพันธ์ดีมาก จนกระจายมาถึงเรา จึงอยากฝากให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง&#8221; วิทวัส พัดใชสง ผอ.โรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู กล่าว
ทุกวันนี้ยังมีโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ต้องประสบปัญหาด้านการจัดการการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโดยลำพังแล้วโรงเรียนไม่มีความสามารถที่จะจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามที่สังคมต้องการ เนื่องจากยังขาดปัจจัยที่จะมาเกื้อหนุน หากเปรียบกับโรงเรียนในเมืองเราคงอยู่หางแถว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวัดคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) ผลออกมาย่อมไม่สู้โรงเรียนในเมืองอยู่แล้ว เพราะข้อสอบยึดเอาโรงเรียนในเมืองเป็นหลัก โรงเรียนอย่างเราก็สอบตกกันระนาว แต่ถึงแม้ว่าจะมีการสอบซ้อมรอบสอง รอบสาม แต่ในความเป็นจริงมาตรฐานก็ไม่ต่างกันเลย
ผอ.โรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ สะท้อนต่อว่า ในขณะเดียวกันโรงเรียนยังพอมีแสงสว่างที่เปล่งแสงออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่มากแต่อย่างน้อยก็ถือว่ายังพอมีหวัง เมื่อ &#8220;มูลนิธิประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ&#8221; โดย วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ประธานมูลนิธิประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ ได้หยิบยืนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กๆ ที่จะเติบใหญ่เป็นอนาคตของชาติต่อไปในอนาคต โดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความประพฤติดี เรียนเก่ง ใฝ่เรียน ที่สำคัญครอบครัวมีฐานะยากจน ทั้งหมด 300 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="alignnone" style="margin: 5px" src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-komchadluek1.jpg" alt="" width="563" height="293" /></strong></p>
<p><strong><br />
&#8220;ความจริงการพัฒนาไม่จำเป็นต้องพัฒนาเฉพาะด้านสาธารณูปโภคในหมู่บ้านเท่า นั้น ผมอยากให้พัฒนาด้านการศึกษาควบคู่กันไปด้วย เพราะตอนนี้เท่าที่เป็นอยู่ในการจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเรา กำลังประสบปัญหาหลายด้าน </strong></p>
<p><span id="more-933"></span>เช่น อาคารเรียน สื่อการเรียนการสอน หนังสืออ่านเสริมปัญญา เชื่อว่าหากจะให้หลุดจากปัญหาได้ผลดีที่สุดจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน เช่น โครงการเรียนฟรี 15 ปี รัฐประชาสัมพันธ์ดีมาก จนกระจายมาถึงเรา จึงอยากฝากให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง&#8221; วิทวัส พัดใชสง ผอ.โรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู กล่าว</p>
<p>ทุกวันนี้ยังมีโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ต้องประสบปัญหาด้านการจัดการการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะโดยลำพังแล้วโรงเรียนไม่มีความสามารถที่จะจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามที่สังคมต้องการ เนื่องจากยังขาดปัจจัยที่จะมาเกื้อหนุน หากเปรียบกับโรงเรียนในเมืองเราคงอยู่หางแถว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวัดคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) ผลออกมาย่อมไม่สู้โรงเรียนในเมืองอยู่แล้ว เพราะข้อสอบยึดเอาโรงเรียนในเมืองเป็นหลัก โรงเรียนอย่างเราก็สอบตกกันระนาว แต่ถึงแม้ว่าจะมีการสอบซ้อมรอบสอง รอบสาม แต่ในความเป็นจริงมาตรฐานก็ไม่ต่างกันเลย</p>
<p>ผอ.โรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ สะท้อนต่อว่า ในขณะเดียวกันโรงเรียนยังพอมีแสงสว่างที่เปล่งแสงออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่มากแต่อย่างน้อยก็ถือว่ายังพอมีหวัง เมื่อ &#8220;มูลนิธิประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ&#8221; โดย วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ประธานมูลนิธิประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ ได้หยิบยืนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กๆ ที่จะเติบใหญ่เป็นอนาคตของชาติต่อไปในอนาคต โดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความประพฤติดี เรียนเก่ง ใฝ่เรียน ที่สำคัญครอบครัวมีฐานะยากจน ทั้งหมด 300 โรงเรียนใน จ.หนองบัวลำภู รวม  319 ทุน ทุนละ 3,000 บาท</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมอบหนังสือตู้หนังสือนำร่อง 5 ตู้ ในโครงการ “มอบหนังสือ มอบปัญญาสู่ 84 โรงเรียน เพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยร่วมกับภาครัฐและเอกชน แก่โรงเรียนในเขตการศึกษา 2 จ.หนองบัวลำภู ซึ่งโรงเรียนของเราเป็นหนึ่งในนั้นด้วย</p>
<p>น้องเจน ด.ญ.เพ็ญนภา อำภะวา นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านหนองด่าน อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู หนึ่งในนักเรียนที่รับทุนการศึกษา เล่าว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับทุนการศึกษา เพราะทุนที่ได้มาสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้มาก หากกระเป๋าขาด รองเท้าขาด ชุดนักเรียนเก่า ก็เอาเงินตรงนี้ไปซื้อใหม่ได้ แค่อุปกรณ์การเรียนคงใช้เงินไม่มากนัก ส่วนเงินที่เหลือก็จะให้แม่เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาต่อไป</p>
<p>วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ประธานมูลนิธิประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่ต้องการตอบแทนแผ่นดินเกิด แบ่งปันให้สังคม เพื่อแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่ประชาชนที่ขาดแคลน โดยให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย เพื่อเป็นทุนชีวิตและเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพอย่างยั่งยืน</p>
<p>โดยมอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง 3 ปี ซึ่งปีนี้เป็นการมอบทุนปีที่ 2 รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท และให้หนังสือคุณภาพแก่เด็กๆ ได้อ่าน ไม่เพียงแต่จะช่วยคนยากไร้ แต่ยังรวมถึงโอกาสของสังคม ที่จะได้คนดีมีคุณภาพ เพื่อช่วยพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตด้วย ทั้งนี้ก่อนการก่อตั้งมูลนิธิ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ที่บริหารบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จนถือเป็นพันธกิจหลักในการตอบแทนคืนสู่สังคม</p>
<p>ภายในปี 2554 นี้ มูลนิธิ ร่วมกับสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ คัดเลือกและจัดหนังสือดีให้ตรงกับความต้องการของแต่ละระดับชั้น จำนวนเพียงพอสำหรับห้องสมุดพร้อมบรรจุในตู้หนังสืออย่างดี และบริจาคไปยังห้องสมุดโรงเรียนที่ห่างไกลและด้อยโอกาส ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อาทิ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนในเขตภาคต่างๆ ที่ขาดแคลน รวมทั้งสิ้น 84 โรงเรียน และจะระดมกำลังจากองค์กรเอกชนร่วมกันบริจาคเงินซื้อหนังสือพร้อมตู้ เพื่อมอบโอกาสการอ่าน กระจายการเข้าถึงหนังสือดีสู่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส ให้ครบ 840 โรงเรียน</p>
<p>เขียนโดย ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ</p>
<p>ที่มา: <a href="http://bit.ly/ojM7hb">หนังสือพิมพ์คมชัดลึก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยุบทิ้งได้ไง!?..รร.บ้านคลองเจ้า ที่เกาะกูด ต้นแบบโรงเรียนขนาดเล็กในฝัน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jul 2011 08:17:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=927</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
&#8220;ผมรู้สึกประทับใจความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความเอื้ออาทรของคนในชุมชน ที่ร่วมกันโอบอุ้มและสนับสนุนให้โรงเรียนบ้านคลองเจ้า ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนเพียง 88 คน ได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่บนเกาะกูด เพื่อเป็นสถานที่บ่มเพาะความรู้ ให้แก่ลูกหลานของคนในชุมชนต่อไป&#8221;
&#8230;เสียงสะท้อนความในใจของ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองเจ้า ที่บอกเล่าด้วยความตื้นตัน
&#8230;โรงเรียนบ้านคลองเจ้า เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเกาะกูด จ.ตราด ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายชายแดนตะวันออกของไทย โดยการเดินทางมาที่นี่ต้องใช้บริการเรือโดยสารข้ามน้ำข้ามทะเลนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้พบกับโรงเรียนเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในชุมชนแห่งนี้ และได้รับการยกย่องให้เป็น &#8220;โรงเรียนดีประจำตำบล&#8221; ซึ่งลบคำครหาโรงเรียนเล็กไร้คุณภาพ และไม่มีมาตรฐานได้อย่างดีเยี่ยม!!!

@ ไม่หวั่นโรงเรียนขนาดเล็ก..ถูกยุบ!
นายณรงค์ ถาวรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองเจ้า เล่าว่า แม้ว่าปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่าจะถูกยุบหรือไม่ยุบ แต่ในเมื่อขณะนี้ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ทางโรงเรียนก็จะเดินหน้าพัฒนา และพิสูจน์ให้เห็นว่าโรงเรียนเล็กก็มีศักยภาพไม่แพ้โรงเรียนใหญ่ๆ โดยเราจะรวมพลังกับชุมชน เพื่อร่วมกันบริหารจัดการ และสร้างความเชื่อมั่นที่จะนำไปสู่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้ได้
&#8220;ที่นี่เปิดสอน อนุบาล 1 ถึง ป.6 มีครูและบุคลากร 6 คน ซึ่งแม้จะเป็นอุปสรรค แต่ครูที่มีอยู่ทั้งหมดจะร่วมกันจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งบางครั้งก็แบ่งเด็กตามรายวิชา หรือสอนรวมเด็กทั้งหมดในบางวิชา โดยจะใช้การรวมชั้น รวมห้อง และคละชั้น ส่วนวิชาตามหลักสูตรท้องถิ่นนั้น คนในชุมชนก็จะมาช่วยสอน ขณะที่บางวิชาที่ครูไม่มีทักษะ ก็จะใช้สื่อทางไกลดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล&#8221;

@ ชุมชนเข้มแข็งร่วมพัฒนา
นายณรงค์ กล่างถึงชุมชนที่นี่ไม่อยากให้โรงเรียนแห่งนี้ถูกยุบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath2.jpg" alt="" width="372" height="280" /><br />
&#8220;ผมรู้สึกประทับใจความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความเอื้ออาทรของคนในชุมชน ที่ร่วมกันโอบอุ้มและสนับสนุนให้โรงเรียนบ้านคลองเจ้า ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนเพียง 88 คน ได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่บนเกาะกูด เพื่อเป็นสถานที่บ่มเพาะความรู้ ให้แก่ลูกหลานของคนในชุมชนต่อไป&#8221;<br />
&#8230;เสียงสะท้อนความในใจของ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองเจ้า ที่บอกเล่าด้วยความตื้นตัน<span id="more-927"></span><br />
&#8230;โรงเรียนบ้านคลองเจ้า เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเกาะกูด จ.ตราด ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายชายแดนตะวันออกของไทย โดยการเดินทางมาที่นี่ต้องใช้บริการเรือโดยสารข้ามน้ำข้ามทะเลนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้พบกับโรงเรียนเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในชุมชนแห่งนี้ และได้รับการยกย่องให้เป็น &#8220;โรงเรียนดีประจำตำบล&#8221; ซึ่งลบคำครหาโรงเรียนเล็กไร้คุณภาพ และไม่มีมาตรฐานได้อย่างดีเยี่ยม!!!</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath3.jpg" alt="" width="372" height="280" /><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath4.jpg" alt="" width="372" height="280" /></p>
<p><strong>@ ไม่หวั่นโรงเรียนขนาดเล็ก..ถูกยุบ!</strong><br />
นายณรงค์ ถาวรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองเจ้า เล่าว่า แม้ว่าปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่าจะถูกยุบหรือไม่ยุบ แต่ในเมื่อขณะนี้ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ทางโรงเรียนก็จะเดินหน้าพัฒนา และพิสูจน์ให้เห็นว่าโรงเรียนเล็กก็มีศักยภาพไม่แพ้โรงเรียนใหญ่ๆ โดยเราจะรวมพลังกับชุมชน เพื่อร่วมกันบริหารจัดการ และสร้างความเชื่อมั่นที่จะนำไปสู่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้ได้<br />
&#8220;ที่นี่เปิดสอน อนุบาล 1 ถึง ป.6 มีครูและบุคลากร 6 คน ซึ่งแม้จะเป็นอุปสรรค แต่ครูที่มีอยู่ทั้งหมดจะร่วมกันจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งบางครั้งก็แบ่งเด็กตามรายวิชา หรือสอนรวมเด็กทั้งหมดในบางวิชา โดยจะใช้การรวมชั้น รวมห้อง และคละชั้น ส่วนวิชาตามหลักสูตรท้องถิ่นนั้น คนในชุมชนก็จะมาช่วยสอน ขณะที่บางวิชาที่ครูไม่มีทักษะ ก็จะใช้สื่อทางไกลดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล&#8221;</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath5.jpg" alt="" width="372" height="280" /><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath6.jpg" alt="" width="372" height="280" /><br />
<strong>@ ชุมชนเข้มแข็งร่วมพัฒนา</strong><br />
นายณรงค์ กล่างถึงชุมชนที่นี่ไม่อยากให้โรงเรียนแห่งนี้ถูกยุบ เพราะการที่โรงเรียนอยู่ไกลบ้าน จะทำให้เกิดความลำบาก การดูแลเด็กก็ยากขึ้น ดังนั้นที่ผ่านมาผู้ปกครองจึงร่วมกันพัฒนาโรงเรียน เพื่อที่จะได้ให้ลูกหลานได้เรียนใกล้บ้านอย่างมีคุณภาพ โดยในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะช่วยกันลงแรงปรับปรุงอาคารเรียน แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจดีขึ้นก็จะช่วยกันออกค่าจ้างครู 2 คน ที่ต้องใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท</p>
<p>&#8230;เด็กทุกคนที่จบการศึกษาจากที่นี่ จะเป็นคนที่สมบูรณ์บนพื้นฐานของความเป็นไทย ภายใต้สโลแกนที่ว่า &#8220;มีความรู้ คู่คุณธรรม นำวิถีชีวิต&#8221; ซึ่งที่ผ่านมาเด็กที่จบชั้น ป.6 จะได้เข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 ทุกคน บางคนก็ได้เรียนต่อในโรงเรียนประจำจังหวัด หรือโรงเรียนประจำอำเภอ นอกจากนี้เด็กชั้น ป.3ก็สามารถอ่านออกเขียนได้ทุกคน และขณะนี้โรงเรียนก็ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอก ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>นายณรงค์ ยังทิ้งท้ายว่า การจะพิจารณายุบโรงเรียนขนาดเล็กหรือไม่นั้น ควรต้องดูบริบทของสถานที่ สภาพแวดล้อม และควรจะสอบถามความคิดเห็นของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยว่ามีความต้องการให้ยุบหรือไม่ แต่ที่โรงเรียนบ้านคลองเจ้าแห่งนี้ ยืนยันว่าจะคงอยู่ต่อไป เพราะที่นี่มีโอกาสที่จะขยายขึ้น และโอกาสที่ห้องเรียนจะไม่พอก็มีสูง เนื่องจากเกาะกูดเป็นสถานที่ที่เริ่มมีคนเข้ามาทำธุรกิจด้านท่องเที่ยว ซึ่งคนที่มาทำงานที่นี่ก็ต้องมีครอบครัว และมีลูกหลานก็คงอยากให้ได้เรียนใกล้บ้าน!!!</p>
<p style="text-align: left"><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/220754-siamrath7.jpg" alt="" width="372" height="280" /><br />
<strong>@ ปลื้มทำหน้าที่สนองปฏิรูปฯ</strong><br />
นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวชื่นชมการบริหารจัดการของโรงเรียนบ้านคลองเจ้า ภายหลังเดินทางมาติดตามการดำเนินงาน ร่วมกับนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ และนางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ภูมิใจมากที่เห็นโรงเรียนขนาดเล็กปฏิบัติหน้าที่ได้ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา รอบ 2 ทั้งเรื่องโอกาสการเรียนรู้ คุณภาพ และการมีส่วนร่วม</p>
<p>&#8220;เวลาอยู่ใน ศธ. มักจะได้ยินเสมอว่าโรงเรียนเล็กมีปัญหาเยอะ แต่เมื่อได้มาดูสภาพในพื้นที่กลับพบว่าไม่ได้มีปัญหาอย่างที่คิด ซึ่งโรงเรียนทำหน้าที่ได้อย่างชัดเจน มีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งด้านวิชาการ และคุณลักษณะนิสัย โดยที่นี่จะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโรงเรียนสามารถทำได้ดีแม้อยู่ห่างไกล นอกจากนี้ยังได้เห็นถึงความตั้งใจ ความพยายาม และอุดมการณ์ของครูที่ช่วยเหลือเด็กได้เป็นอย่างดีด้วย&#8221;</p>
<p>&#8230;ความร่วมมือ และการสนับสนุนที่ดีจากคนในชุมชน จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน และพัฒนาให้โรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศได้ยืนหยัดอยู่คู่กับชุมชนตราบนาน เท่านาน ซึ่งหลังจากนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องคงจะต้องตระหนัก และทบทวนให้ถี่ถ้วนถึงข้อดีข้อเสีย ก่อนที่จะตัดสินใจเดินหน้านโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็กทิ้ง</p>
<p><strong><em>เขียนโดย มณีรัตน์ ศิริปัญจนะ</em></strong></p>
<p>===================</p>
<p>ภาพและที่มา : <a href="http://bit.ly/qAlxae">หนังสือพิมพ์สยามรัฐ </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/22/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“เลิกเอาไม้บรรทัดวัดคุณภาพการศึกษา” แล้วจะพบทางออกโรงเรียนเล็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jul 2011 09:07:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความเคลื่อนไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=912</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Isara1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>“คุณภาพ ประสิทธิภาพ การจัดการที่เหมาะสม” คือโจทย์ที่กระทรวงศึกษาฯ ทิ้งไว้ให้บรรดาคนค้านนโยบายยุบโรงเรียนเล็ก เสียงสะท้อนจากครู-ผู้ปกครอง-นักเรียนแดนกันดารเป็นเช่นไร อะไรคือคำตอบที่ชุมชนท่าสะท้อน ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา พาไปเปิดประเด็นอีกครั้ง…
…………………
นโยบายดังกล่าว มาจากแนวคิดที่ว่า “โรงเรียนขนาดเล็กไม่คุ้มทุนในการบริหารจัดการ” นอกจากจะเปลืองงบประมาณแล้ว ยังด้อยคุณภาพอีกด้วย ดังนั้นการยุบควบรวมโรงเรียนเล็กไปรวมกับโรงเรียนขนาดใหญ่น่าจะเป็นหนทางที่จะนำไปสู่มาตรฐานการศึกษาที่ดีและประหยัดงบ
ส่วนผู้คัดค้าน ภายใต้การนำของสภาการศึกษาทางเลือกกลับมองว่า การยุบควบรวมโรงเรียนจะเป็นการตัดสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับชุมชนอย่างสิ้นเชิง เด็กยากจนจะยิ่งขาดโอกาสทางการศึกษามากขึ้น พร้อมแนะทางออกว่า กระทรวงศึกษาธิการควรคืนโรงเรียนให้กับชุมชน พร้อมเปลี่ยนบทบาทใหม่จากผู้ควบคุม เป็นผู้สนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโรงเรียนจะดีกว่า
“อย่าเอาไม้บรรทัด” มาวัดคุณภาพการศึกษา 
อาจารย์สัมฤทธิ์ นรทีทาน นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 บอก เล่ากับศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา ว่าโรงเรียนของตนมีนักเรียน 60 คน ครู 5 คน อยู่ในข่ายที่ต้องยุบอย่างแน่นอน ซึ่งผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ชาวบ้านต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม ขึ้นในด้านต่างๆ แม้แต่ครูเองก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มหากต้องไปสอนโรงเรียน อื่น
“ผมอยากให้สพฐ.ช่วยพัฒนาในด้านอื่นๆ มากกว่า เช่น งบประมาณในการจ้างวิทยากรพิเศษมาสอนนักเรียนจะได้เติมเต็มในเรื่องที่ขาด”
พร้อมกับเสนอว่า ถ้าต้องการปฏิรูปจริงๆก็ควรเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการ เช่น การคิดงบประมาณรายหัวต่อนักเรียน ทำให้โรงเรียนเล็กกับโรงเรียนใหญ่มีงบประมาณแตกต่างกันมาก และควรเพิ่มบทบาทให้โรงเรียนมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกโรงเรียน และดูแลชุมชนควบคู่กันไป
ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคุยค้อ (บัณฑิตประชาสรรค์) ต.ดินดำ อ.จังหาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Isara1.jpg" alt="" width="382" height="245" />“คุณภาพ ประสิทธิภาพ การจัดการที่เหมาะสม” คือโจทย์ที่กระทรวงศึกษาฯ ทิ้งไว้ให้บรรดาคนค้านนโยบายยุบโรงเรียนเล็ก เสียงสะท้อนจากครู-ผู้ปกครอง-นักเรียนแดนกันดารเป็นเช่นไร อะไรคือคำตอบที่ชุมชนท่าสะท้อน ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา พาไปเปิดประเด็นอีกครั้ง…<span id="more-912"></span></p>
<p>…………………<br />
นโยบายดังกล่าว มาจากแนวคิดที่ว่า “โรงเรียนขนาดเล็กไม่คุ้มทุนในการบริหารจัดการ” นอกจากจะเปลืองงบประมาณแล้ว ยังด้อยคุณภาพอีกด้วย ดังนั้นการยุบควบรวมโรงเรียนเล็กไปรวมกับโรงเรียนขนาดใหญ่น่าจะเป็นหนทางที่จะนำไปสู่มาตรฐานการศึกษาที่ดีและประหยัดงบ</p>
<p>ส่วนผู้คัดค้าน ภายใต้การนำของสภาการศึกษาทางเลือกกลับมองว่า การยุบควบรวมโรงเรียนจะเป็นการตัดสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับชุมชนอย่างสิ้นเชิง เด็กยากจนจะยิ่งขาดโอกาสทางการศึกษามากขึ้น พร้อมแนะทางออกว่า กระทรวงศึกษาธิการควรคืนโรงเรียนให้กับชุมชน พร้อมเปลี่ยนบทบาทใหม่จากผู้ควบคุม เป็นผู้สนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโรงเรียนจะดีกว่า</p>
<p><span style="background-color: #ffcc99"><strong><span style="text-decoration: underline">“อย่าเอาไม้บรรทัด” มาวัดคุณภาพการศึกษา </span></strong></span><br />
<strong>อาจารย์สัมฤทธิ์ นรทีทาน นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 </strong>บอก เล่ากับศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา ว่าโรงเรียนของตนมีนักเรียน 60 คน ครู 5 คน อยู่ในข่ายที่ต้องยุบอย่างแน่นอน ซึ่งผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ชาวบ้านต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม ขึ้นในด้านต่างๆ แม้แต่ครูเองก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มหากต้องไปสอนโรงเรียน อื่น</p>
<p>“ผมอยากให้สพฐ.ช่วยพัฒนาในด้านอื่นๆ มากกว่า เช่น งบประมาณในการจ้างวิทยากรพิเศษมาสอนนักเรียนจะได้เติมเต็มในเรื่องที่ขาด”</p>
<p>พร้อมกับเสนอว่า ถ้าต้องการปฏิรูปจริงๆก็ควรเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการ เช่น การคิดงบประมาณรายหัวต่อนักเรียน ทำให้โรงเรียนเล็กกับโรงเรียนใหญ่มีงบประมาณแตกต่างกันมาก และควรเพิ่มบทบาทให้โรงเรียนมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกโรงเรียน และดูแลชุมชนควบคู่กันไป<a href="http://www.isranews.org/images/stories/sumrit.jpg"></a></p>
<p><img class="alignright" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Isara2.jpg" alt="" width="224" height="246" />ในฐานะ<strong>ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคุยค้อ (บัณฑิตประชาสรรค์) ต.ดินดำ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด อาจารย์สัมฤทธิ์ </strong>ยัง บอกว่าแม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีความโดดเด่น แต่ที่ผ่านถือว่าโรงเรียนมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพราะผลการสอบโอเน็ตอยู่เหนือเกณฑ์เฉลี่ยของผลสอบทั้งประเทศ แต่อย่างไรคุณภาพการศึกษาบางอย่าง เอาไม้บรรทัดมาวัดไม่ได้</p>
<p><strong>“ประสิทธิภาพบางอย่างมันวัดเป็นตัวเลขไม่ได้ เช่น คุณธรรม ความดีความงามของคน  ทักษะการใช้ชีวิต เรื่องการพึ่งพาตนเองนี่ เด็กในเมืองสู้เด็กต่างจังหวัดไม่ได้เลย” ผอ.โรงเรียนภูธร กล่าวย้ำ</strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline"><span style="background-color: #ffcc99">เสียงสะท้อนจากผู้ปกครอง-เด็ก แดนกันดาร</span> </span></strong><br />
ส่วน <strong>นายอารมณ์ ฤทธิเดช ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านใหม่สามัคคี จ.สุราษฏธานี</strong> ระบายความในใจว่าเครียดกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น</p>
<p>“การเดินทางของเด็กลำบากขึ้น จะข้ามถนนหนทางก็กลัวอุบัติเหตุ ตอนนี้ในหมู่บ้าน ผู้ปกครอง ครู และนักเรียนก็จะช่วยกันเต็มที่ เพื่อไม่ให้ยุบโรงเรียน และจะเอาชาวบ้านที่มีความรู้เข้าไปสอนนักเรียนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ก็ตอนนี้ก็ยังทำอยู่” นายอารมณ์กล่าว</p>
<p>ด้าน<strong>กาสี ชิโย เด็กชายเชื้อสายปาเกอะญอ บ้านห้วยหินลาดนอก ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า </strong>บอกเล่าว่าโรงเรียนที่เขาเรียนก็กำลังจะถูกยุบเหมือนกัน ซึ่งทางชุมชนกำลังช่วยกันต่อสู้คัดค้านอยู่</p>
<p>“ทางชุมชนไม่ยอม ไม่อยากให้เด็กไปเรียนข้างนอก เพราะที่ผ่านมาเด็กที่ออกไปแล้ว พอกลับเข้ามาจะไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ใหญ่ ไม่รู้จักวิธีการช่วยเหลือตัวเอง และไม่มีมารยาท ใช้ชีวิตตามกระแสไม่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น”</p>
<p><strong>เด็กชายกาสี</strong> เปิดใจว่า ส่วนตัวแล้วเขาชอบเรียนในชุมชนมากกว่าการนั่งในห้องเรียน เพราะทำให้ได้เรียนรู้หลากหลายด้าน เช่น การทำนา การใช้ชีวิตต่างๆ ส่วนการยุบโรงเรียนนั้นไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย เพราะถ้าต้องเดินทางจากบ้านบนภูเขาลงมาเรียนในเมืองนั้นต้องลำบากขึ้น และพ่อแม่ก็เป็นห่วงเรื่องปัญหายาเสพติดในเมืองมาก</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline"><span style="background-color: #ffcc99">“คำตอบ” เรื่องคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเล็ก จากพื้นที่ต้นแบบท่าสะท้อน</span> </span></strong><br />
<strong>&#8220;อย่าเอาเงินมาเป็นตัวชี้วัดเรื่องการศึกษาเลยครับ  ไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะกลายเป็นอาชีพๆหนึ่ง ทุกวันนี้ มีนักศึกษาจบที่ปริญญาตรีและปริญญาโทมากพอ ดูมีการศึกษาดี แต่ไม่มีอะไรบอกได้เลยว่า พวกเขาจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ หรือมีความมั่นคงในชีวิตแค่ไหน&#8221;</strong></p>
<p>คือเสียงสะท้อนจาก <strong>นายวันชัย พุทธทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือกภาคใต้ และอดีตครูอาสาโรงเรียนบ้านท่าสะท้อน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช </strong></p>
<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Isara3.jpg" alt="" width="298" height="234" />โรงเรียนวัดท่าสะท้อนแห่งนี้ เคยถูกยุบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2548 เพราะมีนักเรียนเพียง 30 คน โดยถูกควบรวมไว้กับโรงเรียนในหมู่บ้านถัดไปไกลกว่า 4 กิโลเมตร เด็กๆไม่สามารเดินทางไปเองได้ พ่อแม่ต้องคอยไปรับ-ส่ง เสียทั้งเวลาเดินทางและเวลาทำมาหากิน จากนั้นปลายปี 2549 ชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจกันยกร่างหลักสูตรชุมชนขึ้นใหม่ และยื่นหนังสือไปที่เขตการศึกษา เพื่อเรียกร้องให้คืนโรงเรียนให้ชุมชน</p>
<p>“แรกๆ เขาไม่ได้แจ้งเราว่าจะยุบโรงเรียนเลย เริ่มจากการสั่งย้าย ผอ.ไปที่อื่น แล้วไม่ส่งมา พอนานเข้าก็มีคำสั่งให้ควบรวมโรงเรียน สรุปคือ ยุบ หลังจากนั้นชาวบ้านก็คุยกันว่าจะทำอย่างไร เพราะอยากได้โรงเรียนกลับคืนมา เรียนอยู่ใกล้บ้านก็ไม่ต้องห่วงอันตรายที่จะเกิดกับลูกหลาน” วันชัยกล่าว</p>
<p><strong>ครูหนุ่มอาสา</strong> บอกว่าแรกๆชาวบ้านก็รู้สึกกลัวว่าตนไม่มีความรู้ ไม่มีใบปริญญา จะเอาอะไรมาสอน แต่จากการพูดคุยทำความเข้าใจกันว่า อยากเห็นอนคตเด็กเป็นเช่นไร? ชาวบ้านล้วนแต่พูดเป็นเสียงเดียวกันคือ <strong>“เป็นคนดี พึ่งพาตนเองได้ และกลับมารับใช้ชุมชน” </strong><a href="http://www.isranews.org/images/stories/chirld.jpg"><strong> </strong></a></p>
<p>“ผมถามชาวบ้านว่า จับปลาเป็นไหม หาของกินในป่าพรุเป็นไหม กรีดยางเป็นไหม ชาวบ้านตอบว่าเป็น แต่พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งเหล้านั้นคือองค์ความรู้ ผมเลยเสนอว่าเอาองค์ความรู้พวกนี้แหละมาสอน เอาปราชญ์เล่าเรื่องชุมชน จากนั้นโรงเรียนก็กลับมาเปิดสอนได้อีกครั้งในปี 2550 ช่วงแรกก็สอนกันเอง จากนั้นทางเขตก็ส่งครูกับ ผอ.มาให้”</p>
<p><img class="alignright" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Isara4.jpg" alt="" width="226" height="234" />ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ มีนักเรียนตั้งแต่อนุบาล–ป.6 รวม 27 คน มีครูราชการ 2 คน ครูอาสาที่ชาวบ้านระดมทุนจ้าง 2 คน และครูอัตราจ้างพิเศษ (จากทางเขต) อีก 1 คน ที่เหลือเป็นครูชาวบ้านที่เรียกกันในนาม <strong>“ครูผู้เชี่ยวชาญ” </strong>อีกกว่า 20 คน เพื่อสอนหลักสูตรชุมชนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแก่ลูกหลานชาวท่าสะท้อน อาทิ การเกษตรไร้สารพิษ การจับปลา การจับผึ้ง การทำปุ๋ยอินทรีย์ งานหัตถกรรม และพืชสมุนไพรต่างๆ</p>
<p><strong>ครูอาสาโรงเรียนบ้านท่าสะท้อน</strong> ยังฝากกับชุมชนอื่นๆที่กำลังคิดอยากมีหลักสูตรท้องถิ่นว่า ชาวบ้านต้องมีความมั่นใจว่าเราสามารถสอนลูกหลานของเราได้ แล้วช่วยกันระดมความคิดว่า<strong> “ชุมชนเรามีองค์ความรู้อะไร มีทรัพยากรอะไร มีประวัติศาสตร์อย่างไร แล้วก็มาพูดคุยกันร่างหลักสูตรร่วมกัน” </strong><a href="http://www.isranews.org/images/stories/chirld.jpg"></a><br />
……………………………..<br />
<strong>แม้ ว่าการลดต้นทุนสามารถก่อเกิดประสิทธิภาพได้ แต่ตัวเลขหรือผลกำไรตามวิธีคิดนี้เอามาใช้กับ “การศึกษา”ได้หรือไม่ ความดีเด่นของคนสามารถการันตีด้วยใบปริญญาหรือ? </strong>และหากสังคมยังคงมุ่งผลิตบัณฑิตปริมาณมากด้วยต้นทุนต่ำจนล้นตลาดเหมือนผลิตสินค้า นั่นคือคำตอบคุณภาพคนหรือไม่?</p>
<p>สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่วนเวียนอยู่ในเหตุผลคัดค้านนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 7 พันแห่งทั่วประเทศ ของกระทรวงศึกษาธิการ.</p>
<p>ผู้เขียน: ธิดามนต์ พิมพ์พาชัย</p>
<p>ภาพและที่มา: <a href="http://bit.ly/ovfVHF">ศุนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยกต้นแบบ &#8216;เชียงใหม่โมเดล&#8217; ผู้ให้การศึกษาแบบไร้เงื่อนไข</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jul 2011 04:22:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=903</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Dailynews1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>วันนี้ เมื่อพูดถึงปัญหาของประเทศไทย หลายคนคงยกมือขึ้นกุมขมับเพราะดูเหมือนว่ามันช่างมีมากมายเหลือเกิน ราวกับว่าหันไปมองด้านไหนก็จะเจอแต่ปัญหาๆๆๆ เต็มไปหมด จนไม่รู้จะหยิบจับเรื่องใดมาแก้ไขก่อนหลังดี แต่ปัญหาหนึ่งที่พูดถึงกันมานานก็คือ ปัญหาของเด็กและเยาวชน ที่มีทั้งเรื่องของการขาดโอกาสทางการศึกษา อาชญากรรม เร่ร่อน ยาเสพติด ทะเลาะวิวาท เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ค้าประเวณี ฯลฯ หลากหลายปัญหาเป็นเรื่องหนักใจของผู้ใหญ่ในสังคมที่จะต้องเร่งหาทางแก้ไข เพื่อดึงเด็กเหล่านั้นให้มีโอกาสกลับมาเป็นกำลังสำคัญช่วยกันพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ไม่ใช่ปล่อยให้เติบโตขึ้นมาอย่างไม่มีคุณภาพกลายเป็นผู้ก่อปัญหาให้สังคมจนยากจะเยียวยาแก้ไข
การที่เด็กๆ ถูกปล่อยปละละเลย ขาดการเหลียวแลเอาใจใส่ ไม่ได้รับการอบรมบ่มเพาะอย่างถูกต้องมักเป็นคำตอบแรกที่ทุกคนนึกถึงเมื่อพยายามมองหาต้นเหตุของปัญหา ดังนั้นการให้การศึกษาจึงน่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญทั้งในการแก้ไขปัญหาและการป้องกันปัญหา
ในปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนวัยเรียนที่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาประมาณ 10 ล้านคน แต่จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ระบุว่า ประเทศไทยยังมีกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสอีกกว่า 13.8 ล้านคนที่ขาดโอกาสในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงโอกาสทางการศึกษาด้วย และในจำนวนนั้นก็เป็นเด็กและเยาวชนถึงกว่า 5 ล้านคน อาทิ เด็กยากจน 3 ล้านคน, เด็กพิการ 1.7 ล้านคน, เด็กในชนบทห่างไกล 1.6 แสนคน, เด็กกำพร้า 9 หมื่นคน, แม่วัยรุ่น 1 แสนคน, เด็กในสถานพินิจ 6 หมื่นคน, เด็กไร้สัญชาติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="border: 10px solid black;margin-top: 10px;margin-bottom: 10px" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Dailynews1.jpg" alt="" width="240" height="320" />วันนี้ เมื่อพูดถึงปัญหาของประเทศไทย หลายคนคงยกมือขึ้นกุมขมับเพราะดูเหมือนว่ามันช่างมีมากมายเหลือเกิน ราวกับว่าหันไปมองด้านไหนก็จะเจอแต่ปัญหาๆๆๆ เต็มไปหมด จนไม่รู้จะหยิบจับเรื่องใดมาแก้ไขก่อนหลังดี แต่ปัญหาหนึ่งที่พูดถึงกันมานานก็คือ ปัญหาของเด็กและเยาวชน ที่มีทั้งเรื่องของการขาดโอกาสทางการศึกษา<span id="more-903"></span> อาชญากรรม เร่ร่อน ยาเสพติด ทะเลาะวิวาท เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ค้าประเวณี ฯลฯ หลากหลายปัญหาเป็นเรื่องหนักใจของผู้ใหญ่ในสังคมที่จะต้องเร่งหาทางแก้ไข เพื่อดึงเด็กเหล่านั้นให้มีโอกาสกลับมาเป็นกำลังสำคัญช่วยกันพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ไม่ใช่ปล่อยให้เติบโตขึ้นมาอย่างไม่มีคุณภาพกลายเป็นผู้ก่อปัญหาให้สังคมจนยากจะเยียวยาแก้ไข</p>
<p>การที่เด็กๆ ถูกปล่อยปละละเลย ขาดการเหลียวแลเอาใจใส่ ไม่ได้รับการอบรมบ่มเพาะอย่างถูกต้องมักเป็นคำตอบแรกที่ทุกคนนึกถึงเมื่อพยายามมองหาต้นเหตุของปัญหา ดังนั้นการให้การศึกษาจึงน่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญทั้งในการแก้ไขปัญหาและการป้องกันปัญหา</p>
<p>ในปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนวัยเรียนที่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาประมาณ 10 ล้านคน แต่จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ระบุว่า ประเทศไทยยังมีกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสอีกกว่า 13.8 ล้านคนที่ขาดโอกาสในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงโอกาสทางการศึกษาด้วย และในจำนวนนั้นก็เป็นเด็กและเยาวชนถึงกว่า 5 ล้านคน อาทิ เด็กยากจน 3 ล้านคน, เด็กพิการ 1.7 ล้านคน, เด็กในชนบทห่างไกล 1.6 แสนคน, เด็กกำพร้า 9 หมื่นคน, แม่วัยรุ่น 1 แสนคน, เด็กในสถานพินิจ 6 หมื่นคน, เด็กไร้สัญชาติ 3 แสนคน รวมถึงเด็กที่ถูกบังคับขายแรงงาน เด็กติดยาเสพติด และเด็กเร่ร่อน เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเด็กและเยาวชนกว่า 5 ล้านคนนี่เองที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ต้องการการเอาใจใส่ดูแลจากทุกภาคส่วนในสังคม</p>
<p>จำนวนเด็กกลุ่มเสี่ยงอาจมีแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และมีเขตแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีแรงงานต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก ทำให้มีเด็กย้ายตามพ่อแม่ และเด็กที่เกิดใหม่ในเมืองไทยกลายเป็นเด็กไร้สัญชาติจำนวนมาก ซึ่งเด็กเหล่านี้ก็คือกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องเข้าไปให้โอกาสทางการศึกษาด้วย เช่นกัน</p>
<p>รูปแบบการบริหารจัดการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้เพื่อลดอัตราการออกกลางคันให้เป็นศูนย์ หรือเชียงใหม่ซีโร่ดรอปเอาท์โมเดล (Chiangmai Zero Drop Out Model) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 1 จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อทำให้เด็กวัยเรียนทุกคนในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไม่ช่องทางใดก็ทางหนึ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคนไปแบบตลอดรอดฝั่ง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ มาเป็นอุปสรรคขวางกั้นทั้งสิ้น</p>
<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Dailynews2.jpg" alt="" width="322" height="241" />นายโกศล ปราคำ ผอ.สพป.เชียงใหม่เขต 1 อธิบายว่า เชียงใหม่โมเดลประกอบด้วยยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ ชี้เป้า เฝ้าระวัง สังเคราะห์ ให้ความรู้ และเลือกวิธีให้เหมาะ ซึ่งการชี้เป้าจะเป็นการออกสำรวจเพื่อทำฐานข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล ต้องชี้เป้าหาตัวให้เจอ โดยการทำแผนที่เดินดินแบบเอกซเรย์กันทุกตารางนิ้ว และมีการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเด็กหายไป อาทิ ประสานกับผู้ปกครองและชุมชนอย่างใกล้ชิด มีการลงพื้นที่ศึกษาปัญหาและความต้องการของทั้งเด็กและผู้ปกครอง เป็นต้น หลังจากนั้นก็นำข้อมูลมาสังเคราะห์เพื่อหาแนวทางจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับ เด็กแต่ละคน ซึ่งมีทั้งการศึกษาในระบบ, การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ดังนั้นเด็กบางคนอาจเข้าโรงเรียนปกติ แต่บางคนก็เรียนนอกระบบผ่านการศึกษาทางไกล หรือเรียนกับครูภูมิปัญญา หรือบางคนอาจเรียนตามอัธยาศัย เช่น การศึกษาทางเลือก เรียนในสถานประกอบการ การศึกษาโดยครอบครัว หรือการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นต้น</p>
<p>“ตัวอย่างที่ศูนย์การเรียนวัดป่าเป้า อ.เมือง ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชุมชน หลังจากนั้นสพป.เชียงใหม่เขต 1 และหน่วยงานต่างๆ ก็เข้าไปให้การสนับสนุน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กไร้สัญชาติหรือเด็กต่างวัฒนธรรม อายุ 4-14 ปี ซึ่งก็ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามปกติ แต่จะเพิ่มเรื่องของวิถีชีวิต เช่น สอนให้เด็กรู้จักรักษาอัตลักษณ์ไทใหญ่ของตนเอง บางครั้งพระหรือพ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังมาช่วยสอนด้วย ซึ่งการเรียนการสอนมีทั้งภาษาไทย ภาษาไทใหญ่ ภาษาอังกฤษ และปัจจุบันยังได้เพิ่มการสอนภาษาจีนอีกด้วย เพื่อเตรียมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต”</p>
<p>ผอ.โกศล ยังย้ำอีกว่า สิ่งที่ทำถือว่ามีคุณค่าต่อมนุษย์ แม้ทำได้แค่ 2-3 คน ก็รู้สึกปลาบปลื้มแล้ว เป็นความสุขส่วนหนึ่งที่ได้ทำ ซึ่งตนมีปณิธานว่า มนุษย์คนใดที่เข้ามาอาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารจะต้องได้รับการดูแล เอาใจใส่ ซึ่งในเชียงใหม่ยังมีเด็กที่ไม่ได้รับการศึกษาจากใครเลยอีกประมาณ 2 พันคนที่ซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยเครือข่าย โดยเฉพาะวิทยุชุมชนไทใหญ่ในการรณรงค์เชิญชวนเด็กเหล่านั้นออกมาเรียน</p>
<p>“แรงงานต่างด้าวในไทยมีประมาณ 3 ล้านคน ก็จะมีเด็กในวัยเรียนเกิดขึ้นประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งผมเคยถามเด็กเหล่านั้นพบว่าใน 10 คน จะมีถึง 9 คนที่ตอบว่าไม่คิดจะกลับไปประเทศของตน หากลองนึกภาพว่าถ้าเด็กเหล่านั้นไม่ได้รับการกล่อมเกลาจิตใจ ไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาด้วยการศึกษาแล้ว จะเกิดปัญหาอย่างไร เด็กเหล่านั้นจะเติบโตขึ้นมาเป็นแรงงานที่มีคุณภาพได้อย่างไร เมื่ออ่านเขียนไม่ได้ อาจไม่เคารพกฎหมาย ไม่รับรู้สถาบันชาติ หรือศาสนา ถ้ารัฐไม่ดูแลให้สำนึกในบุญคุณของแผ่นดิน สร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคมได้ ดังนั้นปัญหาต่าง ๆ เราจึงสามารถป้องกันได้โดยให้การศึกษา<br />
ซึ่งการดูแลโอบอุ้มเด็กเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่าการปล่อยไปตามยถากรรม อย่างไรก็ตามผมไม่หวังว่าเด็กเหล่านี้จะได้ดีทั้ง 100% แต่ขอแค่ 60% ก็ถือว่าดีแล้ว ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยประเทศชาติประหยัดเรื่องต่างๆ ได้ในระยะยาว” ผอ.โกศล กล่าวย้ำ</p>
<p><img class="alignright" src="http://www.choice2learn.net/images/News/1900754-Dailynews3.jpg" alt="" width="322" height="241" />ในมุมมองของ นพ.สุภกร บัวสาย ผอ.สสค.มองว่า ระบบการศึกษาของไทยเหมาะกับคนกลางๆ เหมือนเอาเสื้อขนาดเดียวมาให้ทุกคนใส่ ทำให้บางคนใส่ได้ แต่บางคนก็ใส่ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องไม่ตัดเสื้อไซส์เดียวกันให้ทุกคนใส่ เรื่องของการจัดการศึกษาจึงต้องยืดหยุ่น โดยเฉพาะการศึกษาสำหรับเด็กนอกระบบกว่า 5 ล้านคน ต้องเป็นการเรียนเพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ไม่จำเป็นต้องมุ่งหวังให้ได้รับปริญญาและถ้าจะให้ดีก็ควรมีการส่งเสริมให้โรงเรียนทั่วไปจัดระบบดูแลเด็กด้อยโอกาสด้วย</p>
<p>น.ส.กัลยา สุมานนท์ ครูประจำชั้นอนุบาล 2/2 ศูนย์การเรียนวัดป่าเป้า ก็คิดเช่นเดียวกันว่า การที่ตนมาสอนเด็กไร้สัญชาติก็ให้ความรักเหมือนกับเด็กไทยเช่นกัน เพราะอยากให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาซึ่งจะทำให้มีโอกาสในอาชีพที่ดีและช่วย ป้องกันปัญหาสังคมในอนาคตด้วย</p>
<p>ก็คงพอมองเห็นได้ว่าการศึกษาคือเครื่องมือสำคัญที่เป็นความหวังในการแก้ไข ปัญหาสังคม โดยเริ่มที่ตัวเด็กและเยาวชน แม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง เพราะปัญหาของเด็กและเยาวชนมีความซับซ้อนมากนัก แม้ส่วนใหญ่จะมีโอกาสทางการศึกษาแต่ก็ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องกังวลใจ แต่อย่างน้อยการที่ทุกภาคส่วนออกมาร่วมแรงร่วมใจกันคนละไม้คนละมือ โดยเฉพาะการดูแลใส่ใจกลุ่มเด็กด้อยโอกาสกว่า 5 ล้านคนเหล่านี้ให้มากขึ้น ก็ย่อมดีกว่าปล่อยไปตามยถากรรม เพราะจริง ๆ แล้วเด็กเหล่านั้นไม่ใช่สมองไม่ดี แต่เป็นเพราะไม่มีโอกาสที่ดีในชีวิตมากกว่า.</p>
<p>ผู้เขียน: พลพิบูล เพ็งแจ่ม</p>
<p>ภาพประกอบและที่มา: <a href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryID=42&amp;contentID=151763">หนังสือพิมพ์</a><a href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryID=42&amp;contentID=151763">เดลินิวส์</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/19/%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตั้งกรรมการประเมินผลจัดสอนโฮมสคูล</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jul 2011 03:05:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความเคลื่อนไหว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=894</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b1/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/180754-Siamrath.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
เยียวยา 17 ครอบครัว พร้อมวางแผนระยะสั้น-ยาว และปรับเกณฑ์อำนวยความสะดวกการศึกษาทางเลือก 

นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (โฮมสคูล) โดยขณะนี้มีการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว จำนวน 200 ครอบครัว ว่า หลังจากได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล เพื่อแก้ปัญหาข้อร้องเรียนของกลุ่มครอบครัว 17 ครอบครัว ที่มีปัญหาเรื่องการประเมินผลผู้เรียน ที่ผู้ปกครองต้องการให้ประเมินผลแบบรวบยอด ไม่ต้องประเมินหลายครั้ง เพราะอาจทำให้นักเรียนบางคนเกิดความไม่สะดวกนั้น เรื่องนี้ได้มีการจัดประชุมระดมความคิดระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กลุ่มครอบครัว ผู้ปฏิบัติงานของ สพฐ.และสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) เพื่อหารือถึงประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนกรณีดังกล่าวแล้ว
รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้น ที่ประชุมได้มีมติให้ช่วยเหลือทั้งแบบเร่งด่วนและแบบระยะยาว ได้แก่ แผนเร่งด่วนก็มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อมาทำหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นได้เข้าช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษทั้ง 17 ครอบครัวแล้ว ส่วนแผนระยะยาวได้มีมติให้ตั้งคณะทำงาน ดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล ภายใต้คณะอนุกรรมการการจัดการศึกษาทางเลือกของ สพฐ. ที่ประกอบด้วยผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และผู้ทรงคุณวุฒิจาก สพฐ. โดยกำหนดให้มีภารกิจ 4 ประการ ได้แก่
1.จัดทำแนวปฏิบัติและคู่มือการดำเนินงานโฮมสคูล
2.ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทั้งใน สพฐ.และ สพท. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/180754-Siamrath.jpg" alt="" width="587" height="324" /></p>
<p><span style="color: #0000ff">เยียวยา 17 ครอบครัว พร้อมวางแผนระยะสั้น-ยาว และปรับเกณฑ์อำนวยความสะดวกการศึกษาทางเลือก </span></p>
<p><span id="more-894"></span><br />
<strong>นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)</strong> เปิดเผยถึงความคืบหน้าการศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (โฮมสคูล) โดยขณะนี้มีการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว จำนวน 200 ครอบครัว ว่า หลังจากได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล เพื่อแก้ปัญหาข้อร้องเรียนของกลุ่มครอบครัว 17 ครอบครัว ที่มีปัญหาเรื่องการประเมินผลผู้เรียน ที่ผู้ปกครองต้องการให้ประเมินผลแบบรวบยอด ไม่ต้องประเมินหลายครั้ง เพราะอาจทำให้นักเรียนบางคนเกิดความไม่สะดวกนั้น เรื่องนี้ได้มีการจัดประชุมระดมความคิดระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กลุ่มครอบครัว ผู้ปฏิบัติงานของ สพฐ.และสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) เพื่อหารือถึงประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนกรณีดังกล่าวแล้ว<br />
รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้น ที่ประชุมได้มีมติให้ช่วยเหลือทั้งแบบเร่งด่วนและแบบระยะยาว ได้แก่ แผนเร่งด่วนก็มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อมาทำหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นได้เข้าช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษทั้ง 17 ครอบครัวแล้ว ส่วนแผนระยะยาวได้มีมติให้ตั้งคณะทำงาน ดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล ภายใต้คณะอนุกรรมการการจัดการศึกษาทางเลือกของ สพฐ. ที่ประกอบด้วยผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และผู้ทรงคุณวุฒิจาก สพฐ. โดย<strong>กำหนดให้มีภารกิจ 4 ประการ </strong>ได้แก่</p>
<p><strong>1.จัดทำแนวปฏิบัติและคู่มือการดำเนินงานโฮมสคูล</strong></p>
<p><strong>2.ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทั้งใน สพฐ.และ สพท. ให้มีความรู้ความเข้าใจถึงหลักการและแนวทางการดำเนินงานของโฮมสคูล</strong></p>
<p><strong>3.เสนอแนวทางในการแก้กฎ ระเบียบ แนวปฎิบัติให้เหมาะสมสอดคล้องระหว่างการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับโฮมสคูล และ</strong></p>
<p><strong>4.กำหนดแผนพัฒนาโฮมสคูล รวมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติงานอื่น เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพโฮมสคูลในอนาคต</strong><br />
นายกมล กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติกำหนดให้สำนักพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเป็นหน่วยงานหลัก และมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะทำงาน โดยมีผู้แทนแต่ละสำนักและหน่วยงานร่วมเป็นเลขานุการด้วย อีกทั้งตั้งหน่วยประสานงานกลางและภูมิภาค 12 แห่ง เพื่อจะให้รับผิดชอบ และพัฒนาองค์ความรู้ตามการจัดการเรียนการสอนแบบโฮมสคูลที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม แผนทั้งหมดที่ได้จากการประชุมได้เสนอนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ.แล้ว ซึ่งนายชินภัทรก็เห็นชอบในหลักการ และจะนำเรื่องนี้เสนอที่ประชุม กพฐ.ครั้งต่อไปก่อนจะประกาศเป็นแผนต่อไป<br />
<span style="color: #800000"> &#8220;สำหรับ เกณฑ์ประเมินใหม่นั้น กำหนดให้วัดผลงานของผู้เรียนเป็นหลัก เช่น หากนักเรียนได้แชมป์วาดรูป ก็สามารถนำรางวัลนั้นมาขอเทียบประเมินกับคณะกรรมการ สพท.ได้ ยิ่งหากได้รางวัลในระดับภูมิภาคหรือระดับชาติ ก็สามารถนำเทียบประเมินผ่านชั้นม.6 ได้เลย ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เรียนเลยก็ตาม ทั้งนี้ เพราะในวิธีการประเมินใหม่นั้นจะไม่นับชั่วโมงหรือวันเรียนเหมือนกับที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อแนวทางของการเรียนโฮมสคูลเริ่มชัดเจนและดีขึ้นแล้ว ก็ยังไม่อยากให้นักเรียนแห่กันมาเรียนโฮมสคูล เพราะการเรียนโฮมสคูลนั้นมีวัตถุประสงค์ให้กับเด็กที่มีความสามารถพิเศษที่ไม่มีเวลาแต่อยากเรียนเท่านั้น เช่น นักกีฬาระดับชาติ&#8221;</span> รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว</p>
<p>ที่มา: <a href="http://fwd4.me/06sY">หนังสือพิมพ์สยามรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/18/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใครมี &#8220;แวว&#8221; ยกมือขึ้น</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a7-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a7-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jul 2011 04:58:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=884</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a7-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/140754-QLF-1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ไม่น่าแปลกใจที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนกับ ที่ตนเป็น เช่น ครอบครัวที่พ่อแม่เป็นหมอ ก็อยากให้ลูกเป็นหมอ ในหลายๆ ครั้งความคาดหวังของพ่อแม่ ทำให้ลูกไม่มีความสุข เพราะลูกไม่มีความสนใจอยากเป็น “หมอ” ตามที่พ่อแม่คาดหวัง หากแต่สนใจงานขีดๆ เขียนๆ มากกว่า
ผู้เขียนรับราชการเป็น “ครูประจำชั้น” ระดับประถมศึกษาเพื่อทำหน้าที่ “สอนคน” มากกว่า “สอนหนังสือ” เป็น เวลากว่า 30 ปีก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ บทบาทของครูประจำชั้นที่สำคัญประการหนึ่งคือ การทำหน้าที่เป็นครูแนะแนว ช่วยชี้แนะแนวทางให้ทั้งลูกศิษย์และผู้ปกครองเดินตรงทางมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยให้ลูกศิษย์ได้ฉายแวว และมีความสุขกับการเรียนรู้มากขึ้น

เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่ให้เวลากับการทำมา หาเลี้ยงชีพจนไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเลี้ยงดูบุตร ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่สามารถสังเกตเห็น “แวว” ซึ่ง หมายถึง ความถนัด พรสวรรค์ ความโดดเด่นที่มีในตัวของลูก จึงส่งเสริมให้ลูกเป็นไปตามกระแสนิยมในสังคม อาทิ การส่งเสริมให้ลูกเป็นหมอ วิศวกร หรืออาชีพยอดนิยมในสังคม ทำให้พรสวรรค์ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมในตัวลูกเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย
ครูในฐานะ “พ่อ แม่ คนที่สอง” ควรเข้ามามีส่วนช่วยให้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้เข้าใจลูกหลานของตนเองอย่างถ่องแท้ เพื่อส่งเสริมลูกหลานได้ถูกทาง โดยเฉพาะรายที่มีลูกหลานเป็นเด็กอัจฉริยะ เด็กต้องได้รับการส่งเสริมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม มิฉะนั้นความเป็นอัจฉริยะของเด็กอาจลบเลือน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left"><strong>ไม่น่าแปลกใจที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนกับ ที่ตนเป็น เช่น ครอบครัวที่พ่อแม่เป็นหมอ ก็อยากให้ลูกเป็นหมอ ในหลายๆ ครั้งความคาดหวังของพ่อแม่ ทำให้ลูกไม่มีความสุข เพราะลูกไม่มีความสนใจอยากเป็น “หมอ” ตามที่พ่อแม่คาดหวัง หากแต่สนใจงานขีดๆ เขียนๆ มากกว่า</strong><span id="more-884"></span></p>
<p style="text-align: left">ผู้เขียนรับราชการเป็น <strong>“ครูประจำชั้น”</strong> ระดับประถมศึกษาเพื่อทำหน้าที่ <strong>“สอนคน”</strong> มากกว่า <strong>“สอนหนังสือ”</strong> เป็น เวลากว่า 30 ปีก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ บทบาทของครูประจำชั้นที่สำคัญประการหนึ่งคือ การทำหน้าที่เป็นครูแนะแนว ช่วยชี้แนะแนวทางให้ทั้งลูกศิษย์และผู้ปกครองเดินตรงทางมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยให้ลูกศิษย์ได้ฉายแวว และมีความสุขกับการเรียนรู้มากขึ้น</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/140754-QLF-1.jpg" alt="" width="450" height="300" /></p>
<p style="text-align: left">เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่ให้เวลากับการทำมา หาเลี้ยงชีพจนไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเลี้ยงดูบุตร ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่สามารถสังเกตเห็น<strong> “แวว”</strong> ซึ่ง หมายถึง ความถนัด พรสวรรค์ ความโดดเด่นที่มีในตัวของลูก จึงส่งเสริมให้ลูกเป็นไปตามกระแสนิยมในสังคม อาทิ การส่งเสริมให้ลูกเป็นหมอ วิศวกร หรืออาชีพยอดนิยมในสังคม ทำให้พรสวรรค์ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมในตัวลูกเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p style="text-align: left">ครูในฐานะ<strong> “พ่อ แม่ คนที่สอง” </strong>ควรเข้ามามีส่วนช่วยให้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้เข้าใจลูกหลานของตนเองอย่างถ่องแท้ เพื่อส่งเสริมลูกหลานได้ถูกทาง โดยเฉพาะรายที่มีลูกหลานเป็นเด็กอัจฉริยะ เด็กต้องได้รับการส่งเสริมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม มิฉะนั้นความเป็นอัจฉริยะของเด็กอาจลบเลือน และทำให้เด็กมีความทุกข์ เข้ากับเพื่อนไม่ได้ คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ไม่มีคนเข้าใจ</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/140754-QLF-2.jpg" alt="" width="450" height="336" /></p>
<p style="text-align: left">ครูควรสังเกต เก็บรวบรวมผลงานและบันทึกพฤติกรรมที่เด็ก ๆ แสดงออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเด็กมี “แวว” อะไร การมอบหมายงานให้เด็กๆ ช่วยกันทำในห้องเรียน ทำให้เด็กมีสถานการณ์ต้องเผชิญ “แวว” จะถูกฉายออกมาในขณะที่เด็กๆ ทำงาน</p>
<p style="text-align: left">ยิ่งครูใกล้ชิดเด็กมากเท่าไรจะเห็น<strong> “แวว” </strong>ของเด็ก ๆ คมชัดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเด็กแต่ละคนอาจมี 1 แววใน 10 แวว ได้แก่ แววนักคิด แววนักวิชาการ แววสร้างสรรค์ แววนักวิทยาศาสตร์ แวว นักคณิตศาสตร์ แววผู้นำ แววนักภาษา แววนักกีฬา แววนักดนตรี และแววศิลปิน หรือเด็กบางคนอาจมีมากกว่า 1 แววก็เป็นไปได้</p>
<p style="text-align: left">
<blockquote><p>“เพราะการที่รู้ว่าเด็กมีแววอะไร จะช่วยให้ครูแนะนำแผนการเรียนให้กับเด็กๆได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ”</p></blockquote>
<p style="text-align: right">
<p style="text-align: right">บทความโดย รศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี ข้าราชการบำนาญ<br />
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาตตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา</p>
<p style="text-align: left"><strong>ที่มา</strong> <a href="http://www.qlf.or.th/10623">สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/14/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a7-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ&#8221; ตั้งโจทย์ &#8220;จะผลิตเด็กป้อนอุตสาหรรม หรือสร้างคนบนรากเหง้า&#8221;</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Jul 2011 07:14:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=871</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/Thaireform-chatchawhan.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
จากวิทยาลัยการจัดการทางสังคม และ  โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา  สู่การเคลื่อนไหวคัดค้านยุบโรงเรียนเล็ก  ในนาม สภาการศึกษาทางเลือก   หนึ่งในหัวขบวนหลัก คือ &#8220;ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ&#8221;   ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา  ร่วมขยายมุมมองการศึกษาเพื่อสังคมรากหญ้า
@อยากให้ เล่าความเคลื่อนไหว คัดค้าน นโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการ 
ทางเครือข่ายการศึกษาทางเลือกได้เดินทางเข้าพบนายชินวรณ์ บุญเกียรติ  รัฐมนตรี  รมต.กระทรวงศึกษาธิการ  ว่ามีนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็กจริงหรือไม่   ซึ่งได้รับคำตอบว่า เป็นความจริง และหากมีโอกาสเป็น รมต. อีก  ก็ยังยืนกรานว่าจะยุบ
หลังจากนั้น เครือข่ายจึงเดินทางไปยื่นจดหมายเพื่อคัดค้าน กับ   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) .และ รัฐมนตรี    โดยมีข้อสรุปจากการจัดประชุมระดมความคิดเห็นทั้ง 4 ภาค ว่า หนึ่ง เราไม่เห็นด้วยขอให้ยุติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/Thaireform-chatchawhan.jpg" alt="" width="347" height="200" /></p>
<p><strong>จากวิทยาลัยการจัดการทางสังคม และ  โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา  สู่การเคลื่อนไหวคัดค้านยุบโรงเรียนเล็ก  ในนาม สภาการศึกษาทางเลือก   หนึ่งในหัวขบวนหลัก คือ &#8220;ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ&#8221;   ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน สำนักข่าวอิศรา  ร่วมขยายมุมมองการศึกษาเพื่อสังคมรากหญ้า</strong></p>
<p><strong><span id="more-871"></span></strong><strong>@อยากให้ เล่าความเคลื่อนไหว คัดค้าน นโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการ </strong><br />
ทางเครือข่ายการศึกษาทางเลือกได้เดินทางเข้าพบนายชินวรณ์ บุญเกียรติ  รัฐมนตรี  รมต.กระทรวงศึกษาธิการ  ว่ามีนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็กจริงหรือไม่   ซึ่งได้รับคำตอบว่า เป็นความจริง และหากมีโอกาสเป็น รมต. อีก  ก็ยังยืนกรานว่าจะยุบ</p>
<div>หลังจากนั้น เครือข่ายจึงเดินทางไปยื่นจดหมายเพื่อคัดค้าน กับ   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) .และ รัฐมนตรี    โดยมีข้อสรุปจากการจัดประชุมระดมความคิดเห็นทั้ง 4 ภาค ว่า <strong>หนึ่ง</strong> เราไม่เห็นด้วยขอให้ยุติ <strong>สอง</strong> ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐกับภาคประชาสังคม   รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน ผู้ปกครองเพื่อหาทางออกร่วมกัน</div>
<div>
<p><strong>@ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายนี้มีอะไร อย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>ความจริงแล้วโรงเรียนไม่ได้เล็กเองตามที่กระทรวงฯ บอกว่าเด็กน้อยเพราะการเกิดน้อย แต่มันถูกทำให้เล็กโดยการบริหารที่ล้มเหลว คือ</p>
<div><strong><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/Thaireform-alterschool1.jpg" alt="" width="300" height="225" /></strong>เป้าหมายการศึกษาปัจจุบันตั้งเป้าเพื่อไปรับใช้เมือง   ผลิตคนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ไม่เกี่ยวกับชนบท หลักสูตรการศึกษา   ดรรชนีชี้วัดต่างๆ   ไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมทอันหลากหลาย   แต่เรากลับมีการศึกษาเพียงแบบเดียว มันทำลายฐานวิธีชีวิต ฐานวัฒนธรรม   ฐานภูมิปัญญาทุกท้องถิ่น</div>
<p>ส่วนผลกระทบจากการยุบโรงเรียนที่เห็นได้ชัดคือ<strong> หนึ่ง</strong> จะทำให้เด็กที่ยากจนยิ่งขาดโอกาสทางการศึกษาไปอีก <strong>สอง</strong> ความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการเดินทาง บางแห่งต้องอาศัยอยู่หอพักยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นไปอีก <strong>สาม</strong> เป็นการทำลายความเข้มแข็งของชุมชน <strong>สี่</strong> เป็นการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นชุมชน</p>
<div>
<p><strong>@ท่าทีล่าสุดของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาฯ เป็นอย่างไร</strong></p>
</div>
<div>จากจดหมายที่ตอบกลับมา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2554   ยังไม่เปลียนท่าทีครับ   แต่จากการจัดงานประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบ   และมีการปาฐกาของนักวิชาการอาวุโสมาร่วมด้วย ได้แก่ อาจารย์ประเวศวะสี   อาจารย์ระพี สาคริก อาจารย์เอกวิทย์ ณ ถลาง อ. ส ศิวลักษณ์ เมื่อวันที่ 16   มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา  ทางกระทรวงฯ เองก็มีท่าทีเปลี่ยนไปบ้าง คือ   โดยใช้คำว่า “จะชะลอนโยบายไว้ก่อน”    และให้โจทย์กับทางโรงเรียนขนาดเล็กมีนโยบายการจัดการแนวใหม่   โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น ถ้าฟังจากเสียงผู้บริหารเองก็พอใจ   แต่ทางสภาการศึกษาทางเลือกก็ยังไม่ได้วางใจ   เพราะยังไม่ได้มีความชัดเจนหรือเห็นเป็นรูปธรรม</div>
<div>กระบวนการต่อไปก็จะเป็นการหารือและวางแผนร่วมกันอีกครั้ง วันที่  8   กรกฎาคม 2554 เพื่อผลักดันให้เกิดเกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง   โรงเรียนขนาดเล็ก ผู้แทนชุมชน ผู้แทนองค์กรท้องถิ่น สภาการศึกษาทางเลือก   และผู้แทนของ สพฐ. มาเป็นคณะทำงาน   การจัดการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กแบบมีส่วนร่วม</div>
<div>
<p><strong>@โรงเรียนขนาดเล็กจะตออบโจทย์ กระทรวงศึกษาฯ ทั้งสามข้อคือ โอกาส คุณภาพ และประสิทธิภาพได้อย่างไร</strong></p>
</div>
<div>แนวทางที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมครับ  ผู้บริหาร ครู  ผู้นำท้องถิ่น  องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต้องมานั่งคุยกันก่อนว่า   แนวทางการบริหารแนวใหม่จะเป็นอย่างไร  &#8221;ผมเชื่อว่า แค่เริ่มเชิญชวน พูดคุย   อย่างน้อยก็เป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญที่จะมาสู่กระบวนการที่สอง คือ   การพัฒนาหลักสูตรร่วมกันของท้องถิ่น ไม่ได้เอาแต่หลักสูตรส่วนกลาง   แต่วางไว้บนพื้นฐานชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกัน”</div>
<div>เรื่องคุณภาพ เราจะทำตัวชี้วัดแบบโรงเรียนขนาดเล็ก   เพราะบริบทของโรงเรียนเล็กมันต่างกัน เราจะหาว่าคุณภาพที่ ชุมชน พ่อแม่   ผู้ปกครอง และ สพฐ. ต้องการ คืออะไร เอามาผสมผสานกัน ส่วนเรื่องบริหาร   อาจมีเรื่องการระดมทรัพยากรเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเราอยากเสนอให้ สพฐ.   เพิ่มงบฯ ให้อย่างเต็มที่ ถ้าขาดเหลืออะไร   ให้ชุมชนและท้องถิ่นระดมทรัพยากรมาด้วย เป็นแนวทางการทำงานร่วมกัน</div>
<div>การศึกษาแนวใหม่ควรจะเอาชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา   จึงจะทำให้เกิดคุณภาพของเยาวชนในยุคต่อไปได้ ซึ่งถ้าไม่เข้ามาร่วม   เด็กเราอาจมีปัญหามากกว่านี้  ขณะเรียนก็มีปัญหา แล้วพอเรียนจบ ตกงาน   ไม่มีงานทำ แต่กลับบ้านก็ทำอะไรไม่ได้ เราต้องการคนแบบนี้หรือ   มันต้องเกิดกระบวนการจัดการศึกษาแบบใหม่   เด็กและเยาวชนมีความพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเข้มแข็ง</div>
<div>
<p><strong>@นอกจากเรื่องนี้ คุณชัชวาลย์ ทำงานพัฒนาชุมชนเรื่องอะไรบ้าง</strong></p>
<p>ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา เช่น วิทยาลัยการจัดการทางสังคม (วจส.)  เราก็ผลักดันเรื่อง <strong>&#8220;ห้องเรียนชุมชน&#8221;</strong> เพราะเมืองไทยมีภูมิปัญญาที่เป็นองค์ความรู้อยู่เต็มแผ่นดิน   แต่ถูกตัดขาดออกจากระบบ   โดยสนับสนุนให้เกิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนกระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา เกิดมา 11 ปี แล้ว   เป็นการรวบรวมองค์ความรู้จากพ่อครู แม่ครู ภูมิปัญญาท้องถิ่น   โดยเฉพาะวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ เป็นห้องเรียนไว้ ถ้าเด็กคนไหนสนใจเรียนอะไร   ก็สามารถไปศึกษาเรียนรู้เรื่องนั้นๆ ได้   ซึ่งความจริงน่าจะมีศูนย์การเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่อยู่ทุกจังหวัด   มีพ่อครูแม่ครูมากมายอยากสอนในสิ่งที่ท่านรู้   และยังมีเด็กอีกมากมายที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมตนเองแต่ไม่รู้ว่าจะไปเรียน  ที่ไหน</p>
</div>
<div><strong><img class="alignright" src="http://www.choice2learn.net/images/News/Thaireform-alterschool2.jpg" alt="" width="300" height="225" /></strong><strong>@11 ปีที่ผ่านมาของโ</strong><strong>ฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง </strong><strong> </strong>สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ สมัยก่อนเด็กๆ  จะอายที่จะแต่งชุดพื้นเมือง  อายที่จะพูดคำเมือง กินอาหารพื้นเมือง  เล่นดนตรีพื้นเมือง  แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เด็กๆ มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ได้ตีกลองสะบัดชัยได้   แต่งกายพื้นเมืองได้โดยไม่อาย เรื่องความภาคภูมิใจในตนเอง   ภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเองเป็นฐานสำคัญมาก   เพราะเราสอนให้อยู่ในหลักการเคารพธรรมชาติ และการเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน   มีรัก เคารพต่อครูบาอาจารย์ในขณะที่การเรียนสมัยใหม่พวกเขาก็ยังเรียนรู้ได้   ดังคำกล่าวที่ว่า<strong> “เรียนรู้รากเหง้า เท่าทันโลกาภิวัตน์” </strong></p>
</div>
<div><strong><br />
</strong><strong>@อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาทำ เรื่องการศึกษาทางเลือก<br />
</strong>ผมเห็นว่าสังคมไทย มีทุน มีองค์ความรู้ และภูมิปัญญามากมาย   แต่เรากลับไม่เห็นคุณค่า เราเอาความรู้และภูมิปัญญาตะวันตกมาใช้กันมาก   ซึ่งล้วนแต่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เคารพกัน เสรี แข่งขันกันจนทำให้ผู้คนเห็นแก่ตัว เป็นนักบริโภคตัวยง ไม่พึ่งตนเอง   นับเป็นหายนะของโลก เป็นการทำลายชีวิต และจิตวิญญาณมนุษย์</div>
<div>
<p>พื้นหลังของสังคมไทยที่มาจากรากฐานของสังคมไทย ทำให้คนเป็นคน   และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม เราจะอยู่กันอย่างไร   เมื่อไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเหลืออยู่เลย   มีส่วนร่วมในการสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไว้ จะก่อให้เกิดความงอกงามในระยะยาว</p>
<p>ทุกวันนี้ ผมได้เห็นเด็กๆ เรียนรู้ และมีภาคภูมิใจในวัฒนธรรมตนเอง   เห็นชาวบ้านรักเคารพธรรมชาติ เห็นชาวบ้านรักษาป่า ทำเรื่องสมุนไพรใส่ผ้าย้อมสี  มันเป็นเป็นพลังในการทำงาน และผมมีความสุขที่จะทำครับ</p>
</div>
<p><strong>คุณชัชวาลย์ ได้ตอบโจทย์กระทรวงศึกษาธิการไปแล้ว   และแนะแนวทางการจัดการโรงเรียนขนาดไปแล้วบางส่วน ก็คงถึงเวลา เราๆ ท่านๆ   จะตั้งคำถามกับตัวเอง และผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ออกแบบนโยบายการการศึกษา   ผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศว่า &#8220;จะผลิตเด็กเพื่อป้อนอุตสาหกรรมต่อไป &#8230;  หรือจะสร้างเด็กให้ เรียนรู้รากเหง้า เท่าทันโลกาภิวัตน์&#8221;</strong></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p>เขียนโดย ธิดามนต์ พิมพาชัย</p>
<p>วันอังคารที่ 21 มิถุนายน  2011 เวลา 14:06 น.</p>
<p>ขอบคุณ <a href="http://www.thaireform.in.th/component/flexicontent/item/6023-q-q-q-q.html">ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย</a></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ในหลวง : ครูที่ดีที่สุดในการพัฒนาชนบท</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/hmtheking-besttcforcountry/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/hmtheking-besttcforcountry/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Jul 2011 04:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=865</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/hmtheking-besttcforcountry/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/110754-Thairath-1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
จาก​การ​ที่​มูลนิธิ​ไทยรัฐ จัด​สัมมนา​ผู้​บริหาร​โรงเรียน​ไทยรัฐ​วิทยา 101 แห่ง​ทั่ว​ประเทศ ประจำปี 2554 โดย นาย​พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็น​ประธาน​เปิด​และ​ปาฐกถา​พิเศษ ใน​หัวข้อ “พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว กับ​การ​พัฒนา​ชนบท” ที่​โรงแรม​เชียงใหม่ พลาซ่า เมื่อ​วัน​ที่ 9 ก.ค. 2554 นั้น “ทีม​การ​ศึกษา” ขอ​ทำ​หน้าที่​ถ่ายทอด​บาง​ช่วง​ของ​คำ​บอก​เล่า​ใน​การ​ปาฐกถา เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ทุก​ภาค​ส่วน​ที่​จะ​นำ​ไป​เป็น​แนวทาง​ดำเนิน​การ ​พัฒนา​ประเทศ โดยเฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​การ​พัฒนา​ชนบท

ทรงเลือกที่จะทำงานหนัก

“&#8230;สิ่ง ​ที่​จะ​พูด​ต่อ​ไป​นี้ เรียก​ว่า​เป็น​การ​บอกเล่าเก้าสิบ​เรื่องราว​ต่างๆ เหมือน​บท​วิเคราะห์ ถึงพระ​ราช​กรณียกิจ​ของ​พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่​ได้​พระราชทาน​ไว้​ใน​ช่วง 60 ปี​ที่​ผ่าน​มา&#8230;
เมื่อ ​เรา​มา​วิเคราะห์​ย้อน​หลัง ผม​คิด​ว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ทรง​เลือก​ที่​จะ​เป็น​พระ​มหา​กษัตริย์​ที่​ออก​มา​ ดูแล​ช่วยเหลือ​ประชาชน​อย่าง​ใกล้​ชิด ถึง​พื้นที่และ​ถึงลูกถึงคน การ​เลือก​บทบาท​อย่าง​นี้​มี​สิ่ง​ที่​ต้อง​เปลี่ยน​ไป​จาก​ปกติ​อย่าง​ น้อยๆก็​หนึ่ง​ประการ​คือ พูด​ตรงๆง่ายๆว่า ทรง​เลือก​ที่​จะ​ทำ​งาน​หนัก​ขึ้น ทรงทราบ​ดี​ว่า​ทำ​งาน​แบบ​นี้​จะ​เหนื่อย​มาก​ขึ้น แน่ นอน​ว่า​ได้​ทรง​เลือก​แล้ว หลังจาก​ที่​ได้​พระราชทาน​ พระ​ราช​สัจจาธิษ​ฐาน แก่​ปวง​ชน​ชาว​ไทย​ว่า “เรา​จะ​ครอง​แผ่นดินโดย​ธรรม เพื่อ​ประโยชน์​สุข​แห่ง​มหาชน​ชาว​สยาม” ฉะนั้น ​ก็​ทรง​เลือก​ที่​จะ​ลง​มา​ดูแล​ช่วยเหลือ​พสกนิกร​อย่าง​จริงจังทั่วถึง ตั้งแต่​ต้น​รัชกาล​จนถึง​ปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนิน​ไป​เยี่ยม​พสกนิกร​ใน​ต่าง​จังหวัด ทั้ง​ภาค​กลาง อีสาน เหนือ ใต้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/110754-Thairath-1.jpg" alt="" width="630" height="378" /><br />
จาก​การ​ที่​มูลนิธิ​ไทยรัฐ จัด​สัมมนา​ผู้​บริหาร​โรงเรียน​ไทยรัฐ​วิทยา 101 แห่ง​ทั่ว​ประเทศ ประจำปี 2554 โดย นาย​พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็น​ประธาน​เปิด​และ​ปาฐกถา​พิเศษ ใน​หัวข้อ “พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว กับ​การ​พัฒนา​ชนบท” ที่​โรงแรม​เชียงใหม่ พลาซ่า เมื่อ​วัน​ที่ 9 ก.ค. 2554 นั้น “ทีม​การ​ศึกษา” ขอ​ทำ​หน้าที่​ถ่ายทอด​บาง​ช่วง​ของ​คำ​บอก​เล่า​ใน​การ​ปาฐกถา เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ทุก​ภาค​ส่วน​ที่​จะ​นำ​ไป​เป็น​แนวทาง​ดำเนิน​การ ​พัฒนา​ประเทศ โดยเฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​การ​พัฒนา​ชนบท<br />
<span id="more-865"></span><br />
<strong>ทรงเลือกที่จะทำงานหนัก<br />
</strong><br />
“&#8230;สิ่ง ​ที่​จะ​พูด​ต่อ​ไป​นี้ เรียก​ว่า​เป็น​การ​บอกเล่าเก้าสิบ​เรื่องราว​ต่างๆ เหมือน​บท​วิเคราะห์ ถึงพระ​ราช​กรณียกิจ​ของ​พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่​ได้​พระราชทาน​ไว้​ใน​ช่วง 60 ปี​ที่​ผ่าน​มา&#8230;</p>
<p>เมื่อ ​เรา​มา​วิเคราะห์​ย้อน​หลัง ผม​คิด​ว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ทรง​เลือก​ที่​จะ​เป็น​พระ​มหา​กษัตริย์​ที่​ออก​มา​ ดูแล​ช่วยเหลือ​ประชาชน​อย่าง​ใกล้​ชิด ถึง​พื้นที่และ​ถึงลูกถึงคน การ​เลือก​บทบาท​อย่าง​นี้​มี​สิ่ง​ที่​ต้อง​เปลี่ยน​ไป​จาก​ปกติ​อย่าง​ น้อยๆก็​หนึ่ง​ประการ​คือ พูด​ตรงๆง่ายๆว่า ทรง​เลือก​ที่​จะ​ทำ​งาน​หนัก​ขึ้น ทรงทราบ​ดี​ว่า​ทำ​งาน​แบบ​นี้​จะ​เหนื่อย​มาก​ขึ้น แน่ นอน​ว่า​ได้​ทรง​เลือก​แล้ว หลังจาก​ที่​ได้​พระราชทาน​ พระ​ราช​สัจจาธิษ​ฐาน แก่​ปวง​ชน​ชาว​ไทย​ว่า “เรา​จะ​ครอง​แผ่นดินโดย​ธรรม เพื่อ​ประโยชน์​สุข​แห่ง​มหาชน​ชาว​สยาม” ฉะนั้น ​ก็​ทรง​เลือก​ที่​จะ​ลง​มา​ดูแล​ช่วยเหลือ​พสกนิกร​อย่าง​จริงจังทั่วถึง ตั้งแต่​ต้น​รัชกาล​จนถึง​ปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนิน​ไป​เยี่ยม​พสกนิกร​ใน​ต่าง​จังหวัด ทั้ง​ภาค​กลาง อีสาน เหนือ ใต้ การ​เสด็จ พระราชดำเนิน​เหล่า​นี้ ทำให้​ทรงทราบ​ถึง​ความ​เดือด ร้อน​ของ​ประชาชน สภาพ​บ้านเมือง สภาพ​เส้นทาง​คมนาคม สภาพ​ความ​เป็น​อยู่​ของ​ประชาชน ว่า​ประเทศ ​เรา​ยัง​ด้อย​พัฒนา จุด​นี้​เอง​ที่​เป็น​พลัง​ขับเคลื่อน ให้​ทรง​มี​ความ​แน่วแน่​ที่​จะ​ลง​มา​ดูแล​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​ท้องถิ่น​ ทุรกันดาร​และ​ห่างไกล เป็น​การ​ช่วย​รัฐบาล​ด้วย เพราะ​ใน​ยาม​ที่​เรา​ยัง​ด้อย​พัฒนา ใน​ฐานะ​ที่​พระองค์​ ท่าน​เป็น​คน​ไทย​คน​หนึ่ง ก็​ทรง​สำนึก​อยู่​ว่า​ต้อง​มี​หน้าที่​ช่วยเหลือ​คน​ไทย​ด้วย​กัน ช่วยเหลือ​สังคม​ไทย​ด้วย​กัน ช่วยเหลือ​ประเทศชาติ​ด้วย​กัน&#8230;</p>
<p><strong>วังสวนจิตรลดา สถานที่ทดลองเพื่อชาวบ้าน</strong></p>
<p>&#8230;ใน ​การ​ทำ​งาน​เหล่า​นั้น​ได้​ทรง​วาง​แผน​อย่าง​เป็น​ขั้น​เป็น​ตอน คือ​ใช้​บริเวณ​พระราชวัง​ที่​ประทับ​หรือ​สวน​จิตรลดา​ให้​เป็น​โรงเรียน สถาน​ที่​ทดลอง มี​โรง​โคนม มี​แปลง​ปลูก​ผัก มี​นา​ปลูก​ข้าว สิ่ง​เหล่า​นี้​คือ​การทดลอง​ใน​บ้าน​ของ​พระองค์​ท่าน เมื่อ​ทดลอง​แล้ว​สิ่ง​ไหน​ดี​ก็​จะ​นำ​ไป​ปฏิบัติ​ข้าง​นอก สิ่ง​ไหน​ไม่​ดี​ก็​ลอง​ผิด​ลอง​ถูกและ​ทดลอง​ต่อ​ไป หาก​สำเร็จ​ถึง​จะ​นำ ​ไป​ปฏิบัติ​ใน​พื้นที่​จริง โดย​ช่วง​ต้น​ทรง​เน้น​เรื่อง ​สุขภาพ​อนามัย​ของ​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​อยู่​ใน​ท้องถิ่น​ทุรกันดาร การ​แก้​ปัญหา​โรค​ภัย​ไข้​เจ็บ การ​เกษตร การ​แก้​ปัญหา​เรื่อง​ดิน หลังจาก​นั้น​ขยาย​มา​เรื่อง​ของ​การ​ศึกษา การ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต การ​ฟื้นฟู​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง– แวดล้อม โดยเฉพาะ​พื้นที่​ป่า​เขา​ใน​ภาค​เหนือ ที่​ถูก​บุกรุก​ทำลาย และ​การ​ช่วย​รัฐบาล​ใน​การ​แก้ไข​ปัญหา​ยาเสพติด&#8230;<br />
<strong><br />
ทรงเป็นต้นแบบ &#8220;ประชาพิจารณ์&#8221;</strong></p>
<p>&#8230;กระบวนการ​ที่​ทรง​เริ่ม​ใน​การ​พัฒนา​ชนบท​ใน​ส่วน​ของ​พระองค์​ท่าน​ นั้น เป็น​ขั้น​เป็น​ตอน​มี​การ​วาง​แผน​อย่าง​เป็น​ระบบ คือ ก่อน​ที่​จะ​เสด็จ​ไป​ที่ไหน​จะ​ต้อง​มี​ข้อมูล​ก่อน ข้อมูล​ประการ​แรก​คือ เรื่อง​ความ​เดือด ร้อน​ของ​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​พื้นที่​เหล่า​นั้น ได้​ถวาย​ฎีกา​ขอพระราชทาน​ความ​ช่วยเหลือ​ใน​เรื่อง​อะไร​บ้าง พื้นที่​อยู่​ตรง​ไหน มี​สภาพ​ภูมิประเทศ​อย่างไร ก็​จะ​ทรงศึกษา​จาก​ข้อมูล​ใน​แผน​ที่ ภาพถ่าย​ดาวเทียม และ​เอกสาร​ของ​ทาง​ราชการ และ​เสด็จ​ไป​ขอ​ข้อมูล​เพิ่มเติม​จาก​บุคคล​ที่​อาศัย​ใน​พื้นที่​นั้น​ จริงๆ เช่น คน​เฒ่า​คน​แก่ พระสงฆ์ ผู้​นำทาง​ศาสนา ผู้​นำ​ท้องถิ่น เพื่อ​ตรวจสอบ​ว่า​ข้อมูล​ที่​พระองค์​ท่าน​ได้​ศึกษา​จาก​ใน​วัง หรือ​พระตำหนัก​ที่​แปร​พระราชฐาน​นั้น​ตรง​ตาม​จริง​ใน​ภูมิประเทศ​เหล่า​ นั้น​หรือ​ไม่ เมื่อ​ตรวจสอบ​แล้ว ขั้น​ต่อ​ไป​ซึ่ง​เป็น​ขั้น​ที่​สำคัญ​ที่สุดคือ ความ​เดือดร้อน​ที่​ได้​รับ​ถวาย​ฎีกา​มา​จาก​ประชาชน เป็น​ความ​เดือดร้อน​ของ​ประชาชน​ส่วน​มาก​ใน​หมู่​บ้าน ตำบล​นั้น​จริง​หรือ​ไม่ วิธี​ของ​พระองค์​ท่าน​ก็​คือ​การ​ลง​ไป​พูด​คุย​กับ​ชาว​บ้านและ​กระจาย​ ความ​คิด​ไป​ว่า​ได้​รับ​ถวาย​ฎีกา​เรื่อง​นี้​มา และ​ส่ง​สัญญาณ​ถึง​วิธีการ​แก้ไข​ให้​กับ​ชาว​บ้าน เมื่อ​ชาว​บ้าน​ได้​รับ​ทราบ​ก็​จะ​ไป​ปรึกษา​กันและ​ก็​มี​สัญญาณ​ย้อน​ กลับ​มา การ​ช่วยเหลือ​คน​ที่​เดือดร้อน​ต้อง​คำนึง​ถึง​การ​ยินยอม​พร้อมใจ จะ​ต้อง​มี​การ​ชี้แจง สอบ​ถามว่า​คน​ส่วน​น้อย​นั้น​เดือดร้อน​แค่​ไหน เขา​พอใจ​และ​ยินดี​ที่​จะ​เสียสละ​หรือ​ไม่ และ​เมื่อ​เสียสละ​แล้ว​จะ​ต้อง​ชดเชย​เยียวยา​อย่างไร เรื่อง​เหล่า​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​ทรง​คำนึง​ถึง​มาก​เป็น​พิเศษ บาง​โครงการ​ที่​ประชาชน​บาง​กลุ่ม​ยัง​มี​ความ​ไม่​พอใจ​อยู่​ลึกๆ แต่​ไม่​กล้า​พูด โครงการ​เหล่า​นั้น​ก็​จะ​ไม่ได้​เริ่ม​เป็นอันขาด คือ​จะ​เริ่ม​โครงการ​ก็​ต่อ​เมื่อ​พระองค์​ท่าน​ทรง​แน่ชัด​แล้ว​ว่า ปัญหา​ที่​ชาว​บ้าน​ร้องเรียน​มา​นั้น เป็น​ปัญหา​เดือดร้อน​จริงๆ พูด​ง่ายๆว่า ใน​สมัย​นี้ใช้​คำ​ว่าลง​ไป​ทำ​ ประชา-พิจารณ์​ก่อน ​เพื่อ​ให้​เกิด​ความชัดเจน​ใน​โครงการ ให้​เกิด​การ​ยินยอม​พร้อมใจ​ครบถ้วน​แล้ว​ถึง​จะ​เริ่ม​ดำเนิน​การ&#8230;</p>
<p><strong>ทรงแนะให้ถือความผิดพลาดเป็นบทเรียน</strong></p>
<p>&#8230;ขณะ ​ดำเนิน​การ​ก็​ต้อง​ลง​ไป​ดู​ว่า โครงการ​ที่​ทำ​ไป มี​ปัญหา​อุปสรรค​อะไร ทุก​ขั้น​ทุก​ตอน ทุก​ฝ่าย ต้อง​ประสาน​งาน​กัน ต้อง​ติดตาม​จนกระทั่ง​โครงการ​สำเร็จ แม้​โครงการ​สำเร็จ​แล้ว​ก็​ทรง​สอน​อีก​ว่า สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​ขึ้น คิด​ขึ้น ช่วย​ชาว​บ้าน เอื้อ​ประโยชน์​กับ​ชาว​บ้านได้​จริง​หรือ​ไม่ ยัง​ขาด​หรือ​ผิด​พลาด​อะไร​อยู่​บ้าง ต้อง​เข้าไป​ติดตาม​ทุก​ระยะ ถ้า​โครงการ​ใด​ก็ตาม​ไม่​สามารถ​อำนวย​ประโยชน์​ได้​ตาม​ที่​หวัง​ไว้​จะ​ มี​บาง​คน​ท้อถอย​และ​คิด​ว่า​ ทำไม​ทำ​เรื่อง​สำคัญ​พลาด พระองค์​ท่าน​ก็​บอก​ว่า อย่า​ตกใจ อย่า​เสียใจ ขอ​ให้​ถือ​เป็น​บทเรียน และ​ให้​ศึกษา​ให้​ละเอียด​ว่า เรา​ผิด​พลาด​ตรง​ไหน จง​ยอม​รับ​ความ​จริง ถ้า​จำเป็น​เรา​ต้อง ​ขอโทษ​สังคม​ตรง​นั้น​ด้วย และ​ให้​เริ่ม​ต้น​ใหม่​โดย​แก้ไข​ปรับปรุง​ให้​ดี​ที่สุด​เท่า​ที่​จะ​ทำ ได้&#8230;</p>
<p><strong>อย่าทิ้งการทำนา เพราะคนไทยต้องทานข้าว</strong></p>
<p>&#8230;พระเมตตา​ คุณ​และ​พระ​ปรีชา​สามารถ​ของ​พระองค์​ท่าน​ที่​ผม​ประสบ​ด้วย​ตัว​เอง ปี 2536 พระองค์​ท่าน​เสด็จ​ทรง​ตรวจ​ความ​ก้าวหน้า​ใน​โครงการ​ทำ​คลอง​ระบาย​น้ำ​ ที่ อ.​สาย​บุรี จ.​ปัตตานี ปรากฏ​ว่า ​เมื่อ​เสด็จพระราชดำเนิน​ผ่าน​เต็นท์​ที่​ประชาชน​มา​รอ​เฝ้า​ซึ่ง​มี​พี่ น้อง​ไทย​มุสลิม​ทั้งสิ้น ผ่าน​เต็นท์​แรก​ก็​มี​ชาว​บ้าน​เอา​กระบุง​ใส่​ข้าวเปลือก​มา​ถวาย 2-3 กระบุง พระองค์​ท่าน​ทอดพระเนตร​เห็น​และ​ถาม​ว่า ทำไม​ข้าว​เมล็ด​เล็ก​จัง ถ้า​ข้าว​เมล็ด​ลีบ​แบบ​นี้​พอ​กิน​หรือ ชาว​บ้าน​ที่​เป็น​มุสลิม​พูด​ภาษาไทย​กลาง​ได้​ไม่​ชัดเจน ก็​ตอบ​ว่า​ดิน​แถว​นี้​ไม่​ดี ดิน​เป็น​พรุ น้ำ​เปรี้ยว ข้าว​เมล็ด​ลีบ​ไม่ค่อย​พอ​กิน พระองค์​ท่าน​รับสั่ง​ว่า​ก็​ต้อง​ปรับปรุง​ดิน​และ ต้องหา​ทาง​ไล่​น้ำ​เปรี้ยว​ออก​และ​หา​น้ำดีๆมา​แทน จาก​นั้น​รับสั่ง​เป็น​ประโยค​ที่​ผม​จำ​ได้​จน​ทุก​วัน​นี้​ว่า “พวก​เรา​เป็น​คน​ไทย ทาน​ข้าว​ทุก​วัน ฉะนั้น​ เรา​ต้อง​ทำ​นา จะ​ทิ้ง​นา​ไม่ได้ ถึง​แม้​ว่า​พืช​บาง​ตัว​จะ​ราคา ​ดี​กว่าข้าว เช่น ยาง ผล​ไม้ หรือ​ปาล์ม​น้ำมัน ก็​อย่า​ทิ้ง​การ​ทำ​นา ให้​เก็บ​พื้นที่​นา​ไว้​บ้าง เพราะ​ยัง​ไง​คนไทย​ก็​ต้อง​ทาน​ข้าว​ทุก​วัน ถ้า​เรา​ไม่​ปลูก​ข้าว​อีก​หน่อย​คง​ต้อง​ซื้อ​ข้าว​จาก​ต่าง​ประเทศ”&#8230;</p>
<p><strong>ห่วงสิทธิ์ที่ดินทำกิน</strong></p>
<p>&#8230;อีก ​เรื่อง​ที่​ผม​ได้ยิน​มา​กับ​หู​ตอน​เป็น​ผู้​ว่า​ราชการ​ที่​เชียงใหม่ ปี 2540 พระองค์​ท่าน​เสด็จพระราชดำเนิน​มา​เปิด​เขื่อน​แม่​งัด​สมบูรณ์​ชล ใน​วัน​นั้น​มี​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​เคย​เดือดร้อน​จาก​การ​ที่​น้ำ​ใน​ เขื่อน​ท่วม​หมู่​บ้าน ซึ่ง​กรมชลประทาน​ได้​หา​พื้นที่​ใหม่​สร้าง​หมู่​บ้าน​ให้ โดย​ให้​พื้นที่​ทำ​กิน​คน​ละ 15 ไร่ โดย​กรม​ป่า​ไม้​ได้​ออก​เอกสาร–​สิทธิ​เรียก​ว่า​สิทธิ์​ที่​ทำ​กิน หรือ สทก. ซึ่ง​เป็น​พื้นที่​ใหม่​ใน​เขต​ป่า​สงวน​แห่งชาติ​เดิม​ที่​มี​ความ​เสื่อม โทรม ชาว​บ้าน​ประชุม​รวมหัว​กัน​ว่า​จะ​ถวาย​ฎีกา​ต่อ​ในหลวง เพื่อ​ขอ​เปลี่ยน​จาก สทก. เป็น น.ส. 3 ก หรือ​เป็น​โฉนด ซึ่ง​ผม​คิด​ว่า​ทุก​คน​อยาก​ได้​โฉนด​และ​เอกสาร​สิทธิที่​สามารถ​นำ​ไป​ ซื้อขาย​แลกเปลี่ยน​และ​จำนอง​ได้ เมื่อ​พระองค์​ท่าน​เสด็จ​มา​เยี่ยม​ราษฎร​กลุ่ม​นี้​ก็​มี​การ​ทูลเกล้า​ฯ ถวาย​ซอง​ขาว เมื่อ​ทรง​เปิด​ดู​ทราบ​ว่า ​ราษฎร​อยาก​ให้​สั่ง​กรม ชลประทาน กรม​ที่ดิน ให้​เปลี่ยน​ที่ดิน​เป็น​โฉนด หรือ น.ส. 3 พระองค์​ท่าน​ก็​รับสั่ง​เป็น​แนว​คิด​ว่า “พวก​เรา​ลอง​คิด​ดู​ซิ ถ้า​เป็น​พื้นที่​สิทธิ​ทำ​กิน เขา​เขียน​ไว้​ใน​กฎหมาย​เลย​ว่า ให้​ตก​ถึง​ลูก​ถึง​หลาน​ได้ เพื่อ​จะ​มี​ที่​ทำ​กิน​ต่อ​ไป แต่​หากว่า​แปรสภาพ​เป็น​โฉนด หรือ น.ส. 3 ทำได้​ไม่​ยาก แต่​เมื่อ​เป็น น.ส. 3 แล้ว​พวก​เรา​ก็​อาจ​นำ​ไป​ใช้​จำนอง​ธนาคาร ​แล้ว​ถ้า​เกิด ​ปี​นั้น​ทำ​การ​เพาะ​ปลูก​ขาดทุน ไม่​มี​เงิน​ใช้​ธนาคาร​เขา​ก็​จะ​ยึด ​แล้ว​ลูก​หลาน​จะ​มี​ที่​ทำ​กิน​ต่อ​ไป​ได้​อย่างไร” เมื่อ​มี​รับสั่ง​อย่าง​นี้​ราษฎร​ก็​เข้าใจ​และ​ไม่​ยื่น​ฎีกา ผม​คิด​ว่า​แนว​คิด​เหล่า​นี้ ราชการ​หลาย​หน่วย​ได้น้อมนำ​มา​เป็น​แนว​ปฏิบัติ​ต่อ​มา​จน​ทุก​วัน​นี้&#8230;</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/110754-Thairath-2.jpg" alt="" width="420" height="252" /><br />
<span style="color: #0000ff">นายพลากร สุวรรณรัฐ</span></p>
<p><strong>พระสหายแห่งสายบุรี</strong></p>
<p>&#8230;คุณ​ลุง​วา​เด็ง ที่​เรา​รู้จัก​กัน​ดี​ว่า​เป็น​พระ​สหาย คุณ​ลุง​พูด​ภาษาไทย​ไม่ได้​แม้แต่​คำเดียว แล้ว​เป็น​เจ้าของ​บ้านที่​เสด็จพระราชดำเนิน​ไป​เพื่อ​ตรวจ​พื้นที่​เพื่อ​ จะ​หา​ที่​ขุด​คลอง วัน​แรก​ที่​เสด็จ​ไป​คุณ​ลุง​วา​เด็ง​ไม่ได้​ใส่​เสื้อ นุ่ง​ผ้าขาวม้า​ตัว​เดียว ​กำลัง​ทำ​สวน​อยู่ ผม​ก็​สงสัย​อยู่​ว่า​จะ​ส่งภาษา​อะไร​กับ​พระองค์​ท่าน และ​ต่อ​มา​ ลุง​วา​เด็ง​ก็​รัก​พระองค์ท่าน​มาก ทุก​ปี​ก็​จะ​ส่ง​ทุ​เรียน​มา​ถวาย​ลูก​หนึ่ง และ​เก็บ​จำปา​ดะ​ไว้​ถวาย พระองค์ท่าน​ลูก หนึ่ง พอ​สุก​ได้ที่​ก็​ส่ง​ไปรษณีย์​ไป​ถึงพระองค์​ท่าน​ที่​วัง โดย​ส่ง​ให้​ผม​ก่อนและ​ผม​ก็​นำ​ไป​ถวาย แต่​ปรากฏ​ว่า​ถวาย​ไม่ได้​สัก​ครั้ง ​เพราะ​กว่า​พัสดุไปรษณีย์​จะ​มา​ถึง​จำ​ปะ​ดา​ก็​เน่า​ไป​แล้ว ผม​ก็​ต้อง​กราบบังคมทูล​ว่า​มี​ของ​ถวาย​จาก​คุณ​ลุง​วา​เด็ง ที่​เก็บ​มา​จาก​สวน&#8230;</p>
<p><strong>พี่น้องประชาชนที่ยากไร้คือเป้าหมายสำคัญ</strong></p>
<p>&#8230;ผม ​อยาก​จะ​สรุป​แนว​คิด​และ​วิธี​ใน​การ​ทรง​งาน​ของ​พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว 2 &#8211; 3 ประการ ประการ​ที่​หนึ่ง​นั้น ทรง​สอน​อยู่​เสมอ​ว่า​สิ่ง​ที่​พวก​เราซึ่ง​ใน​ที่​นี้​หมาย​ถึง​ข้าราชการ ​ทุก​กระทรวง ทบวง กรม ที่​ตาม​พระองค์​ท่าน​ไป​ช่วยเหลือ​ประชาชน​ใน​ชนบท​ขอ​ให้​ยึด​อยู่​เสมอ​ ว่า เป้าหมาย​สำคัญ​ของ​เรา​คือ​พี่น้อง​ประ-ชาชน​ที่​ยากไร้ เพราะว่า​ถ้า​เรา​ลืม​เป้าหมาย​สำคัญ​ตรง​นี้ ไป​ยึด​ติด​กับ​ความ​ที่​เรา​เป็น​ข้าราชการ​สังกัด​ไหน แล้ว​ต้อง​ทำ​ตาม​ระเบียบ ขั้น​ตอน เรา​จะ​ให้​ความ​สำคัญ​กับ​หน่วย​งาน​มาก​กว่า​ประชาชน ยก​ตัวอย่าง​ง่ายๆ เช่น กอง​แผน​งาน​ของ​แต่ละ​กรม​ก็​ต้อง​มี​แผน​ขยาย​งาน ซึ่ง​ก็​คือ การ​ขอ​เพิ่ม​งบประมาณ เพิ่ม​คน เมื่อ​ขอ​คน​เพิ่ม​ก็​ต้อง​มี​ห้อง​นั่ง​ทำ​งาน มี​เก้าอี้ มี​คอมพิวเตอร์ มี​สารพัด​ที่​จะ​เป็น​อัฐบริขาร​ของ​ข้าราชการ​แต่ละ​คน ซึ่ง​เป็น​เงิน​งบ ประมาณ​แผ่นดิน​ทั้งนั้น และ​ก็​จะ​มา ​แย่ง​ชิง​งบประมาณ​ที่​จะ​มา​ถึง​ประชาชน พระองค์​ท่าน​บอก​ว่า​ถ้า​เรา​ยึด​ประชาชน​เป็น​หลัก​เงิน​ส่วน​มาก​ก็​จะ​ ไป​ช่วยเหลือ​ประชาชน ทำให้​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​ชนบท​ที่​อยู่​ ห่างไกล​ได้​ผล​ประโยชน์​จาก​งบประมาณ​แผ่นดิน​ดี​ขึ้น ซึ่ง​ผม​คิด​ว่า​เป็น​เรื่อง​สำคัญ​มาก ผม​เคย​อยู่​ส่วน​ราชการ​มา​หลาย​ส่วน ​ก็​เห็น​ชัดเจน​ตาม​พระองค์​ท่าน​ว่า บางที​เรา​เป็น​คน​ที่​ใกล้​ชิด​กับ​อำนาจ การ​จัดสรร​งบประมาณ อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ที่​มี​โอกาส มี​เครือ​ข่าย หรือ​ที่​ภาษา​ฝรั่ง​เรียก​ว่า​มี​คอน​เนคชั่น​เยอะ ติดขัด​อะไร​โทร.​หา​คน​นั้น​คน​นี้ เรา​มี​โอกาส​ที่​จะ​ใช้​งบประมาณ​มาก แต่​ถาม​ว่า​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​ยากไร้ อยู่​บน​ยอด​ดอย​สูง อยู่​บน​เกาะ เขา​ไม่​มี​โอกาส​อย่าง​นั้น ถ้า​เขา​เดือดร้อน แม้​มี​มือ​ถือ​ก็​ไม่​รู้​จะ​โทร.​หา​ใคร ไม่​รู้​จะ​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​ใคร ฉะนั้น​ ทรง​สอน​ว่า ให้​ยึดถือ​ประชาชน​เป็น​หลัก อย่า​ได้​คลาดเคลื่อน​ไป​จาก​นี้ ถ้า​คลาดเคลื่อน​แล้ว​เรา​จะ​วอกแวก ดังนั้น ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เป็น​สิ่ง​ที่​ข้าราชการ​ที่​ตาม​เสด็จ​ไป​ทำ​งาน​ใน​ พื้นที่​ต่างๆจะ​นำ​มา​ปฏิบัติ&#8230;</p>
<p><strong>สนุกและมีความสุขกับการช่วยประชาชนที่เดือดร้อน</strong></p>
<p>&#8230;เรื่อง ​ที่​ 2 ก็​คือ พระองค์​ท่าน​สอน​ว่า ทำ​งาน​กับ​เรา ซึ่ง​หมาย​ถึง​พระองค์​ท่าน ขอ​ให้​ทำ​งาน​ให้​สนุก ทำ​งาน​ให้​มี​ความ​สุข เพราะว่า ​ความ​สุข​ของ​พวก​เรา​คือ​การ​ที่​ได้​ไป​ช่วยเหลือ​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​ เดือดร้อน​และ​แร้นแค้น อย่า​ได้​รู้สึก​ว่า​เกร็ง หรือ​เหน็ดเหนื่อย​อะไร​ทั้งสิ้น ดังนั้น​ คน​ที่​เคย​ใกล้​ชิด​พระองค์​ท่าน​ใน​ที่​ต่างๆ จะ​รู้​ดี​ว่า พระองค์​ทรง​เบิกบาน​จริงๆ เวลา​ที่​ได้​ไป​ทำ​งาน​ให้​กับ​ประชาชนและ​ไม่​เคย​ทรง​คิดถึง​เวลา​ว่า​ ผ่าน​ไป​กี่​ชั่วโมง กี่​นาที แม้​จะ​มืดค่ำ​ดึกดื่น​พระองค์​ท่าน​ก็​ยัง​คง​อยู่​กับ​ประชาชน&#8230;</p>
<p><strong>อย่านำใจเราไปใส่ใจชาวบ้าน<br />
</strong><br />
&#8230;ประการ​สุดท้าย​ที่​พวก​เรา​ได้​รับ​จาก​ครู​พระองค์​นี้​ก็​คือ อย่า​คิด​ว่า​เรา​ซึ่ง​เข้าไป​ช่วย​พัฒนา​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​ท้องถิ่น​ชนบท ​เหนือ​กว่า​เขา รู้​มาก​กว่า​เขา เพียง​เพราะ​เรา​เรียน​ปริญญา​ตรี ปริญญา​โท หรือ​จบ​ปริญญา​เอก ​แล้ว​ต้อง​รู้​ดี​กว่า​ชาว​บ้าน จง​อย่า​นำ​เอาใจ​เรา​ไป​ใส่ใจ​ชาว​บ้าน ว่า​ชาว​บ้าน​จะ​ต้อง​อยาก​ได้​อะไร​ใน​ชีวิต​เหมือน​เรา พระองค์​ท่าน​สอน​ว่า ต้อง​ไป​ถาม​ไป​คุย ไป​วิเคราะห์​ให้​ชัดเจน​ว่า​ชาว​บ้าน​เดือดร้อน​อะไร และ​อย่า​คิด​ว่า​เขา​เดือดร้อน​อย่าง​นี้​ต้อง​ช่วย​อย่าง​นั้น ต้อง​ให้​เขา​ช่วย​เรา​ตอบ​ด้วย​ว่า​อยาก​ให้​ช่วย​เขา​อย่างไร จง​อย่า​เอา​ความต้องการ​หรือ​ความ​คิด​ของ​ตัว​เอง​ไป​เป็น​หลัก​ใน​การ​ ช่วย​ชาว​บ้าน​เป็นอันขาด พระองค์​บอก​ว่า​ ประชาชน​นั้น​มี​ภูมิปัญญา​ที่​ปู่ ย่า ตา ยาย เขา​สอน​มา จริงอยู่​เขา​เดือดร้อน ตาม​คนใน​เมือง​ไม่ทัน ไม่​เคย​เข้า​โรงเรียน เข้า​มหาวิทยาลัย แต่​บาง​ครั้ง​เขา​มี​วิธี​แก้ไข​ของ​เขา แต่​อาจ​มี​ข้อ​จำกัด​ใน​เรื่อง​ทรัพยากร ปัจจัย​บาง​อย่าง​ที่​เขา​ไม่​มี ฉะนั้น ​เรา​ไป​เสริม​ตรง​นี้​ได้​แต่​อย่า​ไป​บังอาจ​รู้​ดี หรือ​ทำตัว​ฉลาด​กว่า​ชาว​บ้าน​เป็นอันขาด สุดท้าย​ทรง​แนะนำ​คำ​ว่า ภูมิ​สังคม หมายความ​ว่าการ​จะ​ลง​ไป​ทำ​งาน​ที่ไหน ต้อง​รู้จัก​ภูมิ​สังคม​ตรง​นั้น สมัย ​เด็กๆ ผม​เรียน​วิชา​ภูมิศาสตร์ พวก​เรา​ก็​เรียน​กัน​ทุก​คน เรียน​วิชา​ประวัติศาสตร์​ภูมิศาสตร์ มี​คำ​ว่า ภูมิประเทศ ภูมิ​อากาศ แต่​คำ​ว่า​ภูมิ​สังคม​ไม่​มี พระองค์​ท่าน​สอน​ว่า มัน​เป็น​คำ​ที่​ดี เป็น​คำ​ที่​สำคัญ เพราะ​หมาย​ถึง​วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี และ​สังคม​ของ​คน​ที่​อยู่​ใน​พื้นที่​แตก​ต่าง​กัน คนใน​อำเภอ​จอมทองกับ​คน​อำเภอ​แม่​อาย อาจจะ​มี​ความ​เป็น​คน​เหนือ​เหมือน​กัน นับถือ​พุทธศาสนา​เหมือน​กัน กิน​ข้าวนึ่ง​เหมือน​กัน แต่​ก็​มี​อะไร​บ้าง​อย่าง​ที่​คน 2 อำเภอ​นี้​อาจจะ​แตก​ต่าง​กันคือ ประวัติ​ความ​เป็น​มา พื้นเพ วิธี​คิด แม้​กระทั่ง​เชื้อชาติ​อาจจะ​ไม่​เหมือน​กัน ดังนั้น พระองค์​ท่าน​ทรง​สอน​ว่า จง​เคารพ​ภูมิ​สังคม คือต้อง​ไป​วิเคราะห์ ศึกษา ให้​ถ่องแท้​ว่า ก่อน​จะ​ทำ​งาน​กับ​ชาว​บ้าน ต้อง​รู้จัก​ชาว​บ้าน​ตรง​นั้น​ก่อน ว่า​ต้องการ​อะไร มา​จาก​ไหน เชื่อ​อะไร และ​ไม่​เชื่อ​อะไร ชอบ​อะไร ไม่​ชอบ​อะไร ตรง​นี้​สำคัญ&#8230;</p>
<p><strong>ทรงเป็นครูที่ดีที่สุดในการพัฒนาสังคมชนบท</strong></p>
<p>&#8230;สรุป ​ว่า​ผม​อยาก​พูด​ว่า พระองค์​ท่าน​ทรง​เป็น​ครู​ที่​ดี​ที่สุด​ใน​การ​พัฒนา​ชนบท มี​ตำรับ​ตำรา​ที่​ผู้เชี่ยวชาญ​ต่าง​ประเทศ​เขียน​ไว้ และ​นำ​มา​สอน​หรือ​จัด​เป็น​หลัก สูตร​อบรม มี​ข้าราชการ​ของ​เรา​หลาย​รุ่น ไป​อบรม​หลัก สูตร​การ​พัฒนา​ชนบท​ที่​ประเทศ​สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย พอก​ลับ​มา​แล้ว​ได้​ศึกษา​แนว​คิด​และ​วิธีการ​ทำ​งาน​ของ​พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ทุก​คน​ก็​ยอม​รับ​ว่า​บาง​อย่าง​คล้ายๆกับ​ทฤษฎี​ใน​ตำรา แต่​ก็​มี​หลาย​สิ่ง​หลาย​อย่าง​ที่​ทรง​ประยุกต์​ใช้ และ​ได้​ทรง​ทดลอง ลอง​ผิด​ลอง​ถูกมา​แล้วและ​นำ​มา​สอน​เรา​เป็น​ประโยชน์​และ​เข้า​กัน​ได้​ ดี​กว่า​ของ​ฝรั่ง​เยอะ ฉะนั้น ​การ​ที่​ผม​จะ​ขอ​สรุป​ว่า พระองค์​ท่าน​ทรง​เป็น​ครู​ที่ดีที่สุด​พระองค์​หนึ่ง​ใน​เรื่อง​ของ​การ​ พัฒนา​ชนบท​นั้น คง​จะ​ไม่​ผิด และ​หากว่า​พวก​เรา​ที่​สนใจ​ใน​เรื่อง​ของ​การ​พัฒนา​ชนบท การ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิตทุกๆเรื่อง​ใน​ชนบท ลอง​ไป​ศึกษา​ค้นคว้า​ดู​แล้ว​นำ​ไป​ใช้​ประโยชน์ ผม​เชื่อ​ว่า​จะ​เป็น​ประโยชน์​ยิ่ง​กับ​ทุก​คน ทุก​ฝ่าย&#8230;”</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.thairath.co.th/content/edu/185513">หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/13/hmtheking-besttcforcountry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดการบริหารแนวใหม่เพื่อคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก” ในแนวทางการจัดการศึกษาทางเลือก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/08/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/08/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jul 2011 05:39:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=845</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/08/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดการบริหารแนวใหม่เพื่อคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก” ในแนวทางการจัดการศึกษาทางเลือก
ในวันที่  8  กรกฎาคม พ.ศ.2554  เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ
ห้องประชุมกาหลา  ชั้น 3  โรงแรมสวนดุสิตเพลส   มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดการบริหารแนวใหม่เพื่อคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก” ในแนวทางการจัดการศึกษาทางเลือก</p>
<p>ในวันที่  8  กรกฎาคม พ.ศ.2554  เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ</p>
<p>ห้องประชุมกาหลา  ชั้น 3  โรงแรมสวนดุสิตเพลส   มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร</p>
<p><span style="font-family: Consolas, Monaco, 'Courier New', Courier, monospace;font-size: small"><span style="line-height: 18px"><br />
</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/08/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายการตอบโจทย์เลือกตั้ง ‘54 – อนาคตประเทศไทย</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/07/07/859/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/07/07/859/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2011 06:56:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=859</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/07/07/859/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/tobjot.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ร่วมชมการสนทนาเพื่อการวางอนาคตและหาทางออกให้แก่สังคมไทยในประเด็นต่างๆ กับผู้อาวุโสทั้ง 5 ท่านในรายการ
ตอบโจทย์เลือกตั้ง ‘54 – อนาคตประเทศไทย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/tobjot.jpg" alt="" width="388" height="293" />ร่วมชมการสนทนาเพื่อการวางอนาคตและหาทางออกให้แก่สังคมไทยในประเด็นต่างๆ กับผู้อาวุโสทั้ง 5 ท่านในรายการ</p>
<h2><a href="http://choice2learn.net/vdo/2011/07/07/รายการตอบโจทย์เลือกตั้/">ตอบโจทย์เลือกตั้ง ‘54 – อนาคตประเทศไทย</a></h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/07/07/859/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนอนุบาลที่ไม่มีคำว่าหญิงหรือชาย</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/29/kindergarten/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/29/kindergarten/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2011 06:09:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=838</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/29/kindergarten/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/290654-prachathai.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>แปลโดย Timo Ojanen จาก www.forsogi.org
โครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ
โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในกรุงสต็อกฮอล์ม สวีเดน หลีกเลี่ยงการเหมารวมเรื่องเพศภาวะ คุณครูในโรงเรียนจะไม่ใช้คำว่า “เด็กชาย” หรือ “เด็กหญิง” กับเด็ก แต่จะเรียกเด็กๆ ทุกคนว่า “เพื่อน”


เด็กๆ เล่นกันในลานเด็กเล่นของโรงเรียนอนุบาล Egalia ที่เน้นความเป็นกลางในเรื่องเพศภาวะ
สต็อกฮอล์ม. โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในย่านเซอเดรมาล์ม กรุงสต็อกฮอล์ม ประเทศสวีเดน มีนโยบายหลีกเลี่ยงการเหมารวมเรื่องเพศภาวะให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณครูในโรงเรียนจะไม่ใช้คำว่า “เด็กชาย” หรือ “เด็กหญิง” กับเด็ก แต่จะเรียกเด็กๆ ทุกคนว่า “เพื่อน” ไม่ว่าเด็กจะเป็นเพศใดก็ตาม ส่วนสรรพนามของภาษาสวีเดนว่า “han” กับ “hon” ที่แปลว่า “เขา” และ “เธอ” ก็ถูกแทนด้วยคำที่เป็นกลางว่า “hen” ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีในภาษา
Lotta Rajalin ผอ. ของโรงเรียน อายุ 52 ปี กล่าวว่า “เราจะใช้คำว่า hen เช่นในกรณีที่มีหมอ ตำรวจ ช่างไฟฟ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><span style="color: #ff6600">แปลโดย Timo Ojanen จาก www.forsogi.org</span></div>
<div id="_mcePaste"><span style="color: #ff6600">โครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ</span></div>
<div id="_mcePaste">โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในกรุงสต็อกฮอล์ม สวีเดน หลีกเลี่ยงการเหมารวมเรื่องเพศภาวะ คุณครูในโรงเรียนจะไม่ใช้คำว่า “เด็กชาย” หรือ “เด็กหญิง” กับเด็ก แต่จะเรียกเด็กๆ ทุกคนว่า “เพื่อน”</div>
<div><span id="more-838"></span></div>
<div id="_mcePaste"><img class="aligncenter" src="http://www.choice2learn.net/images/News/290654-prachathai.jpg" alt="" width="466" height="310" /></div>
<div style="text-align: center">เด็กๆ เล่นกันในลานเด็กเล่นของโรงเรียนอนุบาล Egalia ที่เน้นความเป็นกลางในเรื่องเพศภาวะ</div>
<div id="_mcePaste">สต็อกฮอล์ม. โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในย่านเซอเดรมาล์ม กรุงสต็อกฮอล์ม ประเทศสวีเดน มีนโยบายหลีกเลี่ยงการเหมารวมเรื่องเพศภาวะให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณครูในโรงเรียนจะไม่ใช้คำว่า “เด็กชาย” หรือ “เด็กหญิง” กับเด็ก แต่จะเรียกเด็กๆ ทุกคนว่า “เพื่อน” ไม่ว่าเด็กจะเป็นเพศใดก็ตาม ส่วนสรรพนามของภาษาสวีเดนว่า “han” กับ “hon” ที่แปลว่า “เขา” และ “เธอ” ก็ถูกแทนด้วยคำที่เป็นกลางว่า “hen” ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีในภาษา</div>
<div id="_mcePaste">Lotta Rajalin ผอ. ของโรงเรียน อายุ 52 ปี กล่าวว่า “เราจะใช้คำว่า hen เช่นในกรณีที่มีหมอ ตำรวจ ช่างไฟฟ้า หรือช่างประปาจะมาที่โรงเรียน และเราไม่ทราบเพศของเขา เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสจินตนาการเอาเองว่าคนๆ นั้นอาจจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เด็กๆ จะได้มองโลกในแง่มุมที่กว้างขึ้น”</div>
<div id="_mcePaste">โรงเรียนแห่งนี้ชื่อ Egalia เปิดรับเด็กอายุ 1-6 ขวบตั้งแต่ปีที่แล้ว มุมเล่นตัวต่อเลโก้ใน Egalia ถูกจัดไว้ติดกับห้องครัว เพื่อไม่ให้เด็กคิดว่าการก่อสร้างกับการเตรียมอาหารมีความแตกต่างกันมากมาย</div>
<div id="_mcePaste">คุณครู Jenny Johnsson อายุ 31 ปี อธิบายว่า “สังคมคาดหวังให้เด็กผู้หญิงมีความอ่อนโยนน่ารัก และรักสวยรักงาม ส่วนเด็กชายถูกคาดหวังให้มีความเข้มแข็ง และชอบสังสรรค์ แต่ Egalia จะให้เด็กเป็นอย่างที่อยากเป็น”</div>
<div id="_mcePaste">ผอ. กล่าวเสริมว่าในโรงเรียนนี้จะเน้นความใจกว้างต่อชายรักชาย หญิงรักหญิง คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ โดยแม้แต่ในหนังสือต่างๆ ก็มีกล่าวถึงคู่ชีวิตเพศเดียวกันและผู้ปกครองที่เลี้ยงลูกคนเดียว ผอ. ยกตัวอย่างหนังสือเล่มหนึ่งที่เล่าเรื่องราวของยีราฟตัวผู้สองตัวที่เป็นคู่รักกัน แต่เศร้าเพราะไม่มีลูก จนไปพบไข่จระเข้ถูกทิ้งไว้ จึงรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม</div>
<div id="_mcePaste">ในการดูแลการเล่นของเด็ก คุณครูก็ใช้มุมมองที่เป็นกลางในแง่เพศภาวะ “เช่น ถ้าเด็กๆ เล่นพ่อแม่ลูก แล้วทะเลาะกันว่าใครจะได้เป็นแม่ เราอาจจะแนะนำว่าจะมีแม่สองคนก็ได้ หรือสามคนก็ได้” ผอ. อธิบาย</div>
<div id="_mcePaste">หนังสือพิมพ์ในสวีเดนรายงานเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อต้นปี จากนั้นสำนักข่าว AP จึงได้เข้าไปเยี่ยมชม และได้รายงานถึงโรงเรียนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่ขึ้นชื่อว่าเสรีนิยม ว่าเป็นตัวอย่างความสุดโต่งของชาวสวีเดนที่พยายามส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศตั้งแต่เด็ก</div>
<div id="_mcePaste">โรงเรียนแห่งนี้ตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง โดยผู้ปกครองบางส่วนมองว่าการละทิ้งบทบาทตายตัวทางเพศ อาจทำให้เด็กสับสนหรือไม่พร้อมที่จะออกไปสู่โลกภายนอก</div>
<div id="_mcePaste">นักจิตวิทยาเด็ก Jay Belsky จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่าไม่เคยได้ยินว่ามีโรงเรียนไหนที่เหมือนกับ Egalia และยังตั้งข้อกังขาว่า วิธีการส่งเสริมความเสมอภาคของ Egalia นั้นถูกต้องหรือไม่ “เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าสิ่งที่เด็กชายมักจะชอบ เช่นการใช้ไม้เล่นฟันดาบ จะถูกมองว่าไม่ดีไปหมด” Belsky กล่าว “หรืออย่างแย่ที่สุด การถือความเป็นกลางในเรื่องเพศภาวะอาจจะทำลายความเป็นผู้ชายไปเลย”</div>
<div id="_mcePaste">แต่ ผอ.บอกว่าโรงเรียน Egalia เป็นที่นิยมมาก โดยผู้ปกครองถึงกับต้องจองคิวเพื่อให้ลูกเข้าโรงเรียนนี้ และเคยมีผู้ปกครองเพียงรายเดียวที่เอาลูกออกจากโรงเรียน ผอ. ยังเสริมว่าทาง Egalia ไม่ได้ปฏิเสธความแตกต่างทางชีววิทยาระหว่างเพศ แต่มีจุดมุ่งหมายสอนให้เด็กเข้าใจว่า “ความแตกต่างทางชีววิทยาไม่ได้หมายความว่าเด็กหญิงและเด็กชายจะต้องมีทักษะและความสนใจแตกต่างกันเสมอไป”</div>
<div id="_mcePaste">ที่มา: หนังสือพิมพ์ Helsingin Sanomat ประเทศฟินแลนด์ ฉบับวันที่ 27 มิ.ย. 2554 <a href="http://www.prachatai.com/journal/2011/06/35740"> www.prachathai.com</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/29/kindergarten/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประชานิยม&#8230;การศึกษา กันบ้างน่าจะดี</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Jun 2011 08:02:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=831</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/280654-dailynews.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาของโหมดการเลือกตั้งซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันประชาชนจะได้ใช้สิทธิตามกฎหมายที่ให้ไว้เพื่อเลือกคนที่คิดว่าดีที่สุดหรือหากหาคนดีไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องเลือกคนที่เลวน้อยสุดเข้าไปทำหน้าที่แทนทั้งด้านนิติบัญญัติและด้านบริหารเพื่อนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้ประเทศชาติและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างถ้วนหน้า

แม้ว่าผลลัพธ์ที่ว่านี้จะเป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ด้วยการปกครองระบอบดังกล่าวนี้ที่คิดกันแบบไทย ๆ ประชาชนจะมีอำนาจสูงสุดก็ตอนเลือกตั้งนี้แหละ หากไม่ไปใช้สิทธิหรือใช้สิทธิโดยไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็จะย้อนกลับมาหาประชาชนและประเทศชาติเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงไปโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเราเอง ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกคน เลือกพรรคการเมืองใดก็ตามขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านทั้งคุณภาพตัวบุคคลและคุณภาพนโยบายของพรรค โดยเฉพาะด้านนโยบายต้องดูว่าจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้หรือไม่ หรือเมื่อทำไปแล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประชาชนส่วนรวมและประเทศชาติได้จริงหรือไม่
ที่พูดเช่นนี้ก็คงเสนอความเห็นไปตามหลักการแต่ด้วยข้อเท็จจริงแล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าประชาชนไม่มีทางเลือกมากนักด้วยตัวบุคคลที่มาให้เลือกส่วนใหญ่ก็ยังเป็นหน้าเดิมหรือตระกูลเดิม ๆ อยู่ พอหันมาดูนโยบายส่วนใหญ่ก็จะแข่งขันทำประชานิยม ลด แลก แจก แถม เป็นหลักกันอยู่ ซึ่งส่วนนี้แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นการสร้างวิมานในอวกาศที่แต่ละพรรคการเมืองมอบให้ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ยังพลอยหลงเคลิบเคลิ้มเหมือนจะได้ขึ้นสวรรค์ไปจริง ๆ จนกว่าจะถึงเวลาปฏิบัติก็คงได้รู้กันว่าคนไทยจะอยู่ในภพใดระหว่างนรกกับสวรรค์
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนโยบาย “ประชานิยม” สามารถปั่นกระแสทำให้ประชาชน เห็นดีเห็นงามไปด้วยก็อยากจะยุให้พรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลทำประชานิยมให้ลงมาถึงงานด้านการศึกษาด้วย เพราะงานส่วนนี้แม้จะต้องลงทุนไปมากก็ไม่น่าเสียดาย เพราะอย่างน้อยประโยชน์ก็ยังจะตกอยู่ที่บุคลากรและประเทศชาติแบบยั่งยืนกว่าประชานิยมด้านอื่น ๆ ซึ่งงานการศึกษาที่ว่านี้ตอนหาเสียงทุกพรรคการเมืองต่างก็ยกให้เป็นประเด็นหลัก แต่พอไปดูเนื้อหาในนโยบายส่วนใหญ่ก็ยังนำแค่หลักการที่ว่าอยากเห็นคนไทย เก่ง ดี มีสุข แต่วิธีการที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จยังมองไม่เห็นเป็นรูปธรรม
เมื่อนโยบายการศึกษาเป็นแค่หลักการอยู่เช่นนี้หากได้รัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องการศึกษาดีพอ แต่อยากมีผลงานอย่างรวดเร็วก็มักจะมากำหนดนโยบายใหม่ ๆ รายวัน เกิดงานอื่น ๆ ให้ครูทำจนไม่มีเวลาสอน ผลที่ตามมาก็คือคุณภาพเด็กตกต่ำถดถอยลง แต่งานโครงการของรัฐมนตรีมีมาก เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้พรรคการเมืองได้หันมาสนใจทำประชานิยมกับการศึกษาในส่วนที่ยังต้องได้รับการดูแลแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านโอกาสได้รับการศึกษาจนจบหลักสูตรอย่างทั่วถึง อยากให้จัดการศึกษาฟรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกด้านจริง ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/280654-dailynews.jpg" alt="" width="300" height="225" />ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาของโหมดการเลือกตั้งซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันประชาชนจะได้ใช้สิทธิตามกฎหมายที่ให้ไว้เพื่อเลือกคนที่คิดว่าดีที่สุดหรือหากหาคนดีไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องเลือกคนที่เลวน้อยสุดเข้าไปทำหน้าที่แทนทั้งด้านนิติบัญญัติและด้านบริหารเพื่อนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้ประเทศชาติและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างถ้วนหน้า</div>
<div><span id="more-831"></span></div>
<div id="_mcePaste">แม้ว่าผลลัพธ์ที่ว่านี้จะเป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ด้วยการปกครองระบอบดังกล่าวนี้ที่คิดกันแบบไทย ๆ ประชาชนจะมีอำนาจสูงสุดก็ตอนเลือกตั้งนี้แหละ หากไม่ไปใช้สิทธิหรือใช้สิทธิโดยไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็จะย้อนกลับมาหาประชาชนและประเทศชาติเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงไปโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเราเอง ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกคน เลือกพรรคการเมืองใดก็ตามขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านทั้งคุณภาพตัวบุคคลและคุณภาพนโยบายของพรรค โดยเฉพาะด้านนโยบายต้องดูว่าจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้หรือไม่ หรือเมื่อทำไปแล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประชาชนส่วนรวมและประเทศชาติได้จริงหรือไม่</div>
<div id="_mcePaste">ที่พูดเช่นนี้ก็คงเสนอความเห็นไปตามหลักการแต่ด้วยข้อเท็จจริงแล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าประชาชนไม่มีทางเลือกมากนักด้วยตัวบุคคลที่มาให้เลือกส่วนใหญ่ก็ยังเป็นหน้าเดิมหรือตระกูลเดิม ๆ อยู่ พอหันมาดูนโยบายส่วนใหญ่ก็จะแข่งขันทำประชานิยม ลด แลก แจก แถม เป็นหลักกันอยู่ ซึ่งส่วนนี้แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นการสร้างวิมานในอวกาศที่แต่ละพรรคการเมืองมอบให้ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ยังพลอยหลงเคลิบเคลิ้มเหมือนจะได้ขึ้นสวรรค์ไปจริง ๆ จนกว่าจะถึงเวลาปฏิบัติก็คงได้รู้กันว่าคนไทยจะอยู่ในภพใดระหว่างนรกกับสวรรค์</div>
<div id="_mcePaste">แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนโยบาย “ประชานิยม” สามารถปั่นกระแสทำให้ประชาชน เห็นดีเห็นงามไปด้วยก็อยากจะยุให้พรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลทำประชานิยมให้ลงมาถึงงานด้านการศึกษาด้วย เพราะงานส่วนนี้แม้จะต้องลงทุนไปมากก็ไม่น่าเสียดาย เพราะอย่างน้อยประโยชน์ก็ยังจะตกอยู่ที่บุคลากรและประเทศชาติแบบยั่งยืนกว่าประชานิยมด้านอื่น ๆ ซึ่งงานการศึกษาที่ว่านี้ตอนหาเสียงทุกพรรคการเมืองต่างก็ยกให้เป็นประเด็นหลัก แต่พอไปดูเนื้อหาในนโยบายส่วนใหญ่ก็ยังนำแค่หลักการที่ว่าอยากเห็นคนไทย เก่ง ดี มีสุข แต่วิธีการที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จยังมองไม่เห็นเป็นรูปธรรม</div>
<div id="_mcePaste">เมื่อนโยบายการศึกษาเป็นแค่หลักการอยู่เช่นนี้หากได้รัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องการศึกษาดีพอ แต่อยากมีผลงานอย่างรวดเร็วก็มักจะมากำหนดนโยบายใหม่ ๆ รายวัน เกิดงานอื่น ๆ ให้ครูทำจนไม่มีเวลาสอน ผลที่ตามมาก็คือคุณภาพเด็กตกต่ำถดถอยลง แต่งานโครงการของรัฐมนตรีมีมาก เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้พรรคการเมืองได้หันมาสนใจทำประชานิยมกับการศึกษาในส่วนที่ยังต้องได้รับการดูแลแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านโอกาสได้รับการศึกษาจนจบหลักสูตรอย่างทั่วถึง อยากให้จัดการศึกษาฟรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกด้านจริง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเบี้ยบ้ายรายทางอย่างที่ปัจจุบันยังมีให้เห็นอยู่แม้จะเป็นแค่โรงเรียนบางแห่งก็ตาม</div>
<div id="_mcePaste">ซึ่งส่วนนี้หากเห็นว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมากก็อาจเริ่มต้นกับระดับปฐมวัยและประถมศึกษาก่อนส่วนระดับมัธยมศึกษาจะใช้วิธีจ่ายคูปองสำหรับเด็กที่ยากจนก่อนก็ได้ นอกจากนั้นก็ควรจัดงบประมาณเป็นค่าพาหนะให้กับเด็กในการมาเรียนทั้งไปและกลับตามความเป็นจริง การจัดทุนการศึกษาให้กับเด็กยากจนในจำนวนที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในทุกด้านและให้ทุนอย่างทั่วถึงต่อเนื่องจนเรียนจบหลักสูตรหากทำได้เช่นนี้ก็จะช่วยทำให้เด็กมีโอกาสได้เรียนอย่างต่อเนื่องจนจบหลักสูตรไม่ตกหล่น หรือออกกลางคันอย่างเช่นปัจจุบันนี้เป็นแน่</div>
<div id="_mcePaste">ด้านการพัฒนาสุขภาพพลานามัยและจิตใจของเด็กก็อยากให้จัดหาอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงประถมศึกษารับประทานฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างเพียงพอทุกวัน ซึ่งวิธีการเช่นนี้แม้ปัจจุบันจะดำเนินการอยู่ แต่ด้วยงบประมาณค่ารายหัวรายละ 10 บาทเศษ ๆ กับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน หากต้องซื้ออาหารจากบุคคลภายนอกแทบจะได้แค่ข้าวเปล่ากับไข่ต้มไม่ถึงฟองจึงอยากให้เพิ่มงบประมาณรายหัวด้านอาหารกลางวันเพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดทำหรือจัดซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาให้เด็กได้รับประทานทุกวันได้ รวมถึงการจัดงบประมาณเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อนำไปจัดกิจกรรมเกษตรสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ด้วยโรงเรียนที่มีเด็กจำนวนน้อยหากรอรับเพียงเงินค่ารายหัวเพียงอย่างเดียวแต่ละวันก็จะมีงบประมาณที่ไม่เพียงพอกับการผลิตหรือซื้ออาหารที่มีคุณค่าให้กับเด็ก</div>
<div id="_mcePaste">หรือหากจะให้ดีกว่านี้ก็ควรจัดงบประมาณจัดหาอาหารเช้าให้เด็กเพิ่มขึ้นอีกมื้อหนึ่งด้วย เพราะเด็กยากจนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าหรือรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าต่อร่างกาย ส่วนนี้แม้แต่เด็กที่มาจากครอบครัวมีฐานะก็อาจไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าหรือรับประทานมาน้อย ทั้งนี้ก็ด้วยสุขนิสัยของเด็กส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบรับประทานอาหารในช่วงที่ยังเช้าอยู่นั่นเอง แต่พอสายหน่อยก็จะเริ่มหิว หากต้องรอถึงมื้อกลางวันเด็กต้องทนหิวโหยเป็นเวลานาน ซึ่งผลที่ตามมาคือจิตใจกับการเรียนรู้ก็จะหมดไปด้วย หากสามารถจัดหาอาหารว่างหรืออาหารเช้าเพิ่มได้จะช่วยให้การพัฒนาด้านสุขภาพและจิตใจของเด็กเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น</div>
<div id="_mcePaste">ประชานิยมด้านครูที่อยากให้ทำอย่างเร่งด่วนเลยก็คือ เพิ่มจำนวนครูให้เพียงพอกับการสอนครบชั้นสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและครบทุกกลุ่มสาระวิชาสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ส่วนวิธีการได้มาของครูก็น่าจะจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่เรียนดีมีใจรักในความเป็นครูได้มาเป็นครู โดยอาจไม่ต้องไปคิดจัดเป็นหลักสูตรผลิตครูพันธุ์ใหม่ให้ยุ่งยากเพราะโครงการเก่า ๆ ที่เคยทำมาก็มีคุณภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการคุรุทายาท เพชรในตม สสวค. หรือแม้แต่นักศึกษาทุนภาษาต่างประเทศ เพียงแต่ว่าเมื่อผลิตออกมาแล้วต้องมีอัตราให้บรรจุเป็นครูเท่านั้นเอง หากทำได้เช่นนี้ก็เชื่อว่าเราจะได้ครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น</div>
<div id="_mcePaste">ส่วนกรณีครูที่มีอยู่แล้วก็ควรหาวิธีเติมเชื้อไฟให้มีพลังใจในการปฏิบัติงานอาจจะใช้วิธีการให้โบนัสแลกเป้าคุณภาพนักเรียน แต่โบนัสที่ว่านี้จะต้องให้อย่างสมน้ำสมเนื้อไม่ใช่ทำงานทั้งปีครูได้รับโบนัสไม่ถึง 1,000 บาท อย่างนี้รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น หรือไม่ก็จัดสรรงบประมาณให้กับครูเป็นค่าล่วงเวลาในการสอนพิเศษเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะด้านให้กับนักเรียน การเพิ่มค่าครองชีพให้กับครูที่อยู่ในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัยหรืออยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ครูขาดแคลนที่ต้องทำงานมากกว่าครูปกติทั่วไป การเพิ่มเจ้าหน้าที่ธุรการมาทำงานอื่น ๆ เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างแท้จริง เป็นต้น</div>
<div id="_mcePaste">ด้านโรงเรียนก็ขอให้จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนที่ขาดความพร้อมในจำนวนที่เพียงพอต่อการพัฒนา แม้ว่าส่วนนี้จะได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่จำนวนงบประมาณที่จัดสรรให้โรงเรียนขนาดเล็กยังไม่เพียงพออยู่ดี ส่วนต่อมาก็อยากให้จัดตั้งโรงเรียนส่งเสริมศักยภาพของเด็กเฉพาะทางให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงด้วย เพราะคุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่จะทำให้เขาสามารถดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีความสุขและเกิดคุณค่าทั้งต่อตนเองและส่วนรวม คุณภาพของเด็กจึงไม่ได้อยู่แค่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างเดียวแต่ต้องรวมถึงทักษะความสามารถด้านอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ซึ่งศักยภาพในทักษะด้านต่าง  ๆ ของเด็กไทยดูแล้วก็ไม่น่าจะแพ้ชาติใดในโลกเพียงแต่ว่าคนส่วนใหญ่ไปมุ่งอยู่กับวิชาการจนขาดการใส่ใจในทักษะที่จำเป็นต่อวิถีดำเนินชีวิตไป ซึ่งในส่วนของโรงเรียนเฉพาะทางที่ว่านี้จะรวมถึงเด็กที่มีความบกพร่องหรือเด็กพิเศษประเภทต่าง ๆ ด้วย ซึ่งน่าจะให้มีเกิดขึ้นทุกจังหวัดหรืออำเภอเป็นอย่างน้อย พร้อมทั้งน่าจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาเด็กสู่ความเป็นเลิศในแต่ละด้านให้เกิดความต่อเนื่องด้วย</div>
<div id="_mcePaste">ประชานิยมที่นำมาเสนอเป็นตัวอย่างในครั้งนี้ดูเหมือนจะเน้นแต่เรื่องกายภาพไปทั้งหมด ทั้งนี้ก็ด้วยเห็นว่าหากรัฐบาลสามารถช่วยเหลือในปัจจัยในกายภาพที่ว่านี้ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอแล้วก็เชื่อว่าศักยภาพของข้าราชการประจำและคุณครูทั้งหลายน่าจะสามารถช่วยกันพัฒนาเด็กไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ ยิ่งให้ข้าราชการประจำและครูที่อยู่ในพื้นที่มีอิสระในการคิดแก้ปัญหาและพัฒนาด้วยตนเองแล้วก็น่าจะทำให้การปฏิบัติงานตรงจุด คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดีกว่าจะมาคิดดำเนินการตามนโยบายรายวันแถมปัจจัยก็มีให้ไม่เพียงพอ เวลาก็จะหมดไปกับงานอื่น ๆ จนเวลาสอนเด็กไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย</div>
<div id="_mcePaste">ปัจจัยที่ว่านี้ขอเพียงอย่างเดียวทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าใช้งบประมาณมาเป็นข้ออ้างว่าทำไม่ได้เพราะต้องใช้เงินมากเกินไปอะไรทำนองนั้น เพราะหากคิดอย่างนั้นก็อยากถามกลับไปว่าเวลาทำประชานิยมแบบ ลด แลก แจก แถมกับงานที่ไม่คงทนถาวรโดยใช้เงินหลายล้านล้านบาทยังคิดทำกันได้ แล้วทำไมงานที่จะสร้างอนาคตของชาติอย่างยั่งยืนถึงจะทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะให้เชื่อนักการเมืองว่ามุ่งผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริงได้อย่างไร.</div>
<div id="_mcePaste">กลิ่น สระทองเนียม</div>
<p>ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาของโหมดการเลือกตั้งซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันประชาชนจะได้ใช้สิทธิตามกฎหมายที่ให้ไว้เพื่อเลือกคนที่คิดว่าดีที่สุดหรือหากหาคนดีไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องเลือกคนที่เลวน้อยสุดเข้าไปทำหน้าที่แทนทั้งด้านนิติบัญญัติและด้านบริหารเพื่อนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้ประเทศชาติและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างถ้วนหน้า    แม้ว่าผลลัพธ์ที่ว่านี้จะเป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ด้วยการปกครองระบอบดังกล่าวนี้ที่คิดกันแบบไทย ๆ ประชาชนจะมีอำนาจสูงสุดก็ตอนเลือกตั้งนี้แหละ หากไม่ไปใช้สิทธิหรือใช้สิทธิโดยไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็จะย้อนกลับมาหาประชาชนและประเทศชาติเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงไปโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเราเอง ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกคน เลือกพรรคการเมืองใดก็ตามขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านทั้งคุณภาพตัวบุคคลและคุณภาพนโยบายของพรรค โดยเฉพาะด้านนโยบายต้องดูว่าจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้หรือไม่ หรือเมื่อทำไปแล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประชาชนส่วนรวมและประเทศชาติได้จริงหรือไม่    ที่พูดเช่นนี้ก็คงเสนอความเห็นไปตามหลักการแต่ด้วยข้อเท็จจริงแล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าประชาชนไม่มีทางเลือกมากนักด้วยตัวบุคคลที่มาให้เลือกส่วนใหญ่ก็ยังเป็นหน้าเดิมหรือตระกูลเดิม ๆ อยู่ พอหันมาดูนโยบายส่วนใหญ่ก็จะแข่งขันทำประชานิยม ลด แลก แจก แถม เป็นหลักกันอยู่ ซึ่งส่วนนี้แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นการสร้างวิมานในอวกาศที่แต่ละพรรคการเมืองมอบให้ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็ยังพลอยหลงเคลิบเคลิ้มเหมือนจะได้ขึ้นสวรรค์ไปจริง ๆ จนกว่าจะถึงเวลาปฏิบัติก็คงได้รู้กันว่าคนไทยจะอยู่ในภพใดระหว่างนรกกับสวรรค์    แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนโยบาย “ประชานิยม” สามารถปั่นกระแสทำให้ประชาชน เห็นดีเห็นงามไปด้วยก็อยากจะยุให้พรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลทำประชานิยมให้ลงมาถึงงานด้านการศึกษาด้วย เพราะงานส่วนนี้แม้จะต้องลงทุนไปมากก็ไม่น่าเสียดาย เพราะอย่างน้อยประโยชน์ก็ยังจะตกอยู่ที่บุคลากรและประเทศชาติแบบยั่งยืนกว่าประชานิยมด้านอื่น ๆ ซึ่งงานการศึกษาที่ว่านี้ตอนหาเสียงทุกพรรคการเมืองต่างก็ยกให้เป็นประเด็นหลัก แต่พอไปดูเนื้อหาในนโยบายส่วนใหญ่ก็ยังนำแค่หลักการที่ว่าอยากเห็นคนไทย เก่ง ดี มีสุข แต่วิธีการที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จยังมองไม่เห็นเป็นรูปธรรม     เมื่อนโยบายการศึกษาเป็นแค่หลักการอยู่เช่นนี้หากได้รัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องการศึกษาดีพอ แต่อยากมีผลงานอย่างรวดเร็วก็มักจะมากำหนดนโยบายใหม่ ๆ รายวัน เกิดงานอื่น ๆ ให้ครูทำจนไม่มีเวลาสอน ผลที่ตามมาก็คือคุณภาพเด็กตกต่ำถดถอยลง แต่งานโครงการของรัฐมนตรีมีมาก เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้พรรคการเมืองได้หันมาสนใจทำประชานิยมกับการศึกษาในส่วนที่ยังต้องได้รับการดูแลแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านโอกาสได้รับการศึกษาจนจบหลักสูตรอย่างทั่วถึง อยากให้จัดการศึกษาฟรีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกด้านจริง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเบี้ยบ้ายรายทางอย่างที่ปัจจุบันยังมีให้เห็นอยู่แม้จะเป็นแค่โรงเรียนบางแห่งก็ตาม     ซึ่งส่วนนี้หากเห็นว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมากก็อาจเริ่มต้นกับระดับปฐมวัยและประถมศึกษาก่อนส่วนระดับมัธยมศึกษาจะใช้วิธีจ่ายคูปองสำหรับเด็กที่ยากจนก่อนก็ได้ นอกจากนั้นก็ควรจัดงบประมาณเป็นค่าพาหนะให้กับเด็กในการมาเรียนทั้งไปและกลับตามความเป็นจริง การจัดทุนการศึกษาให้กับเด็กยากจนในจำนวนที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในทุกด้านและให้ทุนอย่างทั่วถึงต่อเนื่องจนเรียนจบหลักสูตรหากทำได้เช่นนี้ก็จะช่วยทำให้เด็กมีโอกาสได้เรียนอย่างต่อเนื่องจนจบหลักสูตรไม่ตกหล่น หรือออกกลางคันอย่างเช่นปัจจุบันนี้เป็นแน่    ด้านการพัฒนาสุขภาพพลานามัยและจิตใจของเด็กก็อยากให้จัดหาอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงประถมศึกษารับประทานฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างเพียงพอทุกวัน ซึ่งวิธีการเช่นนี้แม้ปัจจุบันจะดำเนินการอยู่ แต่ด้วยงบประมาณค่ารายหัวรายละ 10 บาทเศษ ๆ กับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน หากต้องซื้ออาหารจากบุคคลภายนอกแทบจะได้แค่ข้าวเปล่ากับไข่ต้มไม่ถึงฟองจึงอยากให้เพิ่มงบประมาณรายหัวด้านอาหารกลางวันเพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดทำหรือจัดซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาให้เด็กได้รับประทานทุกวันได้ รวมถึงการจัดงบประมาณเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อนำไปจัดกิจกรรมเกษตรสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ด้วยโรงเรียนที่มีเด็กจำนวนน้อยหากรอรับเพียงเงินค่ารายหัวเพียงอย่างเดียวแต่ละวันก็จะมีงบประมาณที่ไม่เพียงพอกับการผลิตหรือซื้ออาหารที่มีคุณค่าให้กับเด็ก    หรือหากจะให้ดีกว่านี้ก็ควรจัดงบประมาณจัดหาอาหารเช้าให้เด็กเพิ่มขึ้นอีกมื้อหนึ่งด้วย เพราะเด็กยากจนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าหรือรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าต่อร่างกาย ส่วนนี้แม้แต่เด็กที่มาจากครอบครัวมีฐานะก็อาจไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าหรือรับประทานมาน้อย ทั้งนี้ก็ด้วยสุขนิสัยของเด็กส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบรับประทานอาหารในช่วงที่ยังเช้าอยู่นั่นเอง แต่พอสายหน่อยก็จะเริ่มหิว หากต้องรอถึงมื้อกลางวันเด็กต้องทนหิวโหยเป็นเวลานาน ซึ่งผลที่ตามมาคือจิตใจกับการเรียนรู้ก็จะหมดไปด้วย หากสามารถจัดหาอาหารว่างหรืออาหารเช้าเพิ่มได้จะช่วยให้การพัฒนาด้านสุขภาพและจิตใจของเด็กเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น      ประชานิยมด้านครูที่อยากให้ทำอย่างเร่งด่วนเลยก็คือ เพิ่มจำนวนครูให้เพียงพอกับการสอนครบชั้นสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและครบทุกกลุ่มสาระวิชาสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ส่วนวิธีการได้มาของครูก็น่าจะจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่เรียนดีมีใจรักในความเป็นครูได้มาเป็นครู โดยอาจไม่ต้องไปคิดจัดเป็นหลักสูตรผลิตครูพันธุ์ใหม่ให้ยุ่งยากเพราะโครงการเก่า ๆ ที่เคยทำมาก็มีคุณภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการคุรุทายาท เพชรในตม สสวค. หรือแม้แต่นักศึกษาทุนภาษาต่างประเทศ เพียงแต่ว่าเมื่อผลิตออกมาแล้วต้องมีอัตราให้บรรจุเป็นครูเท่านั้นเอง หากทำได้เช่นนี้ก็เชื่อว่าเราจะได้ครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น     ส่วนกรณีครูที่มีอยู่แล้วก็ควรหาวิธีเติมเชื้อไฟให้มีพลังใจในการปฏิบัติงานอาจจะใช้วิธีการให้โบนัสแลกเป้าคุณภาพนักเรียน แต่โบนัสที่ว่านี้จะต้องให้อย่างสมน้ำสมเนื้อไม่ใช่ทำงานทั้งปีครูได้รับโบนัสไม่ถึง 1,000 บาท อย่างนี้รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น หรือไม่ก็จัดสรรงบประมาณให้กับครูเป็นค่าล่วงเวลาในการสอนพิเศษเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะด้านให้กับนักเรียน การเพิ่มค่าครองชีพให้กับครูที่อยู่ในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัยหรืออยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ครูขาดแคลนที่ต้องทำงานมากกว่าครูปกติทั่วไป การเพิ่มเจ้าหน้าที่ธุรการมาทำงานอื่น ๆ เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างแท้จริง เป็นต้น     ด้านโรงเรียนก็ขอให้จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนที่ขาดความพร้อมในจำนวนที่เพียงพอต่อการพัฒนา แม้ว่าส่วนนี้จะได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่จำนวนงบประมาณที่จัดสรรให้โรงเรียนขนาดเล็กยังไม่เพียงพออยู่ดี ส่วนต่อมาก็อยากให้จัดตั้งโรงเรียนส่งเสริมศักยภาพของเด็กเฉพาะทางให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงด้วย เพราะคุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่จะทำให้เขาสามารถดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีความสุขและเกิดคุณค่าทั้งต่อตนเองและส่วนรวม คุณภาพของเด็กจึงไม่ได้อยู่แค่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างเดียวแต่ต้องรวมถึงทักษะความสามารถด้านอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ซึ่งศักยภาพในทักษะด้านต่าง  ๆ ของเด็กไทยดูแล้วก็ไม่น่าจะแพ้ชาติใดในโลกเพียงแต่ว่าคนส่วนใหญ่ไปมุ่งอยู่กับวิชาการจนขาดการใส่ใจในทักษะที่จำเป็นต่อวิถีดำเนินชีวิตไป ซึ่งในส่วนของโรงเรียนเฉพาะทางที่ว่านี้จะรวมถึงเด็กที่มีความบกพร่องหรือเด็กพิเศษประเภทต่าง ๆ ด้วย ซึ่งน่าจะให้มีเกิดขึ้นทุกจังหวัดหรืออำเภอเป็นอย่างน้อย พร้อมทั้งน่าจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาเด็กสู่ความเป็นเลิศในแต่ละด้านให้เกิดความต่อเนื่องด้วย     ประชานิยมที่นำมาเสนอเป็นตัวอย่างในครั้งนี้ดูเหมือนจะเน้นแต่เรื่องกายภาพไปทั้งหมด ทั้งนี้ก็ด้วยเห็นว่าหากรัฐบาลสามารถช่วยเหลือในปัจจัยในกายภาพที่ว่านี้ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอแล้วก็เชื่อว่าศักยภาพของข้าราชการประจำและคุณครูทั้งหลายน่าจะสามารถช่วยกันพัฒนาเด็กไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ ยิ่งให้ข้าราชการประจำและครูที่อยู่ในพื้นที่มีอิสระในการคิดแก้ปัญหาและพัฒนาด้วยตนเองแล้วก็น่าจะทำให้การปฏิบัติงานตรงจุด คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดีกว่าจะมาคิดดำเนินการตามนโยบายรายวันแถมปัจจัยก็มีให้ไม่เพียงพอ เวลาก็จะหมดไปกับงานอื่น ๆ จนเวลาสอนเด็กไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย     ปัจจัยที่ว่านี้ขอเพียงอย่างเดียวทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าใช้งบประมาณมาเป็นข้ออ้างว่าทำไม่ได้เพราะต้องใช้เงินมากเกินไปอะไรทำนองนั้น เพราะหากคิดอย่างนั้นก็อยากถามกลับไปว่าเวลาทำประชานิยมแบบ ลด แลก แจก แถมกับงานที่ไม่คงทนถาวรโดยใช้เงินหลายล้านล้านบาทยังคิดทำกันได้ แล้วทำไมงานที่จะสร้างอนาคตของชาติอย่างยั่งยืนถึงจะทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะให้เชื่อนักการเมืองว่ามุ่งผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริงได้อย่างไร.</p>
<p>กลิ่น สระทองเนียม</p>
<p>ที่มาภาพและข่าว: <a href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryID=42&amp;contentID=147636">หนังสือพิมพ์เดลินิวส์</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รร.เล็ก 82 แห่ง ยังขาดตำราเรียน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-82-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-82-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Jun 2011 05:04:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=825</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-82-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สพฐ.ปลดล็อกเกณฑ์ระดมทรัพยากร
 วันที่ 27 มิ.ย.54 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามการรายงานข้อมูลการได้รับหนังสือเรียนของโรงเรียนทั่วประเทศระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย.54 ที่ผ่านมา ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผลปรากฏว่า ขณะนี้ยังมีโรงเรียน 82 แห่งใน 13 เขตพื้นที่ฯ ที่ยังไม่ได้รับหนังสือเรียนครบถ้วน แบ่งเป็น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 9 แห่ง และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา (สพม.) 4 แห่ง ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา สพฐ.ได้จัดส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้กับองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แล้ว เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการจัดส่งหนังสือเรียนต่อไป ทั้งนี้ ผอ.องค์การค้าฯ ได้ให้สัญญาว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.54
&#8220;สพฐ.ได้แจ้งรายชื่อโรงเรียน ที่ยังไม่ได้รับหนังสือให้กับทางองค์การค้าฯ เพื่อประสานงานเป็นรายโรงเรียนแล้ว โดยให้ดูว่าในพื้นที่ใดจะสามารถติดต่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายได้ใกล้ที่สุด แต่สุดท้ายหากไม่มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียง ทางองค์การค้าฯ จะต้องแก้ไขปัญหาโดยจัดส่งหนังสือเรียนลงไปที่โรงเรียนเลย&#8221;
นายชินภัทร กล่าวและว่า โรงเรียน 82 แห่งที่ยังไม่ได้รับหนังสือเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยหนังสือที่ยังได้รับไม่ครบถ้วน ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สพฐ.ปลดล็อกเกณฑ์ระดมทรัพยากร</p>
<p><strong> วันที่ 27 มิ.ย.54 นายชินภัทร ภูมิรัตน</strong> เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามการรายงานข้อมูลการได้รับหนังสือเรียนของโรงเรียนทั่วประเทศระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย.54 ที่ผ่านมา ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผลปรากฏว่า ขณะนี้ยังมีโรงเรียน 82 แห่งใน 13 เขตพื้นที่ฯ ที่ยังไม่ได้รับหนังสือเรียนครบถ้วน<span id="more-825"></span> แบ่งเป็น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 9 แห่ง และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา (สพม.) 4 แห่ง ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา สพฐ.ได้จัดส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้กับองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แล้ว เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการจัดส่งหนังสือเรียนต่อไป ทั้งนี้<strong> ผอ.องค์การค้าฯ ได้ให้สัญญาว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.54</strong></p>
<p>&#8220;สพฐ.ได้แจ้งรายชื่อโรงเรียน ที่ยังไม่ได้รับหนังสือให้กับทางองค์การค้าฯ เพื่อประสานงานเป็นรายโรงเรียนแล้ว โดยให้ดูว่าในพื้นที่ใดจะสามารถติดต่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายได้ใกล้ที่สุด แต่สุดท้ายหากไม่มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียง ทางองค์การค้าฯ จะต้องแก้ไขปัญหาโดยจัดส่งหนังสือเรียนลงไปที่โรงเรียนเลย&#8221;</p>
<p>นายชินภัทร กล่าวและว่า <strong>โรงเรียน 82 แห่งที่ยังไม่ได้รับหนังสือเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยหนังสือที่ยังได้รับไม่ครบถ้วน ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องยอมรับว่าการที่เด็กยังไม่ได้รับหนังสือเรียนนั้น ส่งผลกระทบต่อการเรียนการเรียนการสอน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปช่วงระยะหนึ่งก่อน ส่วนองค์การค้าฯก็จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ โดยเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว</strong></p>
<p>ทั้งนี้ นายชินภัทร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการนำคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (<strong>O-NET</strong>) เพื่อเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ว่า ได้มอบ<em><span style="color: #800000">ให้สำนักงานนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปประชุมระดมความคิดเห็น รวมทั้งประเด็นการระดมทรัพยากรของโรงเรียนสังกัด สพฐ.ในช่วงการรับนักเรียน เนื่องจากการรับนักเรียนในปีนี้ การระดมทรัพยากรของสถานศึกษามียอดการบริจาคที่ลดลง จึงมีผลต่อการที่โรงเรียนจะนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม การระดมทรัพยากรยังต้องทำหลังช่วงการรับนักเรียนและไม่เป็นเงื่อนไขในการเข้าเรียน</span></em></p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.siamrath.co.th/web/?q=node/72807">หนังสือพิมพ์สยามรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/28/%e0%b8%a3%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-82-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่าฆ่าชนบท</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/24/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/24/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2011 04:58:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[คัดค้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุบ]]></category>
		<category><![CDATA[เล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=822</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/24/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%97/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/Thairath-230654.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>หลังจากการจัดงาน ทำให้หลายๆฝ่ายมีความตื่นตัว และแสดงบทบาทของตนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทางภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสื่อต่างๆด้วย
ล่าสุด นายคุณนิติ นวรัตน์  (บุตรชายนายนิติภูมิ นวรัตน์) ได้นำเสนอแนวคิดของการรักษาโรงเรียนขนาดเล็กและชุมชนไว้
อย่างน่าสนใจทีเดียว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากการจัดงาน ทำให้หลายๆฝ่ายมีความตื่นตัว และแสดงบทบาทของตนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทางภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสื่อต่างๆด้วย</p>
<p>ล่าสุด นายคุณนิติ นวรัตน์  (บุตรชายนายนิติภูมิ นวรัตน์) ได้นำเสนอแนวคิดของการรักษาโรงเรียนขนาดเล็กและชุมชนไว้</p>
<p>อย่างน่าสนใจทีเดียว<span id="more-822"></span></p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Thairath-230654.jpg" alt="" width="444" height="1447" /></p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.thairath.co.th/column/oversea/worldsky/180879">หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/24/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2พรรคใหญ่ดีเบตนโยบายการศึกษา&#8221;กษมา&#8221;วิพากษ์รมว.ศธ.ต้องรู้จริง-ทำได้จริง</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/2partydebate/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/2partydebate/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Jun 2011 05:00:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=819</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/2partydebate/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#8220;คุณหญิงกษมา&#8221; แนะพรรคการเมืองสานต่อนโยบายที่ดี ทำได้จริงไม่ใช่หวือหวา ติงรัฐมนตรีศึกษาต้องรู้จริง ไม่ใช่มาฝึกงาน หลายเดือน ยังทำงานไม่ได้ แนะไม่ควรเปลี่ยนบ่อย จะทำให้การศึกษาไม่ต่อเนื่อง ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลา ขณะที่ปชป.ขายเรียนฟรี 15 ปี ปล่อยกู้กยศ.เพิ่มอีก 2.5 แสนราย ส่วนพท.ชูพักชำระหนี้ครูที่ไม่เกิน 5 แสนบาทใน 3 ปี และนโยบายรถคันแรกของครูโดยคืนภาษีสรรพสามิตให้ลดราคารถรุ่นประหยัด

วันที่ 21 มิถุนายน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมสื่อมวลชนสายการศึกษา และกลุ่ม For Thailand จัดราชดำเนินเสวนา &#8220;ถกนโยบายการศึกษารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง” ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน โดยมี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบาย
โดย นายชินวรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่งบประมาณด้านการศึกษาไม่ได้ลดน้อยลงไป และภายหลังการเลือกตั้งไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นพรรคไหนก็ตาม แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้วางกรอบชัดเจนในการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ไว้แล้ว มีการจัดตั้งกลุ่มศึกษายุทธศาสตร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste">&#8220;คุณหญิงกษมา&#8221; แนะพรรคการเมืองสานต่อนโยบายที่ดี ทำได้จริงไม่ใช่หวือหวา ติงรัฐมนตรีศึกษาต้องรู้จริง ไม่ใช่มาฝึกงาน หลายเดือน ยังทำงานไม่ได้ แนะไม่ควรเปลี่ยนบ่อย จะทำให้การศึกษาไม่ต่อเนื่อง ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลา ขณะที่ปชป.ขายเรียนฟรี 15 ปี ปล่อยกู้กยศ.เพิ่มอีก 2.5 แสนราย ส่วนพท.ชูพักชำระหนี้ครูที่ไม่เกิน 5 แสนบาทใน 3 ปี และนโยบายรถคันแรกของครูโดยคืนภาษีสรรพสามิตให้ลดราคารถรุ่นประหยัด</div>
<div><span id="more-819"></span></div>
<div id="_mcePaste">วันที่ 21 มิถุนายน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมสื่อมวลชนสายการศึกษา และกลุ่ม For Thailand จัดราชดำเนินเสวนา &#8220;ถกนโยบายการศึกษารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง” ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน โดยมี <span style="color: #ff0000">นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์</span> <span style="color: #ff0000">นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย</span> นำเสนอนโยบาย</div>
<div id="_mcePaste">โดย <span style="color: #ff0000">นายชินวรณ์</span> กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่งบประมาณด้านการศึกษาไม่ได้ลดน้อยลงไป และภายหลังการเลือกตั้งไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นพรรคไหนก็ตาม แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้วางกรอบชัดเจนในการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ไว้แล้ว มีการจัดตั้งกลุ่มศึกษายุทธศาสตร์ และทำหน้าที่ขับเคลื่อนไว้อย่างชัดเจน</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ทุกครั้งที่หาเสียงนายอภิสิทธิ์ จะตอกย้ำ เรื่องเรียนฟรี เพราะการศึกษาเป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศ และเป็นการลงทุนขนาดใหญ่เพื่ออนาคตของชาติ และเพิ่มงบกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้สามารถปล่อยกู้ให้ผู้เรียนอีก 2 .5 แสนราย เพื่อให้ผู้ที่มีฐานะยากจนในชนบทสามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และมุ่งเน้นไปที่เด็กด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็น ชายขอบ ชาวเขา เด็กพิการ ที่สามารถเรียนร่วมในโรงเรียนปกติได้มากกว่า 9 แสนคน และให้สำนักงานการศึกษาพิเศษ ดูแลการศึกษาของเด็กพิการซ้ำซ้อน ที่มีอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 4 แสนคน รวมทั้งเด็กที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ต้องอยู่กับบ้าน</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าการสร้างมาตรฐานคุณภาพ โดยเฉพาะอาชีวะต้องมีฝีมือด้านแรงงาน มีสถาบันที่พัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพและค่าจ้าง ซึ่งต้องสร้างเกณฑ์การวัดมาตรฐาน สำหรับมหาวิทยาลัยจะให้ไปสู่มาตรฐานโลก โดยต้องพัฒนาทักษะบัณฑิตรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ในการตัดสินใจ มีเทคโนโลยีขั้นสูง และมีคุณธรรมจริยธรรม</div>
<div id="_mcePaste">“ปัจจัยที่สำคัญ คือ ครู มีการสร้างครูพันธุ์ใหม่ เพิ่มงบและนโยบายให้คนเก่งมาเป็นครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ได้รับทุนเพื่อมาเป็นครูซูเปอร์พรีเมี่ยม และครูพรีเมียม เพิ่มเงินให้ครู 13% เพื่อเป็นกำลังใจให้ครู แต่ครูต้องเปลี่ยนการสอนจากการสอนเป็นการเรียนรู้ สุดท้าย ด้านไอซีที ได้วางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไว้ประมาณ 7 พันล้านแล้ว กำลังลงไปถึงโรงเรียนดีประจำตำบล และดำเนินการจัดซื้อคอมให้ 1 เครื่องต่อ 10 คน”</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">ขณะที่<span style="color: #ff0000">นายคณวัฒน์  วสินสังวรณ์ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย</span> กล่าวว่าการพัฒนาการศึกษาต้องทำ เรื่องการศึกษาไม่มีอะไรซับซ้อน เวลาดูเรื่องขีดความสามารถ ต้องดูเรื่องการพัฒนาปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ความเข้าถึงและก้าวถึงต้องไปด้วยกัน นโยบายของพรรคเพื่อไทย คือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ตามทันสากลโลกและมีความเป็นไทย หลักสูตรที่มีต้องมีมาตรฐานสูงเทียบเท่าสากล เพราะต้องพัฒนาแต่ต้องรักษาความเป็นไทยเอาไว้ เช่น โครงการตำราแห่งชาติ เป็นเรื่องเนื้อหาสาระ (content)”</div>
<div id="_mcePaste">ส่วนการผลิตและปฏิรูปครู ต้องเป็นนโยบายที่สำคัญ อาจผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ การสร้างครูพันธุ์ใหม่ต้องใช้เวลา ทดแทน 2 แสนคนจาก 4 แสนคนที่จะออกไปใน 10 ปีข้างหน้า ต้องจัดการระบบผลตอบแทนเงินเดือนใหม่ ให้จูงใจคนเก่งคนดีเข้ามาเป็นครู พักชำระหนี้ครูที่ไม่เกิน 5 แสนบาทในเวลา 3 ปี และนโยบายรถคันแรกของครูโดยคืนภาษีสรรพสามิตให้ลดยอดราคารถรุ่นประหยัด</div>
<div id="_mcePaste">สิ่งที่จะมาเติมเต็มการศึกษา คือ เทคโนโลยี เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ไม่เท่าเทียม ต้องทำไปพร้อมกับการปฏิรูปหลักสูตร ควรจัดเวทีเสวนาเชิญครูมาทำการวิจัย เพิ่มกระบวรการการเรียนการสอนความเป็นไทย ผลักดันให้เกิดการวิจัยหลักสูตรและพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งจะต้องทำควบคู่ไปกับการติดตั้งอินเตอร์เน็ตฟรีไวไฟในที่สาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล แจกแท็บเล็ทพีซี เด็ก ป.4  ถ้าแจกทั้งหมด 8 ล้านคน งบไม่เกิน 5หมื่นล้าน</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">ด้านอาชีวะศึกษา ต้องสร้างทักษะให้เชื่อมโยงภาคการผลิต ส่วนด้านอุดมศึกษา ต้องทำให้อุดมศึกษาเชื่อมโยงกับท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเปลี่ยนจากการผลิตบัณฑิตเป็นการสร้างผู้ประกอบการ โดยจะตั้งกองทุนตั้งตัวได้ จัดไว้ทุกมหาวิทยาลัยเป็นวงเงินประมาณ 1,500,000 ล้านบาท ซึ่จะ เป็นหัวใจสำคัญให้อุดมศึกษาและอาชีวะปรับตัวและหลักสูตร</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">ในช่วงหลังมีการวิจารณ์นโยบายพรรคโดย <span style="color: #ff0000">คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา</span> อดีตข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งเคยทำงานมากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 12 คน ตำแหน่งล่าสุดก่อนเกษียณคือ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่าหัวใจของการจัดการศึกษาต้องสามารถลดความเหลื่อมล้ำของชนชั้นในสังคมลงให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่อ่อนด้อยโอกาสที่สุดในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่หลุดออกและตกหล่นจากระบบต้องให้ความสำคัญ</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">“ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่ระบบการศึกษา ตั้งแต่เกิดขึ้นมาแล้ว รัฐบาลต้องดูแล ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน ให้ความรู้พ่อ แม่  พี่เลี้ยง หรือแม้กระทั่งเด็กที่อาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย พอเข้าระบบต้องการเรียนการสอนที่หลากหลาย ปัจจุบันเรากำหนดการศึกษารูปแบบเดียว ควรทำให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเด็กออกเรียนกลางคัน หลุดออกและตกหล่นจากระบบการศึกษา”</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">สำหรับการเรียนฟรี 15 ปี ต้องดูว่า ควรเพิ่มงบประมาณในการดูแลเด็กทุกคนที่โตมาในสถานการณ์ที่ยากไร้ และกระทรวงศึกษาธิการต้องยอมรับและให้หน่วยงานอื่นเข้ามาทำงานเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เรียกร้องให้หาคนดีมีฝีมือ และเข้าใจด้านการศึกษามาเป็นรัฐมนตรี รู้จริง และไม่ควรเปลี่ยนบ่อยเพื่อความต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลานานและอาศัยความต่อเนื่อง ที่สำคัญข้าราชการเบื่อรัฐมนตรีฝึกงาน ที่ยังไม่รู้จริง ไม่เข้าใจและใช้เวลาการศึกษานานกว่าจะทำงานได้ รวมทั้งพรรคการเมืองควรมีการสานต่อนโยบาย มีระบบการศึกษาที่ต่อเนื่อง เน้นนโยบายระยะยาว อย่าเน้นแค่นโยบายระยะสั้นที่ดูดี หวือหวา แต่ไม่ใช่ของจริง</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">ส่วนงบประมาณด้านการศึกษาที่ต้องเพิ่มมากขึ้น นั้นควรจะพิจารณาด้วยว่าตรงกลุ่มคนที่ควรได้ หรือจำเป็นต้องได้ หรือไม่ ที่ผ่านมาเป็นการลงทุนที่ไม่ตรงจุดหรือไม่ สำหรับนโยบายการแจกอุปกรณ์ ICT ที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของเด็กเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีปัญหามาก ต้องทำการศึกษาให้ดี ที่ผ่านมามีนโยบายดีๆ เช่น นโยบายไม่รับฝากเด็กเข้าเรียน แม้จะยังไม่สำเร็จ 100% แต่เป็นโครงการที่น่าส่งเสริม ควรศึกษาต่อว่าจะแก้ไขให้สมจริงได้อย่างไรทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมืองต้องจับมือกัน ให้ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจบลงที่โรงเรียน เล็งเห็นความสำคัญว่าการศึกษาของเด็กเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ให้โรงเรียนเป็นสนามแห่งการร่วมมือ ไม่ใช่สนามรบ</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste"><span style="color: #ff0000">ดร. ประภาภัทร นิยม</span> จากสถาบันอาศรมศิลป์กล่าวว่า กระบวนการจัดคุณภาพการศึกษาต้องใช้เวลาในการปลูกฝัง เริ่มตั้งแต่ครอบครัวและสังคม ที่จะมีส่วนร่วมในการชี้นำ ไม่ใช่แค่ครูเท่านั้น การสร้างครูดี ครูพันธุ์ใหม่ เปิดโอกาสการศึกษา แต่ต้องตั้งคำถามต่อไปด้วยว่าโครงการเหล่านี้จะทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะการปฏิรูปการศึกษาในหลายปีที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงแต่ก็ไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</div>
<div id="_mcePaste">รวมทั้งการทุ่มงบประมาณ หรือนโยบายด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาจะดีขึ้นได้ เพราะการทุ่มงบประมาณที่ผ่านมา ลงไปในจุดที่กระตุ้นถูกด้านหรือไม่ การใช้จ่ายจำนวนมากไปถูกจุดที่ควรจะได้รับหรือไม่ แม้เงินอาจไปถึงรายหัวเด็ก แต่ยังไม่ไปถึงส่วนอื่นๆ เช่นกลไกในการขับเคลื่อน และกลไกประกันคุณภาพ</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">ดร. ประภาภัทร กล่าวด้วยว่า ที่ทั้ง 2 พรรคพูดถึงคุณภาพของครู การเพิ่มความรู้และการฝึกฝนเป็นเรื่องดี แต่หากครูขาดหัวใจ ขาดน้ำหล่อเลี้ยงของหัวใจที่เงินไม่สามารถซื้อได้ คุณภาพก็ไม่เกิด ฉะนั้น เราต้องการผู้บริหารที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ด้วย เมื่อพรรคการเมืองมองภาพใหญ่ต้องมองให้ลงลึกด้วย ถึงระบบบริหารว่ามีวิธีการแบบไหนที่จะก่อให้เกิดกลยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านอย่างแท้จริง</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">“การทุ่มงบประมาณ หรือนโยบายด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาจะดีขึ้นได้ เพราะการทุ่มงบประมาณที่ผ่านมา ลงไปในจุดที่กระตุ้นถูกด้านหรือไม่ การใช้จ่ายจำนวนมากไปถูกจุดที่ควรจะได้รับหรือไม่ แม้เงินอาจไปถึงรายหัวเด็ก แต่ยังไม่ไปถึงส่วนอื่นๆ เช่นกลไกในการขับเคลื่อน และกลไกประกันคุณภาพ”</div>
<p>&#8220;คุณหญิงกษมา&#8221; แนะพรรคการเมืองสานต่อนโยบายที่ดี ทำได้จริงไม่ใช่หวือหวา ติงรัฐมนตรีศึกษาต้องรู้จริง ไม่ใช่มาฝึกงาน หลายเดือน ยังทำงานไม่ได้ แนะไม่ควรเปลี่ยนบ่อย จะทำให้การศึกษาไม่ต่อเนื่อง ย้ำปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลา ขณะที่ปชป.ขายเรียนฟรี 15 ปี ปล่อยกู้กยศ.เพิ่มอีก 2.5 แสนราย ส่วนพท.ชูพักชำระหนี้ครูที่ไม่เกิน 5 แสนบาทใน 3 ปี และนโยบายรถคันแรกของครูโดยคืนภาษีสรรพสามิตให้ลดราคารถรุ่นประหยัด<br />
วันที่ 21 มิถุนายน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมสื่อมวลชนสายการศึกษา และกลุ่ม For Thailand จัดราชดำเนินเสวนา &#8220;ถกนโยบายการศึกษารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง” ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน โดยมี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบาย<br />
โดย นายชินวรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่งบประมาณด้านการศึกษาไม่ได้ลดน้อยลงไป และภายหลังการเลือกตั้งไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นพรรคไหนก็ตาม แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้วางกรอบชัดเจนในการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ไว้แล้ว มีการจัดตั้งกลุ่มศึกษายุทธศาสตร์ และทำหน้าที่ขับเคลื่อนไว้อย่างชัดเจน<br />
ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ทุกครั้งที่หาเสียงนายอภิสิทธิ์ จะตอกย้ำ เรื่องเรียนฟรี เพราะการศึกษาเป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศ และเป็นการลงทุนขนาดใหญ่เพื่ออนาคตของชาติ และเพิ่มงบกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้สามารถปล่อยกู้ให้ผู้เรียนอีก 2 .5 แสนราย เพื่อให้ผู้ที่มีฐานะยากจนในชนบทสามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และมุ่งเน้นไปที่เด็กด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็น ชายขอบ ชาวเขา เด็กพิการ ที่สามารถเรียนร่วมในโรงเรียนปกติได้มากกว่า 9 แสนคน และให้สำนักงานการศึกษาพิเศษ ดูแลการศึกษาของเด็กพิการซ้ำซ้อน ที่มีอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 4 แสนคน รวมทั้งเด็กที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ต้องอยู่กับบ้าน<br />
นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าการสร้างมาตรฐานคุณภาพ โดยเฉพาะอาชีวะต้องมีฝีมือด้านแรงงาน มีสถาบันที่พัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพและค่าจ้าง ซึ่งต้องสร้างเกณฑ์การวัดมาตรฐาน สำหรับมหาวิทยาลัยจะให้ไปสู่มาตรฐานโลก โดยต้องพัฒนาทักษะบัณฑิตรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ในการตัดสินใจ มีเทคโนโลยีขั้นสูง และมีคุณธรรมจริยธรรม<br />
“ปัจจัยที่สำคัญ คือ ครู มีการสร้างครูพันธุ์ใหม่ เพิ่มงบและนโยบายให้คนเก่งมาเป็นครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ได้รับทุนเพื่อมาเป็นครูซูเปอร์พรีเมี่ยม และครูพรีเมียม เพิ่มเงินให้ครู 13% เพื่อเป็นกำลังใจให้ครู แต่ครูต้องเปลี่ยนการสอนจากการสอนเป็นการเรียนรู้ สุดท้าย ด้านไอซีที ได้วางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไว้ประมาณ 7 พันล้านแล้ว กำลังลงไปถึงโรงเรียนดีประจำตำบล และดำเนินการจัดซื้อคอมให้ 1 เครื่องต่อ 10 คน”<br />
ขณะที่นายคณวัฒน์  วสินสังวรณ์ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการพัฒนาการศึกษาต้องทำ เรื่องการศึกษาไม่มีอะไรซับซ้อน เวลาดูเรื่องขีดความสามารถ ต้องดูเรื่องการพัฒนาปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ความเข้าถึงและก้าวถึงต้องไปด้วยกัน นโยบายของพรรคเพื่อไทย คือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ตามทันสากลโลกและมีความเป็นไทย หลักสูตรที่มีต้องมีมาตรฐานสูงเทียบเท่าสากล เพราะต้องพัฒนาแต่ต้องรักษาความเป็นไทยเอาไว้ เช่น โครงการตำราแห่งชาติ เป็นเรื่องเนื้อหาสาระ (content)”<br />
ส่วนการผลิตและปฏิรูปครู ต้องเป็นนโยบายที่สำคัญ อาจผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ การสร้างครูพันธุ์ใหม่ต้องใช้เวลา ทดแทน 2 แสนคนจาก 4 แสนคนที่จะออกไปใน 10 ปีข้างหน้า ต้องจัดการระบบผลตอบแทนเงินเดือนใหม่ ให้จูงใจคนเก่งคนดีเข้ามาเป็นครู พักชำระหนี้ครูที่ไม่เกิน 5 แสนบาทในเวลา 3 ปี และนโยบายรถคันแรกของครูโดยคืนภาษีสรรพสามิตให้ลดยอดราคารถรุ่นประหยัด<br />
สิ่งที่จะมาเติมเต็มการศึกษา คือ เทคโนโลยี เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ไม่เท่าเทียม ต้องทำไปพร้อมกับการปฏิรูปหลักสูตร ควรจัดเวทีเสวนาเชิญครูมาทำการวิจัย เพิ่มกระบวรการการเรียนการสอนความเป็นไทย ผลักดันให้เกิดการวิจัยหลักสูตรและพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งจะต้องทำควบคู่ไปกับการติดตั้งอินเตอร์เน็ตฟรีไวไฟในที่สาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล แจกแท็บเล็ทพีซี เด็ก ป.4  ถ้าแจกทั้งหมด 8 ล้านคน งบไม่เกิน 5หมื่นล้าน<br />
ด้านอาชีวะศึกษา ต้องสร้างทักษะให้เชื่อมโยงภาคการผลิต ส่วนด้านอุดมศึกษา ต้องทำให้อุดมศึกษาเชื่อมโยงกับท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเปลี่ยนจากการผลิตบัณฑิตเป็นการสร้างผู้ประกอบการ โดยจะตั้งกองทุนตั้งตัวได้ จัดไว้ทุกมหาวิทยาลัยเป็นวงเงินประมาณ 1,500,000 ล้านบาท ซึ่จะ เป็นหัวใจสำคัญให้อุดมศึกษาและอาชีวะปรับตัวและหลักสูตร<br />
ในช่วงหลังมีการวิจารณ์นโยบายพรรคโดย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งเคยทำงานมากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 12 คน ตำแหน่งล่าสุดก่อนเกษียณคือ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่าหัวใจของการจัดการศึกษาต้องสามารถลดความเหลื่อมล้ำของชนชั้นในสังคมลงให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่อ่อนด้อยโอกาสที่สุดในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่หลุดออกและตกหล่นจากระบบต้องให้ความสำคัญ<br />
“ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่ระบบการศึกษา ตั้งแต่เกิดขึ้นมาแล้ว รัฐบาลต้องดูแล ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน ให้ความรู้พ่อ แม่  พี่เลี้ยง หรือแม้กระทั่งเด็กที่อาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย พอเข้าระบบต้องการเรียนการสอนที่หลากหลาย ปัจจุบันเรากำหนดการศึกษารูปแบบเดียว ควรทำให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเด็กออกเรียนกลางคัน หลุดออกและตกหล่นจากระบบการศึกษา”<br />
สำหรับการเรียนฟรี 15 ปี ต้องดูว่า ควรเพิ่มงบประมาณในการดูแลเด็กทุกคนที่โตมาในสถานการณ์ที่ยากไร้ และกระทรวงศึกษาธิการต้องยอมรับและให้หน่วยงานอื่นเข้ามาทำงานเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เรียกร้องให้หาคนดีมีฝีมือ และเข้าใจด้านการศึกษามาเป็นรัฐมนตรี รู้จริง และไม่ควรเปลี่ยนบ่อยเพื่อความต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลานานและอาศัยความต่อเนื่อง ที่สำคัญข้าราชการเบื่อรัฐมนตรีฝึกงาน ที่ยังไม่รู้จริง ไม่เข้าใจและใช้เวลาการศึกษานานกว่าจะทำงานได้ รวมทั้งพรรคการเมืองควรมีการสานต่อนโยบาย มีระบบการศึกษาที่ต่อเนื่อง เน้นนโยบายระยะยาว อย่าเน้นแค่นโยบายระยะสั้นที่ดูดี หวือหวา แต่ไม่ใช่ของจริง<br />
ส่วนงบประมาณด้านการศึกษาที่ต้องเพิ่มมากขึ้น นั้นควรจะพิจารณาด้วยว่าตรงกลุ่มคนที่ควรได้ หรือจำเป็นต้องได้ หรือไม่ ที่ผ่านมาเป็นการลงทุนที่ไม่ตรงจุดหรือไม่ สำหรับนโยบายการแจกอุปกรณ์ ICT ที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของเด็กเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีปัญหามาก ต้องทำการศึกษาให้ดี ที่ผ่านมามีนโยบายดีๆ เช่น นโยบายไม่รับฝากเด็กเข้าเรียน แม้จะยังไม่สำเร็จ 100% แต่เป็นโครงการที่น่าส่งเสริม ควรศึกษาต่อว่าจะแก้ไขให้สมจริงได้อย่างไรทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมืองต้องจับมือกัน ให้ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจบลงที่โรงเรียน เล็งเห็นความสำคัญว่าการศึกษาของเด็กเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ให้โรงเรียนเป็นสนามแห่งการร่วมมือ ไม่ใช่สนามรบ<br />
ดร. ประภาภัทร นิยม  จากสถาบันอาศรมศิลป์กล่าวว่า กระบวนการจัดคุณภาพการศึกษาต้องใช้เวลาในการปลูกฝัง เริ่มตั้งแต่ครอบครัวและสังคม ที่จะมีส่วนร่วมในการชี้นำ ไม่ใช่แค่ครูเท่านั้น การสร้างครูดี ครูพันธุ์ใหม่ เปิดโอกาสการศึกษา แต่ต้องตั้งคำถามต่อไปด้วยว่าโครงการเหล่านี้จะทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะการปฏิรูปการศึกษาในหลายปีที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงแต่ก็ไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม<br />
รวมทั้งการทุ่มงบประมาณ หรือนโยบายด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาจะดีขึ้นได้ เพราะการทุ่มงบประมาณที่ผ่านมา ลงไปในจุดที่กระตุ้นถูกด้านหรือไม่ การใช้จ่ายจำนวนมากไปถูกจุดที่ควรจะได้รับหรือไม่ แม้เงินอาจไปถึงรายหัวเด็ก แต่ยังไม่ไปถึงส่วนอื่นๆ เช่นกลไกในการขับเคลื่อน และกลไกประกันคุณภาพ<br />
ดร. ประภาภัทร กล่าวด้วยว่า ที่ทั้ง 2 พรรคพูดถึงคุณภาพของครู การเพิ่มความรู้และการฝึกฝนเป็นเรื่องดี แต่หากครูขาดหัวใจ ขาดน้ำหล่อเลี้ยงของหัวใจที่เงินไม่สามารถซื้อได้ คุณภาพก็ไม่เกิด ฉะนั้น เราต้องการผู้บริหารที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ด้วย เมื่อพรรคการเมืองมองภาพใหญ่ต้องมองให้ลงลึกด้วย ถึงระบบบริหารว่ามีวิธีการแบบไหนที่จะก่อให้เกิดกลยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านอย่างแท้จริง<br />
“การทุ่มงบประมาณ หรือนโยบายด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าการศึกษาจะดีขึ้นได้ เพราะการทุ่มงบประมาณที่ผ่านมา ลงไปในจุดที่กระตุ้นถูกด้านหรือไม่ การใช้จ่ายจำนวนมากไปถูกจุดที่ควรจะได้รับหรือไม่ แม้เงินอาจไปถึงรายหัวเด็ก แต่ยังไม่ไปถึงส่วนอื่นๆ เช่นกลไกในการขับเคลื่อน และกลไกประกันคุณภาพ”</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.komchadluek.net/detail/20110621/101062/2พรรคใหญ่ดีเดตนโยบายการศึกษากษมาวิพากษ์รมว.ศธ.ต้องรู้จริงทำได้จริง.html">หนังสือพิมพ์คมชัดลึก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/2partydebate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประมวลนโยบายด้านการศึกษาของพรรคการเมือง</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/edupolicy/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/edupolicy/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Jun 2011 04:37:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=809</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/edupolicy/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.choice2learn.net/images/News/edupalicy.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a> ใกล้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆก็ทุ่มเทกันทั้งพลังกายใจเพื่อ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบ้านเมือง จนกลายเป็นสมรภูมิแห่งนโยบาย ที่ต่างฝ่ายต่างก็ขนมาประชันกันสุดตัว ที่น่าจับตามองก็คือ นโยบายการศึกษา ที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสุด กับการปูพื้นฐานอนาคตของชาติ มาดูกันซิว่า แต่ละพรรคจะมีนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาอย่างไร

พรรคเพื่อไทย
ได้ กล่าวไว้ใน “นโยบายการศึกษา” ว่าการพัฒนาการศึกษาของประชาชนไทย คือ หัวใจของทางออกในทุกปัญหาของการพัฒนาประเทศ พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นว่าการศึกษา คือ หัวใจสำคัญของทุกองคาพยพแห่งการพัฒนาในทุกภาคส่วน การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาสู่สังคมไทย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาให้ระบบการศึกษาไทย มีคุณภาพและความมั่นคงยั่งยืน เป็นโครงสร้างหลักของการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ เช่น Video Conference, One-Laptop-per Child, Course Ware ฯลฯ เน้นการให้ทุนการศึกษา และการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและช่วยให้เด็กและเยาวชนไทยมีโอกาสได้เรียนต่อ รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้ ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีแต่ความรู้เพียงเท่านั้น นอกจากนี้ยังเน้นการเสริมสร้างวินัยแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสู่วินัยแห่งปัญญาต่อยอดถึงการใช้ปัญญา มาพัฒนาสู่ความคิดที่สร้างสรรค์ นำพาความเจริญก้าวหน้าสู่สังคมไทย มีความจำเป็นที่ต้องเข้าใจให้ถึงหลักเกณฑ์แก่นแท้ของปรัชญาทางการศึกษา คือ การเรียนรู้และการศึกษาเกิดขึ้นได้ทุกที่ในทุกวินาทีของชีวิต
พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานทางการศึกษา โดยการเร่งพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีความเท่าเทียมกันของโอกาส ที่จะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาต่างๆ ของประเทศให้ได้มีมาตรฐานและคุณภาพของการศึกษา ให้กระจายสู่บุคลากรของชาติในทุกภาคส่วน รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย
โดยสนับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.choice2learn.net/images/News/edupalicy.jpg"><img class="alignleft" src="http://www.choice2learn.net/images/News/edupalicy.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a> ใกล้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆก็ทุ่มเทกันทั้งพลังกายใจเพื่อ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบ้านเมือง จนกลายเป็นสมรภูมิแห่งนโยบาย ที่ต่างฝ่ายต่างก็ขนมาประชันกันสุดตัว ที่น่าจับตามองก็คือ นโยบายการศึกษา ที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสุด กับการปูพื้นฐานอนาคตของชาติ มาดูกันซิว่า แต่ละพรรคจะมีนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาอย่างไร<span id="more-809"></span></p>
<p><a href="http://www.choice2learn.net/images/News/Party1.jpg"><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Party1.jpg" alt="" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000">พรรคเพื่อไทย</span></strong></p>
<p>ได้ กล่าวไว้ใน “นโยบายการศึกษา” ว่าการพัฒนาการศึกษาของประชาชนไทย คือ หัวใจของทางออกในทุกปัญหาของการพัฒนาประเทศ พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นว่าการศึกษา คือ หัวใจสำคัญของทุกองคาพยพแห่งการพัฒนาในทุกภาคส่วน การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาสู่สังคมไทย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาให้ระบบการศึกษาไทย มีคุณภาพและความมั่นคงยั่งยืน เป็นโครงสร้างหลักของการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ เช่น Video Conference, One-Laptop-per Child, Course Ware ฯลฯ เน้นการให้ทุนการศึกษา และการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและช่วยให้เด็กและเยาวชนไทยมีโอกาสได้เรียนต่อ รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้ ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีแต่ความรู้เพียงเท่านั้น นอกจากนี้ยังเน้นการเสริมสร้างวินัยแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสู่วินัยแห่งปัญญาต่อยอดถึงการใช้ปัญญา มาพัฒนาสู่ความคิดที่สร้างสรรค์ นำพาความเจริญก้าวหน้าสู่สังคมไทย มีความจำเป็นที่ต้องเข้าใจให้ถึงหลักเกณฑ์แก่นแท้ของปรัชญาทางการศึกษา คือ การเรียนรู้และการศึกษาเกิดขึ้นได้ทุกที่ในทุกวินาทีของชีวิต</p>
<p>พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานทางการศึกษา โดยการเร่งพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีความเท่าเทียมกันของโอกาส ที่จะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาต่างๆ ของประเทศให้ได้มีมาตรฐานและคุณภาพของการศึกษา ให้กระจายสู่บุคลากรของชาติในทุกภาคส่วน รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย</p>
<p>โดยสนับ สนุนให้เกิดการเรียนรู้ในทุกๆ ด้านแห่งองค์ความรู้ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมถึงวิทยาการแขนงต่างๆ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของสถานการณ์โลกปัจจุบัน เพื่อให้ระบบการศึกษาของไทย สามารถก้าวนำสู่ประชาชนให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมอุดมปัญญา สังคมแห่งเหตุและผล สังคมแห่งความรู้เท่าทันสถานการณ์ และที่สุดนั้นเพื่อประชาชนชาวไทยจะเป็นผู้ที่รู้เท่าทันพลวัตแห่งสถานการณ์ ที่ทันท่วงที</p>
<p>นโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยได้ประกาศในส่วนของ “คิดใหม่ทำใหม่ เพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย” ทั้ง ๖ ด้าน คือ</p>
<p><strong>๑. ปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา</strong> พัฒนาทักษะครู ปรับปรุงหลักสูตรและใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย</p>
<p><strong>๒. จัดศูนย์ฝึกอบรมอาชีวศึกษา</strong> จะจัดศูนย์ฝึกในอาชีวศึกษาทุกแห่งให้ประชาชนเข้าไปเรียนรู้เรื่องที่สนใจ พัฒนาทักษะให้คนไทยเป็นผู้ชำนาญในสาขาต่างๆ</p>
<p><strong>๓. จัดแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ให้เด็กนักเรียนใช้ฟรี</strong></p>
<p><strong>๔. </strong><strong>Free Wi-Fi ใช้อินเตอร์เน็ตฟรี ในที่สาธารณะ</strong> เปิดโลกกว้างให้เด็กไทยและคนไทย ได้เข้าถึงความรู้ใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ</p>
<p><strong>๕. ใช้ระบบเรียนก่อน ผ่อนทีหลัง</strong> กองทุนให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (ICL) เพื่อให้ลูกหลาน คนยากจนที่ด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีทุนเรียนในระดับอุดมศึกษาจนจบแล้วค่อยผ่อนใช้คืนภายหลัง</p>
<p><strong>๖. เพิ่มทุนเรียนต่อต่างประเทศ </strong>โดยโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน เพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศ</p>
<p>นอก จากนี้ ได้กำหนดไว้ในนโยบาย “คนไทยตั้งตัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี”  โดยมีกองทุนตั้งตัวได้กองทุนตั้งตัวได้สำหรับนิสิต นักศึกษา อาจารย์ โดยตั้งกองทุนในมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน ตั้งกรรมการมาควบคุม ประกอบด้วย อาจารย์ ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ตัวแทนภาครัฐ ร่วมสร้างผู้ประกอบการใหม่ โดยจัดงบให้กองทุนเริ่มต้นที่ ๑ พันล้านบาท เพื่อเป็นทุนตั้งตัวให้นักศึกษาหริแม้แต่อาจารย์เองก็สามารถกู้ไปใช้ได้ ทั้งยังมุ่งสร้างหลักประกันรายได้ให้บัณฑิตที่จบใหม่ โดยประกันรายได้ให้ปริญญาตรีจบใหม่ มีเงินเดือนเริ่มต้นที่ ๑๕,๐๐๐ บาท</p>
<p><em>(อ้างจาก : http://www.ptp.or.th)</em></p>
<p>………………………………………………………………………………………</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Party2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000">พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน</span></strong></p>
<p>ได้บรรจุไว้ใน “นโยบายสังคม” ในส่วนของ “ประชาชนมีคุณภาพ” ดังนี้</p>
<p><strong>๑.</strong><strong> โรงเรียนสองภาษาทั่วประเทศ </strong>จัดให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศมีโรงเรียนสองภาษา (English Program – EP) เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน รวมทั้งจัดให้เป็นโรงเรียนสามภาษาในโรงเรียนชายขอบเพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน</p>
<p><strong>๒.</strong><strong> ทุนพัฒนาโรงเรียน ๒ ล้านบาททุกตำบล </strong>จ่ายเงินอุดหนุนเพื่อนำไปจัดการพัฒนาโรงเรียนในการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการส อน และจ่ายเงินเพิ่มพิเศษพัฒนาครู โดยระบบการจ่ายเงินจะประกอบไปด้วยการประเมินทักษะด้านต่างๆ ซึ่งจะแยกส่วนกับระบบบัญชีเงินเดือนครูได้แก่ ครูผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ครูผู้มีประสบการณ์งานบริหาร ครูประจำตำแหน่งสาขาขาดแคลน และครูผู้มีคุณวุฒิพิเศษ</p>
<p><strong>๓.</strong><strong> ทุนหมื่นล้านสร้างครูของประเทศ </strong>จัดทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกเพื่อผลิตอาจารย์ระดับปริญญาเอกปีละ ๗๐๐ ทุนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า ๔ ปี ให้กับอาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคลและวิทยาลัยท้องถิ่น ๗๐ แห่งทั่วประเทศ รวม ๒๘๐๐ คน เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีบุคคลากรที่มีคุณภาพเป็นมาตรฐานสากลให้ทำงานสอนและ วิจัยในพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพดีขึ้นและสร้างลูกศิษย์ที่จะจบไปเป็นครูหรือ ทำงานในพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ</p>
<p><strong>๔.</strong><strong> ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของอาเซียน</strong> (ASEAN Education Hub) โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์กลางการศึกษาด้านการท่องเที่ยวและการบริการ (Hospitality Education Hub)  โดยการนำความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยเหลือในรูป แบบต่างๆกับมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทางด้านเหล่านี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น Hotel school, Culinary school, Tourism school, และManagement school ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการรอง รับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ</p>
<p><strong>๕.</strong><strong> ครูเพื่อเด็กพิเศษทั่วถึง ทั่วไทย</strong> จัดให้มีครูผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กที่มีปัญหาความบกพร่อง ทางสมอง เพื่อประจำโรงเรียนในทุกจังหวัด โดยสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมมือกับโรงเรียนประจำจังหวัดในการสนับสนุนด้านบุคลากร อุปกรณ์และจัดระบบและกระบวนการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็กพิเศษแต่ละ ประเภท</p>
<p><strong>๖.</strong><strong> พัก ลด ปลดหนี้ครู ด้วยกองทุนครูพัฒนาชาติ</strong> รัฐจะรับโอนหนี้สินให้ครูที่มีหนี้สินเกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้พักหนี้เงินต้นในส่วนที่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทไว้ได้ไม่เกิน ๑๐ ปี โดยจะจัดเงินสมทบตั้งเป็นกองทุนครูพัฒนาชาติให้กับสำนักงานคณะกรรมการส่ง เสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งกองทุนฯ จะรับโอนหนี้สินครูที่มีหนี้ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไว้ร้อยละ ๕๐ และส่วนที่เหลือให้ครูผ่อนชำระ ซึ่งหากชำระได้ตามกำหนดเวลา ส่วนที่กองทุนฯ รับโอนหนี้ ครูจะผ่อนชำระคืนให้กองทุนโดยไม่มีดอกเบี้ย</p>
<p><strong>๗.</strong><strong> เพิ่มวงเงินงบประมาณเพื่อการวิจัย</strong>ให้ กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศอีกไม่น้อยกว่า ๒ เท่า  โดยให้มีการเพิ่มงบประมาณทันที และเพิ่มให้มีงบประมาณวิจัยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑ ของ GDP ภายใน ๔ ปี</p>
<p><strong>๘.</strong><strong> สร้างศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ทุกจังหวัด</strong> (Innovative Education Center)  จัดให้มีศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ในทุกจังหวัด เพื่อให้ครอบครัวและเยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ได้สะดวกขึ้น โดยมีรูปแบบในการจัดสร้างในลักษณะของ “ห้องสมุดมีชีวิต” เพื่อสร้างฐานความรู้ที่ทันสมัยในทุกด้าน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม สังคม วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม โดยใช้เครื่องมือ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาองค์ประกอบของการเรียนรู้ทั้งทางด้าน IQ EQ SQ และ PQ</p>
<p><strong>๙.</strong><strong> กองทุนพัฒนาเยาวชนหมู่บ้าน</strong> หมู่บ้านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จัดให้มีกองทุนพัฒนาเยาวชนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาเด็ก และเยาวชนทั้งในเรื่องของการจัดหาอาหารเสริม การพัฒนาสติปัญญา การพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ ตลอดจนการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้เยาวชน</p>
<p><strong>๑๐. เรียนฟรี ๑๙ ปี</strong> ขยายขอบเขตของโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี เป็น ๑๙ ปี เพื่อให้ครอบคลุมการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา</p>
<p>นอก จากนี้ในส่วนของ “สวัสดิการสังคม เพิ่มอัตราพนักงานราชการ เพื่อจ้างงานบัณฑิตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพนักงานประจำตามภูมิลำเนาของบัณฑิต” โดยบรรจุในอัตราเงินเดือนปริญญาตรี ๘,๗๐๐ บาท ตำบลละ ๒ คน ต่อปี (จังหวัดยะลามี ๕๘ ตำบล/ ปัตตานีมี ๑๑๕ ตำบล/นราธิวาสมี ๗๘ ตำบล รวมตำบลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีทั้งสิ้น ๒๔๑ ตำบล) และขยายไปยังตำบลอื่นๆในจังหวัดชายแดนในระยะต่อไป</p>
<p><em>(อ้างจาก http://www.cpnparty.com)</em></p>
<p>………………………………………………………………………………………</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Party3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000">พรรคประชาธิปัตย์</span></strong></p>
<p>ได้กำหนดไว้เป็นนโยบาย<strong> “เรียนฟรี เรียนดี มีงานทำ” </strong>และ “เด็กไทยทุกคนจะได้เรียนฟรีจริงตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยม ๖ อย่างมีคุณภาพ” โดยได้กำหนดวิธีปฏิบัติ ดังนี้</p>
<p><strong>๑. จัดสรรงบประมาณให้จังหวัด/โรงเรียน เพื่อทำการจัดซื้อตามงบประมาณต่อหน่วยที่กำหนด ให้สามารถจัดซื้อและมอบให้นักเรียนได้เมื่อเปิดเทอมการศึกษาใหม่ของปี</strong></p>
<p>๑.๑ นม ๖ บาท/กล่อง จำนวน ๒๓๐ วัน (ในช่วงปิดเทอม ๓๐ วัน)</p>
<p>๑.๒ อาหารกลางวัน ๔๐๐ บาท/ คน จำนวน ๒๐๐ วัน</p>
<p>๑.๓ เครื่องแบบนักเรียนคนละ ๒ ชุด/ปี   – ประถมชุดละ ๑๘๐ บาท – มัธยมต้นชุดละ ๒๒๕ บาท – มัธยมปลายชุดละ ๒๕๐ บาท</p>
<p>๑.๔ ตำราเรียนฟรี (ระบบยืมเรียนสำหรับตำราและให้ฟรีสำหรับแบบฝึกหัด)  – ประถม ๓๐๐ บาท/คน/ปี – มัธยมต้น ๓๒๕ บาท/คน/ปี – มัธยมปลาย ๓๗๕ บาท/คน/ปี</p>
<p><strong>๒. ออกข้อบังคับห้ามโรงเรียนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียน และแจ้งให้ผู้ปกครองทราบถึงนโยบายเรียนฟรีจริง </strong></p>
<p><strong>เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องทำงานเป็น สร้างงานได้ มีงานทำ ได้กำหนดวิธีปฏิบัติ ดังนี้</strong></p>
<p>๑. ร่วมกับภาคเอกชนปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับตลาดงานจริง</p>
<p>๒. จัดให้มีการฝึกงานภาคฤดูร้อน เพื่อการพัฒนาทักษะและทัศนคติของนักศึกษาให้พร้อมทำงาน</p>
<p>๓.โรงเรียน / มหาวิทยาลัย จัดตั้งหน่วยงานช่วยจัดหางานให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาและให้ถือการมี งานทำเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการศึกษาไม่ใช่เพียงการเรียนสำเร็จตาม หลักสูตรและได้รับวุฒิบัตรหรือปริญญาบัตร</p>
<p>๔. จัดระบบการทดสอบระดับฝีมือ / ทักษะ ด้านอาชีวศึกษาให้กระจายทั่วประเทศ เพื่อออกประกาศนียบัตรรับรองระดับฝีมือ/ทักษะ เพื่อเป็นฐานการกำหนดค่าตอบแทน<br />
งบประมาณ : ใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรปกติ</p>
<p><strong>หลักประกันอันมั่นคงของทุกคน อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป ที่ไม่มีหลักประกันอื่น มีเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท ได้กำหนดวิธีปฏิบัติ ดังนี้</strong></p>
<p>๑. ขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพในพื้นที่ที่รับผิดชอบ</p>
<p>๒. ใช้งบประมาณที่ได้รับจ่ายให้ผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนๆ ละ ๕๐๐ บาท</p>
<p>๓. จัดทำระบบการจ่ายเบี้ยยังชีพเพื่อความสะดวกของผู้รับและตรวจสอบได้<br />
งบประมาณ : จัดสรรงบประมาณ ปีละ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท</p>
<p><strong>ดูแลคนไทยทุกช่วงวัยของชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจวบจนวัยชรา ได้กำหนดวิธีปฏิบัติ ดังนี้</strong></p>
<p>๑. ปัจจุบันรัฐจัดสรรค่าเหมาจ่ายรายหัวให้กองทุนหลักประกันสุขภาพ ๒,๑๐๐ บาทต่อคน ( จากเดิม ๑,๖๕๙ บาท) ซึ่งเพียงพอที่ระบบหลักประกันสุขภาพจะสามารถให้บริการที่ได้มาตรฐาน และจ่ายยารักษาที่มีคุณภาพ โดยจะต้องดำเนินการปฏิรูประบบยา คู่กับการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอนี้ต่อไป</p>
<p>๒. เพิ่มความสะดวกและคุณภาพแก่ประชาชน ให้สามารถเลือกรักษาที่คลีนิกใกล้บ้านนอกเหนือจากโรงพยาบาลได้ ด้วย โดยจัดสรรเงินจากค่าเหมาจ่ายรายหัว ให้แก่ คลินิกในพื้นที่เพื่อเข้าร่วมโครงการ “รักษาฟรีที่คลินิก” โดยสัมพันธ์กับจำนวนประชากรในพื้นที่</p>
<p>๓. สนับสนุนระบบควบคุมและประเมินคุณภาพบริการ โดยให้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ขยายการรับรองมาตรฐานไปให้ครอบคลุมถึงคลีนิกด้วย เพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพบริการให้ดีขึ้น<br />
งบประมาณ : ค่าเหมาจ่ายรายหัวให้กองทุนหลักประกันสุขภาพ ๒,๑๐๐ บาทต่อคน (จัดสรรแล้ว)</p>
<p><strong>เพิ่มศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านและที่ทำงานทั่วถึง ได้กำหนดวิธีปฏิบัติ ดังนี้</strong></p>
<p>๑. โอนงบประมาณให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามกรอบค่าใช้จ่ายต่อหน่วยที่กำหนด</p>
<p>๒. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ให้สามารถดูแลเด็กเล็กได้ตามหลักวิชาเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย สมองและจิตใจ</p>
<p>๓. จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการพัฒนาร่างกายและสมองของเด็กเล็กให้ครบตามมาตรฐานทุกศูนย์</p>
<p>๔. จัดการวัด IQ ของเด็กเล็กและบันทึก พร้อมกับวัดการพัฒนา IQ ทุก ๖ เดือน (สำหรับศูนย์ต้นแบบให้วัดทุก  ๓ เดือน ศูนย์ต้นแบบกำหนดให้มีอำเภอละ ๑ แห่ง)</p>
<p>๕. นำผลการวัดความเจริญเติบโตของร่างกาย สมองและจิตใจของเด็กเล็ก สรุปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงวิธีการเลี้ยงดู และเผยแพร่ให้พ่อแม่ทุกคนทราบและใช้ประโยชน์ต่อไป<br />
งบประมาณ = ๑๕,๕๒๐ ล้านบาท<br />
นมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๔.๔ ล้านคน x ๖ บาท/คน x ๓๖๕ วัน = ๙,๖๕๐ ล้านบาท</p>
<p>พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๑,๐๐๐ แห่ง/ปี ๑ ล้าน/แห่ง = ๑,๐๐๐ ล้านบาท</p>
<p>ค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ ประจำศูนย์ จำนวน ๑๘ ,๕๐๐ ศูนย์ต่อปี = ๔,๕๐๐ ล้านบาท</p>
<p>ค่าวัสดุอุปกรณ์เพื่อพัฒนาเด็กเล็ก ๒๐,๐๐๐ บาท/ศูนย์/ปี x ๑๘,๕๐๐ ศูนย์ = ๓๗๐ ล้านบาท</p>
<p><em>(อ้างจาก : http://www.democrat.or.th)</em></p>
<p>………………………………………………………………………………………</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Party4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000">พรรครักษ์สันติ</span></strong></p>
<p>ได้ บรรจุนโยบายด้านการศึกษาไว้ใน “ประเทศไทยจะเก่งล้ำขนาดไหน หากเราสร้างเด็กและครูไทยให้นำโลก?” เส้นทางปัญญาพัฒนา ส่งเสริมการศึกษาไทยคู่คุณธรรมและจริยธรรมให้อยู่แนวหน้าของสากลโลก พัฒนาทั้งระบบทั้งผู้สอน ผู้เรียน สถานศึกษา และหลักสูตร หลักการเส้นทางปัญญาพัฒนา ได้แก่</p>
<p><strong>พัฒนาครู : </strong>ดูแล สวัสดิการ ช่วยเหลือและแก้ปัญหาหนี้สินครู รวมถึงการสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น สิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเต็มที่ การสนับสนุนในการสอนรวมถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถครูให้ทัดเทียมวิทยาการ สมัยใหม่อยู่เสมอ</p>
<p><strong>พัฒนานักเรียน : </strong>ส่ง เสริมการเรียนฟรี ส่งเสริมให้นักเรียนทั้งเรียนดีและมีคุณธรรมต่อครอบครัว สังคม ประเทศชาติและประชาคมโลก ส่งเสริมปรับปรุงมาตรฐานการสอบเข้ามหาวิทยาลัย O-Net ส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดที่ดีและสร้างสรรค์</p>
<p><strong>พัฒนาโรงเรียน :</strong> ยกระดับโรงเรียนทั้งประเทศให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนและเครื่องอำนวยความ สะดวกครบครัน ส่งเสริมให้เกิดสถาบันการศึกษามีความเท่าเทียมกันโดยสร้างมาตรฐานเดียวทั่ว ประเทศ</p>
<p><em>(อ้างจาก http://www.raksanti.org)</em></p>
<p>………………………………………………………………………………………</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Party5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000">พรรคกิจสังคม</span></strong></p>
<p>ได้บรรจุไว้ใน<strong> “การศึกษาดี ชีวิตมีแต่ความสุข” </strong>โดยกล่าวว่า พรรคกิจสังคมจะใช้การศึกษาและศาสนาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาสังคม โดยจะพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมกับนานาอารยประเทศให้โรงเรียน ทุกแห่งมีความพร้อม คุณภาพ และมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เริ่มต้นจากการจัดทำหลักสูตรการศึกษา ๔I innovative, intelligent, ICT, international ทำให้คนไทยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ปฏิภาณ รู้จักสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี มีความเป็นสากล รวมไปถึงการจัดให้มีหลักสูตรพื้นฐานด้านหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ประวัติศาสตร์และสังคมศาสตร์ จะพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ครู อาจารย์ ให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรและความสามารถตรงตามสาขาวิชาที่รับผิดชอบ</p>
<p>โดย จัดให้มีการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้และทักษะ จะเพิ่มสวัสดิการและค่าตอบแทนให้สอดคล้องกันความรู้ความสามารถและความรับผิด ชอบ รวมทั้งยกเลิกการประเมินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ โดยจะปรับเปลี่ยนให้มีการประเมินจากกระดาษในระบบเดิม เป็นการประเมินความรู้ของนักเรียน เพื่อให้ครูมีเวลากับการเรียนการสอนของนักเรียนอย่างเต็มที่ เด็กทุกคนจะต้องได้เรียนฟรี</p>
<p>พรรคกิจสังคมมีนโยบายให้ทุกศาสนามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสังคม ตามหลักธรรมคำสั่งสอนของแต่ละศาสนา โดยจะ<strong>เพิ่มเติมหลักศาสนาเข้าไปในหลักสูตรพื้นฐานบังคับ </strong>อีกทั้งผู้ที่จะเข้ารับราชการ เป็นพนักงานลูกจ้าง จะต้องผ่านการศึกษาหลักสูตรขั้นต่ำตามศาสนาของตน</p>
<p>นอกจากนี้ ได้กำหนดไว้ใน <strong>“ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหมู่บ้าน” </strong>โดยกล่าว ว่า พรรคกิจสังคมมีนโยบายจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหมู่บ้าน โดยมอบหมายให้กองทุนหมู่บ้านและโรงเรียนเป็นผู้บริหารจัดการ เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และติดต่อสื่อสารกับลูกหลานที่อยู่ห่างไกลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารที่ทันสมัย ซึ่งเป็นการส่งเสริม ความสัมพันธ์ครอบครัวอันเป็นรากฐานความมั่นคงของสังคม การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหมู่บ้านยังเป็นการเปิดโอกาส ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลข่าวสารทางการเกษตร สุขภาพอนามัย วิชาการความรู้ ดินฟ้าอากาศ และเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา 4I ทั้งนี้ทางศูนย์จะมีผู้ให้ความรู้แก่ผู้ใช้บริการโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน เพื่อป้องกันการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทางที่ผิด</p>
<p><em>(อ้างจาก http://www.socialactionparty.org)</em></p>
<p>………………………………………………………………………………………</p>
<p><img src="http://www.choice2learn.net/images/News/Party6.jpg" alt="" width="520" height="388" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000">พรรคชาติไทยพัฒนา</span></strong></p>
<p>ได้กำหนดไว้ในนโยบายการศึกษา ดังนี้</p>
<p><strong>๑. ให้ความสำคัญกับผู้รับการศึกษา </strong>พรรค ชาติไทยพัฒนาตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาของเด็ก และเยาวชนเพื่อให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการ ดำรงชีวิต จึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านสติปัญญา สุขภาพจิตและ สุขภาพกาย โดยจะส่งเสริมการเรียนการสอนที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียน จัดให้มีโภชนาการอย่างเหมาะสมโดยการจัดโครงการอาหารกลางวัน เป็นสวัสดิการสำหรับเด็กนักเรียน ให้มีการเรียนฟรีในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการจัดหาทุนการศึกษาเพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาที่สูงขึ้น และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งจัดระบบการแนะแนวการศึกษา เพื่อให้ผู้ รับการศึกษาสามารถกำหนดเป้าหมายทางการศึกษาเพื่อการดำรง ชีวิตที่ดีของตนได้อย่างเหมาะสม และสามารถตอบสนองต่อสังคมและประเทศ ได้อย่างสูงสุด</p>
<p><strong>๒. พัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา</strong> พรรคชาติ ไทยพัฒนามุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึก คุณธรรมและ ความเอื้ออาทรต่อผู้รับการศึกษาแก่ครูผู้สอน รวมทั้งจัดสวัสดิการครู ส่งเสริม ให้เกิดการฝึกอบรมวิทยาการและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัยแก่ครูและบุคลากร ทางการศึกษา รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้ครูกลับถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสังคมในท้องถิ่นต่างๆ และจะสนับสนุนให้ปราชญ์ชาวบ้าน มีส่วนร่วมในการให้การศึกษาให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>๓. ส่งเสริมหลักสูตรบูรณาการ</strong> พรรคชาติไทยพัฒนามุ่งส่งเสริมให้หลักสูตรการศึกษาประกอบไปด้วย การเรียนการสอน การปฏิบัติทั้งวิชาการและแนวทางการดำรงชีวิต ตลอดจนเป็นหลักสูตรที่สร้างความรู้ความเข้าใจที่ ถูกต้องในการสืบสานขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ จะส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าคิดกล้าทำอย่างมีสติและมีเหตุผล โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำ หลักสูตรการศึกษาและประเมินผลการจัดระบบการศึกษา นำเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน จัดให้มีตำราเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอน ที่ ทันสมัยและเหมาะสมกับหลักสูตรการศึกษาของผู้เรียนในทุกมิติ รวมทั้งกลุ่มบุคคลพิเศษ เช่นผู้พิการและผู้มีปัญญาเลิศ ตลอดจนจะพัฒนาห้องสมุดให้เป็น แหล่งข้อมูลทางการศึกษาที่ครบวงจร</p>
<p><strong>๔. เพิ่มศักยภาพการบริหารการศึกษา</strong> พรรคชาติไทยพัฒนาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของ สถานศึกษา โดยจะส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจ เพื่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์กรทางศาสนาและภาคเอกชน เข้ามามีส่วนในการจัด การศึกษาทุกระดับ และจะมุ่งส่งเสริมการจัดให้มีสถานศึกษาขึ้นในทั่วทุกภูมิภาค อย่างเพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารการศึกษา จะสร้างเครือข่าย ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาของไทยกับนานาประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยน นักเรียนนักศึกษา วิทยากรทางการศึกษา ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ วิธีการ บริหารจัดการ และเทคโนโลยี ด้านการศึกษาระหว่างกัน รวมทั้งการจัดสรร ทรัพยากรเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมกับสภาพของแต่ละสถาน ศึกษา</p>
<p><em>(อ้างจาก www.chartthaipattana.or.th)</em></p>
<p>ที่มา:  <a href="http://news.mthai.com/headline-news/118862.html" target="_blank">http://news.mthai.com/headline-news/118862.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/22/edupolicy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Download เอกสารกรณียุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/download-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/download-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jun 2011 10:08:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=803</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/download-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สำหรับครูและผู้ที่สนใจ
สามารถดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรณียุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 16 มิ.ย. 54 ได้ ที่นี่
และสามารถเข้าร่วม กลุ่มคัดค้านการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ได้ ที่นี่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับครูและผู้ที่สนใจ</p>
<p>สามารถดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรณียุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 16 มิ.ย. 54 ได้ <a href="http://choice2learn.net/forum/viewtopic.php?f=4&amp;t=942&amp;p=975#p975">ที่นี่</a></p>
<p>และสามารถเข้าร่วม <span style="color: #ff6600">กลุ่มคัดค้านการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก </span>ได้ <a href="http://goo.gl/1y0ci">ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/download-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สพฐ.ชะลอยุบ ร.ร.เล็กหลังหลายฝ่ายติง &#8220;ประเวศ&#8221;แนะให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสิน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Jun 2011 09:38:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=799</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a> 
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สภาการศึกษาทางเลือก (สกล.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 7,000 โรง” โดยมีกลุ่มครู อาจารย์ นักเรียน และตัวแทนชุมชนจากภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 300 คนร่วมประชุม โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ปาฐกถาหัวข้อ “การศึกษาไทยในอดีตถึงปัจจุบัน” ตอนหนึ่งว่า การตัดสินใจยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 7,000 โรง ไม่ใช่ธุระที่ ศธ.จะมาตัดสินใจ แต่ต้องให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะชุมชนรู้รายละเอียดที่แท้จริง อีกทั้ง ศธ.ควรเลิกคิดโดยเอางบประมาณเป็นตัวตั้ง สิ่งที่ควรทำคือลดอำนาจจากส่วนกลาง แล้วกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ไม่ได้ตั้งธงไว้ว่าจะยุบหรือไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก โดยยินดีที่จะพิจารณาให้โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบการบริหารจัดการแนวใหม่ แต่จะต้องมีบรรทัดฐานในเรื่องของงบประมาณและบุคลากรตามสมควร
&#8220;สำหรับแผนการยุบรวม ยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คนภายในปี 2554 นั้น คงต้องชะลอไปก่อน เพื่อรอดูแผนการบริหารจัดการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="line-height: normal;font-size: small"> </span></p>
<div id="_mcePaste">เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สภาการศึกษาทางเลือก (สกล.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 7,000 โรง” โดยมีกลุ่มครู อาจารย์ นักเรียน และตัวแทนชุมชนจากภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 300 คนร่วมประชุม <span id="more-799"></span>โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ปาฐกถาหัวข้อ “การศึกษาไทยในอดีตถึงปัจจุบัน” ตอนหนึ่งว่า การตัดสินใจยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 7,000 โรง ไม่ใช่ธุระที่ ศธ.จะมาตัดสินใจ แต่ต้องให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะชุมชนรู้รายละเอียดที่แท้จริง อีกทั้ง ศธ.ควรเลิกคิดโดยเอางบประมาณเป็นตัวตั้ง สิ่งที่ควรทำคือลดอำนาจจากส่วนกลาง แล้วกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น</div>
<div id="_mcePaste">ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ไม่ได้ตั้งธงไว้ว่าจะยุบหรือไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก โดยยินดีที่จะพิจารณาให้โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบการบริหารจัดการแนวใหม่ แต่จะต้องมีบรรทัดฐานในเรื่องของงบประมาณและบุคลากรตามสมควร</div>
<div id="_mcePaste">&#8220;สำหรับแผนการยุบรวม ยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คนภายในปี 2554 นั้น คงต้องชะลอไปก่อน เพื่อรอดูแผนการบริหารจัดการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมดำเนินการกับชุมชน โดยในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มีความเห็นตรงกันว่า การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ดังนั้น จึงมอบให้ สพท.ไปดำเนินการศึกษาข้อมูลโดยเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และหากโรงเรียนขนาดเล็กแต่ละแห่งสามารถที่จะร่วมมือกับชุมชน และมีแผนบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพก็สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีนักเรียนอยู่เลยมีจำนวน 137 โรง จะต้องยุบและพิจารณาใช้ประโยชน์จากอาคารสถานที่ต่อไป&#8221; นายชินภัทรกล่าว</div>
<div></div>
<div>ที่มา: <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1308219330&amp;grpid&amp;catid=19&amp;subcatid=1903">หนังสือพิมพ์มติชน</a></div>
<div><!--more--></div>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/17/%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุมเชิงปฏิบัติการณ์เรื่อง &#8220;ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 7,000 โรง&#8221;</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2011 08:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=789</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ขอเชิญเข้าร่วม
การประชุมเชิงปฏิบัติการณ์เรื่อง”ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 7,000 โรง”
วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา 08.00 – 17.00 น.  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3  ตึกรัชมังคลา กระทรวงศึกษาธิการ  กรุงเทพฯ
จัดโดย  สภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเชิญเข้าร่วม</p>
<p><strong>การประชุมเชิงปฏิบัติการณ์เรื่อง”ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก</strong><strong> 7,000 โรง”</strong></p>
<p><strong>วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา </strong><strong>08.00 – 17.00 น.  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3  ตึกรัชมังคลา กระทรวงศึกษาธิการ  กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><strong>จัดโดย  สภาการศึกษาทางเลือกไทย (สกล)</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/16/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุมเชิงปฏิบัติการณ์เรื่อง”ปัญหาและทางออกการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 7,000 โรง”</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/13/16065/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/13/16065/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2011 08:33:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=792</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/13/16065/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://choice2learn.net//images/News/160654-detail.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
สามารถ Download กำหนดการจัดงานได้ ที่นี่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img src="http://choice2learn.net//images/News/160654-detail.jpg" alt="" width="450" height="300" /></p>
<p style="text-align: center">สามารถ Download กำหนดการจัดงานได้ <a href="http://choice2learn.net/images/News/160654.pdf">ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/13/16065/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จัดระเบียบการศึกษาใหม่ นำประเทศไทยสู่อาเซียน</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/10/organize-a-new-thailand-study/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/10/organize-a-new-thailand-study/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2011 04:19:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/10/organize-a-new-thailand-study/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="/images/News/p22url.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>โลกในปัจจุบันถือเป็นโลกยุค &#8220;ไร้พรมแดน&#8221; ที่เจริญก้าวหน้าไปด้วยวิทยาการสมัยใหม่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพลโลกจนเรียกได้ว่าเป็นเสมือนอีกปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตและในขณะเดียวกันโลกในยุคนี้ยังเป็นโลกของการช่วงชิงความได้เปรียบซึ่งกันและกันในรูปลักษณะของ &#8220;มือใครยาวสาวได้สาวเอา&#8221; โดยเฉพาะการแย่งชิงทรัพยากรต่างๆ บนโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดจนไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรมและจริยธรรม ดังนั้นผู้ที่จะอยู่รอดในสังคมแห่งโลก “ยุคไซเบอร์” นี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีคุณภาพ  เพราะคนที่มีคุณภาพนั้นจะเป็นทั้งคนดีและมีสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้งรอบด้าน
และที่สำคัญการที่จะสร้างคนให้มีคุณภาพอย่างถาวรนั้นจะต้องอาศัย “การศึกษา” เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยเฉพาะการศึกษาที่ให้ทั้งเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคใหม่ อย่างไรก็ตามนับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรก  แทนที่จะใช้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศชาติแต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนเพราะไปมุ่งเน้นในเรื่องการปรับโครงสร้างของการบริหารงานเป็นส่วนใหญ่จนทำให้ไม่สามารถใช้เป็นกลไกในการสร้างเยาวชนได้เท่าที่ควร ทั้งๆที่ถือเป็นหัวใจที่สำคัญของการพัฒนาคนไทย
ดังนั้นปฏิรูปการศึกษาในรอบสองที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่นี้จึงนับเป็นมิติใหม่ที่คนไทยทุกคนไม่เพียงแต่จะกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเท่านั้นแต่ยังเฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอผลในทางปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างที่คาดหวังหรือไม่ และยิ่งการที่ประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน จากจำนวนทั้งหมด 10 ประเทศคือไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ลาว พม่า  มาเลเซีย เวียดนาม บรูไน ฟิลิปปินส์และกัมพูชา ได้ตัดสินใจประกาศ “ปฏิญญาสากล” ต่อชาวโลกว่าจะพัฒนาพลเมืองให้เป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี พ.ศ. 2558 โดยมีข้อตกลงร่วมกันคือ สร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหาร  ตลอดจนในด้านสันติภาพ ความมั่นคงในส่วนภูมิภาค  ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรม  พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาคมอาเซียน รวมทั้งการที่จะให้ความช่วยเหลือกันในรูปแบบของการฝึกอบรม การวิจัยและการส่งเสริมการศึกษา และที่เหนืออื่นใดยังเสริมสร้างในเรื่องประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม ขยายการค้า ปรับปรุงการขนส่ง คมนาคม และสุดท้ายคือการเสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอกองค์การ
จะว่าไปแล้วการที่ประเทศไทยกล้าหาญประกาศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="/images/News/p22url.jpg" alt="" width="300" height="204" />โลกในปัจจุบันถือเป็นโลกยุค &#8220;ไร้พรมแดน&#8221; ที่เจริญก้าวหน้าไปด้วยวิทยาการสมัยใหม่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพลโลกจนเรียกได้ว่าเป็นเสมือนอีกปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตและในขณะเดียวกันโลกในยุคนี้ยังเป็นโลกของการช่วงชิงความได้เปรียบซึ่งกันและกันในรูปลักษณะของ &#8220;มือใครยาวสาวได้สาวเอา&#8221; โดยเฉพาะการแย่งชิงทรัพยากรต่างๆ บนโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดจนไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรมและจริยธรรม ดังนั้นผู้ที่จะอยู่รอดในสังคมแห่งโลก “ยุคไซเบอร์” นี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีคุณภาพ  เพราะคนที่มีคุณภาพนั้นจะเป็นทั้งคนดีและมีสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้งรอบด้าน<span id="more-785"></span></p>
<div id="_mcePaste">และที่สำคัญการที่จะสร้างคนให้มีคุณภาพอย่างถาวรนั้นจะต้องอาศัย “การศึกษา” เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยเฉพาะการศึกษาที่ให้ทั้งเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคใหม่ อย่างไรก็ตามนับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรก  แทนที่จะใช้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศชาติแต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนเพราะไปมุ่งเน้นในเรื่องการปรับโครงสร้างของการบริหารงานเป็นส่วนใหญ่จนทำให้ไม่สามารถใช้เป็นกลไกในการสร้างเยาวชนได้เท่าที่ควร ทั้งๆที่ถือเป็นหัวใจที่สำคัญของการพัฒนาคนไทย</div>
<div id="_mcePaste">ดังนั้นปฏิรูปการศึกษาในรอบสองที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่นี้จึงนับเป็นมิติใหม่ที่คนไทยทุกคนไม่เพียงแต่จะกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเท่านั้นแต่ยังเฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอผลในทางปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างที่คาดหวังหรือไม่ และยิ่งการที่ประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน จากจำนวนทั้งหมด 10 ประเทศคือไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ลาว พม่า  มาเลเซีย เวียดนาม บรูไน ฟิลิปปินส์และกัมพูชา ได้ตัดสินใจประกาศ “ปฏิญญาสากล” ต่อชาวโลกว่าจะพัฒนาพลเมืองให้เป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี พ.ศ. 2558 โดยมีข้อตกลงร่วมกันคือ สร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหาร  ตลอดจนในด้านสันติภาพ ความมั่นคงในส่วนภูมิภาค  ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรม  พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาคมอาเซียน รวมทั้งการที่จะให้ความช่วยเหลือกันในรูปแบบของการฝึกอบรม การวิจัยและการส่งเสริมการศึกษา และที่เหนืออื่นใดยังเสริมสร้างในเรื่องประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม ขยายการค้า ปรับปรุงการขนส่ง คมนาคม และสุดท้ายคือการเสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอกองค์การ</div>
<div>จะว่าไปแล้วการที่ประเทศไทยกล้าหาญประกาศ “ปฏิญญาอาเซียน” อย่างมั่นใจให้ชาวโลกได้ยินกันทั่วในทำนองว่าจะสร้างพลเมืองให้เป็นประชาคมอาเซียน   โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศชาติกำลังจมปลักอยู่กับปัญหาวิกฤติทางด้านการเมืองมาเกือบ 5 ปี แม้จะถือเป็นเรื่องที่จำเป็นก็ตาม ขณะเดียวกันก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายคนไทยทุกคนว่าจะสามารถช่วยกันหาทางปลดล็อกความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกันมาอย่างยาวนานนี้แล้ว  ยังจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันประเทศไทยให้สามารถก้าวผ่านไปสู่แสงทองแห่งความสดใสโดยมีผลประโยชน์ร่วมกันของคนในชาติเป็นเดิมพันได้อย่างไร</div>
<div id="_mcePaste">และที่เหนืออื่นใดยังเป็นการสะท้อนให้คนทั้งโลกได้เห็นประจักษ์ว่าแม้ประเทศจะกำลังตกอยู่ใน “หลุมดำ” ของคลื่น “สึนามิ” ทางด้านการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศก็ตาม แต่คนไทยก็ยังมีสติปัญญาพอที่จะแยกแยะออกว่าอะไรคือผลประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตัว พร้อมทั้งรวมพลังกันขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปสู่แสงสว่าง  และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นจะต้องก้าวไปยืนเป็นแถวหน้าของการเป็นประเทศผู้นำในกลุ่มอาเซียนให้ได้   เพราะการเป็นประเทศผู้นำอาเซียนนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลตามมาคือนอกจากจะถือเป็นศักดิ์ศรีของประเทศแล้วยังส่งผลดีต่อด้านอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงอำนาจในการต่อรองกับประเทศทั้งหลายทั่วโลก อย่างไรก็ตามการที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นไปยืนเป็นแถวหน้าบนเวทีอาเซียนได้ ทั้งๆ ที่ตัวเองยังตกอยู่ในสภาพที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่เช่นนี้ก็คงจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย  แต่ทั้งนี้จะต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นประชาชนคนไทยทุกคน ตลอดจนหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างใกล้ชิดและจริงจัง</div>
<div id="_mcePaste">โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนคือนอกจากจะต้องมีการตื่นตัวแล้ว ยังจะต้องมีแผนและขั้นตอนในการดำเนินงานที่ชัดเจน และที่เหนืออื่นใดจะต้องมีจัด “ระเบียบการศึกษา” กันใหม่อย่างเร่งด่วน  โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสร้างคนที่มีคุณภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง การคืนครูให้นักเรียน, การจัดให้ครูสอนตามวิชาเอก, ท่องสูตรคูณ–ท่องอาขยาน, คัด–เขียนไทย, คืนไม้เรียว, เรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม, เรียนวิชาภาษาอังกฤษ-จีนอย่างเข้ม, สอนเด็กให้เป็นนักคิด วิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างมีเหตุผล, สอนให้เด็กได้รู้อย่างลึกซึ้งถึงที่มาที่ไป รวมทั้งด้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศในกลุ่มอาเซียน  ตลอดจนเข้าใจบทบาทของประเทศไทยว่าจะเกี่ยวข้องกับอาเซียน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต, การเตรียมคนไว้สำหรับสังคมโลกยุคใหม่ และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ที่สำคัญจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยสำหรับเด็กในระดับประถมจากปัจจุบันที่สอนอ่านเป็นคำ ๆ  มาเป็นการสอนให้เด็กอ่านแบบสะกดคำ พร้อมทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ถึงสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ การแจกรูป แจกคำ ประสมรูป ประสมคำ ฯลฯ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการอ่านออกเขียนได้อย่างถาวร  นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยทุกแห่งจะต้องสร้าง “บล็อกต้นแบบ” ของการผลิตคนในแต่ละสาขาวิชาชีพที่ได้มาตรฐานเพื่อนำไปใช้เป็นเบ้าหล่อหลอมให้เด็กไทยมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ</div>
<div>อย่างไรก็ตามการ “จัดระเบียบการศึกษา” จะบรรลุผลมากน้อยเพียงใดนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับการรวมพลังกันของทุกภาคชนแล้วในซีกการเมืองจะต้องคัดสรรบุคลากรที่จะเข้ามานั่งเป็น “เจ้ากระทรวงคุณครู” อย่างพิถีพิถันคือจะต้องมีทั้งความรู้ มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่น และมีความเสียสละอย่างแท้จริงที่จะทำงานด้านการศึกษา  ที่สำคัญจะต้องไม่แก้ปัญหาการศึกษาแบบการเมือง ซึ่งหากสามารถกระทำได้ตามนี้ก็เชื่อมั่นได้ว่าเส้นทางในการสร้างคนเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนที่มั่นคงนั้นก็คงจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยาก และที่เหนืออื่นใดเมื่อการ “จัดระเบียบการศึกษา” ควบคู่ไปกับการ “ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง” ประสบผลก็จะทำให้เกิดกระแสผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน&#8230;.ตามมาเองโดยธรรมชาติ.</div>
<div id="_mcePaste">สุนทร เชี่ยวพานิช</div>
<p>และที่สำคัญการที่จะสร้างคนให้มีคุณภาพอย่างถาวรนั้นจะต้องอาศัย “การศึกษา” เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยเฉพาะการศึกษาที่ให้ทั้งเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคใหม่ อย่างไรก็ตามนับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรก  แทนที่จะใช้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศชาติแต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนเพราะไปมุ่งเน้นในเรื่องการปรับโครงสร้างของการบริหารงานเป็นส่วนใหญ่จนทำให้ไม่สามารถใช้เป็นกลไกในการสร้างเยาวชนได้เท่าที่ควร ทั้งๆที่ถือเป็นหัวใจที่สำคัญของการพัฒนาคนไทย      ดังนั้นปฏิรูปการศึกษาในรอบสองที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่นี้จึงนับเป็นมิติใหม่ที่คนไทยทุกคนไม่เพียงแต่จะกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเท่านั้นแต่ยังเฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอผลในทางปฏิบัติว่าจะเป็นอย่างที่คาดหวังหรือไม่ และยิ่งการที่ประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน จากจำนวนทั้งหมด 10 ประเทศคือไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ลาว พม่า  มาเลเซีย เวียดนาม บรูไน ฟิลิปปินส์และกัมพูชา ได้ตัดสินใจประกาศ “ปฏิญญาสากล” ต่อชาวโลกว่าจะพัฒนาพลเมืองให้เป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี พ.ศ. 2558 โดยมีข้อตกลงร่วมกันคือ สร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหาร  ตลอดจนในด้านสันติภาพ ความมั่นคงในส่วนภูมิภาค  ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรม  พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาคมอาเซียน รวมทั้งการที่จะให้ความช่วยเหลือกันในรูปแบบของการฝึกอบรม การวิจัยและการส่งเสริมการศึกษา และที่เหนืออื่นใดยังเสริมสร้างในเรื่องประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม ขยายการค้า ปรับปรุงการขนส่ง คมนาคม และสุดท้ายคือการเสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอกองค์การ     จะว่าไปแล้วการที่ประเทศไทยกล้าหาญประกาศ “ปฏิญญาอาเซียน” อย่างมั่นใจให้ชาวโลกได้ยินกันทั่วในทำนองว่าจะสร้างพลเมืองให้เป็นประชาคมอาเซียน   โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศชาติกำลังจมปลักอยู่กับปัญหาวิกฤติทางด้านการเมืองมาเกือบ 5 ปี แม้จะถือเป็นเรื่องที่จำเป็นก็ตาม ขณะเดียวกันก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายคนไทยทุกคนว่าจะสามารถช่วยกันหาทางปลดล็อกความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกันมาอย่างยาวนานนี้แล้ว  ยังจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันประเทศไทยให้สามารถก้าวผ่านไปสู่แสงทองแห่งความสดใสโดยมีผลประโยชน์ร่วมกันของคนในชาติเป็นเดิมพันได้อย่างไร     และที่เหนืออื่นใดยังเป็นการสะท้อนให้คนทั้งโลกได้เห็นประจักษ์ว่าแม้ประเทศจะกำลังตกอยู่ใน “หลุมดำ” ของคลื่น “สึนามิ” ทางด้านการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศก็ตาม แต่คนไทยก็ยังมีสติปัญญาพอที่จะแยกแยะออกว่าอะไรคือผลประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตัว พร้อมทั้งรวมพลังกันขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปสู่แสงสว่าง  และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นจะต้องก้าวไปยืนเป็นแถวหน้าของการเป็นประเทศผู้นำในกลุ่มอาเซียนให้ได้   เพราะการเป็นประเทศผู้นำอาเซียนนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลตามมาคือนอกจากจะถือเป็นศักดิ์ศรีของประเทศแล้วยังส่งผลดีต่อด้านอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงอำนาจในการต่อรองกับประเทศทั้งหลายทั่วโลก อย่างไรก็ตามการที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นไปยืนเป็นแถวหน้าบนเวทีอาเซียนได้ ทั้งๆ ที่ตัวเองยังตกอยู่ในสภาพที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่เช่นนี้ก็คงจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย  แต่ทั้งนี้จะต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นประชาชนคนไทยทุกคน ตลอดจนหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างใกล้ชิดและจริงจัง     โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนคือนอกจากจะต้องมีการตื่นตัวแล้ว ยังจะต้องมีแผนและขั้นตอนในการดำเนินงานที่ชัดเจน และที่เหนืออื่นใดจะต้องมีจัด “ระเบียบการศึกษา” กันใหม่อย่างเร่งด่วน  โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสร้างคนที่มีคุณภาพให้เกิดผลเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง การคืนครูให้นักเรียน, การจัดให้ครูสอนตามวิชาเอก, ท่องสูตรคูณ–ท่องอาขยาน, คัด–เขียนไทย, คืนไม้เรียว, เรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม, เรียนวิชาภาษาอังกฤษ-จีนอย่างเข้ม, สอนเด็กให้เป็นนักคิด วิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างมีเหตุผล, สอนให้เด็กได้รู้อย่างลึกซึ้งถึงที่มาที่ไป รวมทั้งด้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศในกลุ่มอาเซียน  ตลอดจนเข้าใจบทบาทของประเทศไทยว่าจะเกี่ยวข้องกับอาเซียน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต, การเตรียมคนไว้สำหรับสังคมโลกยุคใหม่ และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ที่สำคัญจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยสำหรับเด็กในระดับประถมจากปัจจุบันที่สอนอ่านเป็นคำ ๆ  มาเป็นการสอนให้เด็กอ่านแบบสะกดคำ พร้อมทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ถึงสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ การแจกรูป แจกคำ ประสมรูป ประสมคำ ฯลฯ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการอ่านออกเขียนได้อย่างถาวร  นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยทุกแห่งจะต้องสร้าง “บล็อกต้นแบบ” ของการผลิตคนในแต่ละสาขาวิชาชีพที่ได้มาตรฐานเพื่อนำไปใช้เป็นเบ้าหล่อหลอมให้เด็กไทยมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ     อย่างไรก็ตามการ “จัดระเบียบการศึกษา” จะบรรลุผลมากน้อยเพียงใดนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับการรวมพลังกันของทุกภาคชนแล้วในซีกการเมืองจะต้องคัดสรรบุคลากรที่จะเข้ามานั่งเป็น “เจ้ากระทรวงคุณครู” อย่างพิถีพิถันคือจะต้องมีทั้งความรู้ มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่น และมีความเสียสละอย่างแท้จริงที่จะทำงานด้านการศึกษา  ที่สำคัญจะต้องไม่แก้ปัญหาการศึกษาแบบการเมือง ซึ่งหากสามารถกระทำได้ตามนี้ก็เชื่อมั่นได้ว่าเส้นทางในการสร้างคนเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนที่มั่นคงนั้นก็คงจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยาก และที่เหนืออื่นใดเมื่อการ “จัดระเบียบการศึกษา” ควบคู่ไปกับการ “ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง” ประสบผลก็จะทำให้เกิดกระแสผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน&#8230;.ตามมาเองโดยธรรมชาติ.<br />
สุนทร เชี่ยวพานิช</p>
<p>ภาพและที่มา :  <a href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=42&amp;contentID=144062">หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/10/organize-a-new-thailand-study/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;อูคูเลเล่&#8221;ปะทะ&#8221;เตหน่า&#8221;ความจริงความหวัง“แม่เฒ่าเจาะ”</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/08/ukulele_vs_tenha/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/08/ukulele_vs_tenha/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Jun 2011 06:52:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=773</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/08/ukulele_vs_tenha/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://choice2learn.net/images/News/paka-1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
ความเหนื่อย  เมื่อยล้า หรืออาจจะเข้าขั้นตาลาย เพราะต้องเดินทางมาไกลกว่า 10 กิโลเมตร  ขึ้นเขาลงห้วย บนถนนลูกรังปนโคลน กลิ้งอีกหลายรอบอยู่บนรถกระบะโทรมๆ  โยกไปมาเมื่อตกหลุมบ่อลึกและกว้าง เลียบเลาะตามแนว เขาที่อีกฝั่งคือก้นเหว จนบางครั้งต้องหลับตาปี๋ ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุเหมือนจะรอให้ฝนห่าใหญ่ตกให้ชุ่มฉ่ำตามแบบเทือกเขาร้อนชื้นภาคเหนือหรืออย่างไร เมื่อพยายามเอาขาที่พันและออกอาการสั่นออกจากกันได้ แล้วเหยียบก้าวแรกหน้าโรงเรียนหนองมณฑา หรือที่รู้จักทั่วไปว่า โรงเรียนชาวกะเหรี่ยงปกากะญอ จ.เชียงใหม่ สายตาแวบแรกก็เหลือบไปเห็นเจ้า “กีตาร์น้อย” รางๆ ในอ้อมกอดของเด็กนักเรียนปกากะญอ มือดีดไปปากก็ร้องเพลงตาม ผู้มาเยือนอย่างเราๆ เกิดรู้สึกใจหาย เอ๊ คงเป็นเครื่องดนตรีประจำชนเผ่าแหละ พูดกับตัวเองอย่างนั้น ส่วนอีกใจหนึ่งก็อดภาวนาไม่ได้ว่า คงไม่ใช่ไอ้เจ้า “อูคูเลเล่” (Ukulele) เครื่องดนตรีสุดฮิตของนักล่าวัฒนธรรมฝรั่งตะวันตก ที่ตอนนี้เด็กไทยเมืองกรุง ตามหัวเมืองใหญ่กำลังตกเป็นทาสกันทั่วบ้านทั่วเมืองนะ พอตั้งสติก็เดินปรี่เข้าไปดูใกล้ๆ ใช่แน่แล้ว! กีตาร์น้อยจริงๆ
แม้การจัดการเรียนการสอนที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น &#8220;ต้นแบบการศึกษาแบบบูรณาการวัฒนธรรมท้องถิ่นกับหลักสูตรแกนกลาง&#8221; ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ก็มิอาจต้านการไหลของกระแสโลกาภิวัตน์ได้ เด็กๆ เหล่านี้มิได้ไปไขว่คว้าหาไอ้เจ้า อูคูเลเล่ มาเอง หรือมีความคิดจะหลงลืมเจ้า “เตหน่า” เครื่องดนตรีประจำเผ่ากับบทเพลงชาวปกากะญอขับขานรักษาบ้านรักษาป่า แต่มีผู้ใจดีนำมาบริจาคให้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://choice2learn.net/images/News/paka-1.jpg" alt="" width="200" height="150" /></p>
<p>ความเหนื่อย  เมื่อยล้า หรืออาจจะเข้าขั้นตาลาย เพราะต้องเดินทางมาไกลกว่า 10 กิโลเมตร  ขึ้นเขาลงห้วย บนถนนลูกรังปนโคลน กลิ้งอีกหลายรอบอยู่บนรถกระบะโทรมๆ  โยกไปมาเมื่อตกหลุมบ่อลึกและกว้าง เลียบเลาะตามแนว เขาที่อีกฝั่งคือก้นเหว จนบางครั้งต้องหลับตาปี๋ ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุเหมือนจะรอให้ฝนห่าใหญ่ตกให้ชุ่มฉ่ำตามแบบเทือกเขาร้อนชื้นภาคเหนือหรืออย่างไร <span id="more-773"></span>เมื่อพยายามเอาขาที่พันและออกอาการสั่นออกจากกันได้ แล้วเหยียบก้าวแรกหน้าโรงเรียนหนองมณฑา หรือที่รู้จักทั่วไปว่า โรงเรียนชาวกะเหรี่ยงปกากะญอ จ.เชียงใหม่ สายตาแวบแรกก็เหลือบไปเห็นเจ้า “กีตาร์น้อย” รางๆ ในอ้อมกอดของเด็กนักเรียนปกากะญอ มือดีดไปปากก็ร้องเพลงตาม ผู้มาเยือนอย่างเราๆ เกิดรู้สึกใจหาย เอ๊ คงเป็นเครื่องดนตรีประจำชนเผ่าแหละ พูดกับตัวเองอย่างนั้น ส่วนอีกใจหนึ่งก็อดภาวนาไม่ได้ว่า คงไม่ใช่ไอ้เจ้า “อูคูเลเล่” (Ukulele) เครื่องดนตรีสุดฮิตของนักล่าวัฒนธรรมฝรั่งตะวันตก ที่ตอนนี้เด็กไทยเมืองกรุง ตามหัวเมืองใหญ่กำลังตกเป็นทาสกันทั่วบ้านทั่วเมืองนะ พอตั้งสติก็เดินปรี่เข้าไปดูใกล้ๆ ใช่แน่แล้ว! กีตาร์น้อยจริงๆ</p>
<p style="text-align: left">แม้การจัดการเรียนการสอนที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น &#8220;ต้นแบบการศึกษาแบบบูรณาการวัฒนธรรมท้องถิ่นกับหลักสูตรแกนกลาง&#8221; ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ก็มิอาจต้านการไหลของกระแสโลกาภิวัตน์ได้ เด็กๆ เหล่านี้มิได้ไปไขว่คว้าหาไอ้เจ้า อูคูเลเล่ มาเอง หรือมีความคิดจะหลงลืมเจ้า “เตหน่า” เครื่องดนตรีประจำเผ่ากับบทเพลงชาวปกากะญอขับขานรักษาบ้านรักษาป่า แต่มีผู้ใจดีนำมาบริจาคให้ นับเป็นน้ำใจที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างของที่นี่ พลันหูก็ได้ยินเสียงบทสวดสู่ขวัญพิธีต้อนรับคณะผู้ศึกษาดูงานกระทรวง วัฒนธรรม (วธ.) นำโดย สมชาย เสียงหลาย ปลัดวธ. ของ แม่เฒ่าเจาะ แม่เฒ่าแห่งชุมชนกะเหรี่ยงดังขึ้น ด้ายสายสิญจน์ที่เกี่ยวพันแขนแล้วแขนเหล่าพร้อมกับคำอวยพรให้ทุกคนเจอแต่ เรื่องดีๆ ถัดไปด้านนอกบ้านมุงด้วยหญ้าค้าหลังย่อม พ่อหลวงพิรมย์ นิยมไพรนิเวศน์ ตั้งสำรับกำข้าวห่อใบตอง เคียงด้วยผักสดไร้สารพิษ เหล้าข้าวโพดรสแสบไส้ไว้รอ เมื่ออิ่มท้องเวทีเสวนาประชาคมก็เริ่มขึ้น</p>
<p><img class="alignleft" src="http://choice2learn.net/images/News/paka-4.jpg" alt="" width="150" height="150" /></p>
<p>ไม้เท้าคู่ใจนำพา แม่เฒ่าเจาะ วัย 90 ปี มานั่งฟังอยู่ใกล้ๆ บางครั้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่ทุกครั้งที่ประสานสายตากับผู้มาเยือน แม่เฒ่าเจาะจะฉีกยิ้มเปื้อนน้ำหมากสีแดงให้ตลอดเวลา วงเสวนาวันนั้นประกอบด้วยผู้แทนหลายฝ่าย กระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมเชียงใหม่ ครู นักเรียน กศน. อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันสะท้อนปัญหา</p>
<p>ครูนารีรัตน์ จ๊ะโด ครูโรงเรียนหนองมณฑา บอกว่า เราจัดทำหลักสูตรสำเร็จ แต่ความจริงก็คือ &#8220;หลักสูตรท้องถิ่น&#8221; ของกลุ่มชาติพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนด ทำให้วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายเรื่องที่จะสูญหาย เราต้องแก้ปัญหาโดยให้ผู้รู้ในชุมชนมาประเมินหลักสูตรแทน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมอย่างจริงจังและตรงกับพื้นที่ จึงเห็นว่า การประเมินหลักสูตรท้องถิ่นของชนเผ่าชาติพันธุ์ควรจะมีเกณฑ์การประเมิน ลักษณะพิเศษ โดยยึดสภาพความเป็นจริงของคนในพื้นที่เป็นหลัก เช่นเดียวกับโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</p>
<p>ไม่รวมถึงองคาพยพปัญหาใหญ่ๆ ของชาวกะเหรี่ยงที่สะสมมานาน 50-60 ปี ที่ยังแก้ไม่ตก เช่น ภาพลักษณ์ชาวกะเหรี่ยงถูกเปลี่ยนแปลงไปจากชาวเขาธรรมดา ไปเป็นผู้ปลูกค้าฝิ่น ตัดไม้ทำลายป่า และเป็นภัยความมั่นคงชายแดน ไร้ที่ทำกินเพราะขัดกับนโยบายที่ต้องการอนุรักษ์ป่า แต่ขจัดคน สถานะบุคคลทางกฎหมาย/สัญชาติ การจัดสรรงบประมาณรายหัวตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ชาวกะเหรี่ยง ภาษากะเหรี่ยงที่หากไม่มีการสืบทอดต่ออีก 5-10 ปีข้างหน้าจะสูญหายไป โดยปัญหาทั้งหมดมักมีเรื่องของอำนาจ ชนชั้น และช่องว่างของเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด ทำให้พวกเขาถูกละเลยจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น มีเพียงเอ็นจีโอชาวต่างประเทศหยิบยื่นความช่วยเหลือแบบสะเปะสะปะ</p>
<p>ฟากนักวิชาการยังยืนยันว่า ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่นี่เข้มแข็งที่สุด ชูพินิจ เกษมณี นักวิชาการด้านวัฒนธรรมอิสระ กล่าวว่า ชาวมอวาคีถือเป็นหมู่บ้านที่พยายามรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ได้มากที่สุด แล้ว อย่างเครื่องดนตรีเตหน่า ชาวกะเหรี่ยงปกากะญอที่อื่นสูญหายไปหมดแล้ว &#8220;ผมยังเชื่อว่าแม้เด็กกะเหรี่ยงจะอยู่ในช่วงเห่อเจ้ากีตาร์อูคูเลเล่ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมตะวันตก แต่ทุกคนไม่ลืมเครื่องดนตรีเตหน่าอย่างแน่นอน เป็นของดั้งเดิมเขา ไม่เหมือนภาษากะเหรี่ยงที่เด็กรุ่นใหม่จะไม่พูดแล้ว ขณะที่ความเป็นธุรกิจก็รุกเข้ามาผ่านกลุ่มทัวร์ป่า เหล่านี้ชาวกะเหรี่ยงก็ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง&#8221;</p>
<p><img class="alignleft" src="http://choice2learn.net/images/News/paka-2.jpg" alt="" width="150" height="150" /></p>
<p>&#8220;นุ้&#8221; ด.ช.สิรภพ ดิกล้า นักเรียนชั้น ป.6 ในมือถืออูคูเลเล่ บอกว่า ตอนนี้โรงเรียนเรามีนักเรียน 60-70 คน เด็กทุกคนในหมู่บ้านจะเรียนป.1 ถึง ป.6 ที่นี่ จากนั้นก็เดินทางไปเรียนในตัวอำเภอ หรือที่อื่น ส่วนนุ้เองตั้งใจจะบวชเรียน เขาบอกว่า เด็กๆ ที่นี่ชอบใส่ชุดประจำเผ่ามาเรียนหนังสือทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ส่วนเครื่องดนตรีอูคูเลล่ารู้จักเพราะมีคนสิงคโปร์เอามาบริจาคให้ ตอนหัดยากกว่าเตหน่า และคงไม่สามารถมาทดแทนเตหน่าที่เห็นมาตั้งแต่จำความได้ เขาบอกอีกว่า โชคดีที่เรียนที่นี่พูดได้ 4 ภาษา ปกากะญอ ภาษาเหนือ(คำเมือง) ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ</p>
<p>ความจริงและความหวังของชนเผ่ากะเหรี่ยงในวันนี้ แม้ดูริบหรี่ในสายตาบางคน แต่สำหรับ แม่เฒ่าเจาะ กับไม้เท้าคู่ใจในชุดประจำเผ่า ยังคงมุ่งมั่นสืบทอดเรื่องราวประเพณีตั้งแต่เกิดจนตาย ดนตรี ซอ เพลงปกากะญอ ในฐานะครูภูมิปัญญาให้แก่เด็กๆ ทุกวันศุกร์และเสาร์</p>
<p>หญิงชรา อยากให้สิ่งที่ทำวันนี้ยังอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แม่ตาย แม่จะสอนลูกสาว ให้ลูกสาวสอนหลานต่อไป ให้ทุกคนรู้จักทำไร่ ทำนา ปลูกผัก ถั่ว ข้าว ทำไป กินไป ไม่ต้องซื้อ วันพระก็พาเด็กๆ ไปเข้าวัดหนองมณฑาสืบทอดความเป็นชาวพุทธกะเหรี่ยง ดังบทเพลงของเด็กๆ ดังกึกก้องป่าอำลาคณะศึกษาดูงานวันนั้น ที่มีใจความว่า “เราจงรักษาบ้านเราให้ดี เราจะมีกินมีใช้ตลอดไป”</p>
<p><span style="color: #ff0000"><strong>ภาพและที่มา :</strong></span> <a href="http://www.komchadluek.net/detail/20110607/99719/%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E2%80%9C%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%92%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E2%80%9D.html">หนังสือพิมพ์คมชัดลึก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/08/ukulele_vs_tenha/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานเวทีวิเคราะห์ปัญหาและข้อเสนอแนะทางออกของ โรงเรียนขนาดเล็ก บริเวณพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี อยุธยา สุพรรณบุรี ฯ</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/06/04/770/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/06/04/770/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Jun 2011 07:54:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Events]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=770</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/06/04/770/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>
คณะทำงานภาคกลางได้ร่วมกันจัดงานเวทีวิเคราะห์ปัญหาและข้อเสนอแนะทางออกของ
โรงเรียนขนาดเล็ก บริเวณพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี อยุธยา สุพรรณบุรี ฯ
โดยมีกำหนดการจัดงานในวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2554 ณ หอประชุมโรงเรียนเลาขวัญราษฎร์บำรุง 
อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เวลา 08.00 น. - 12.00 น.

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>
<pre>คณะทำงานภาคกลางได้ร่วมกันจัดงานเวทีวิเคราะห์ปัญหาและข้อเสนอแนะทางออกของ
โรงเรียนขนาดเล็ก บริเวณพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี อยุธยา สุพรรณบุรี ฯ
โดยมีกำหนดการจัดงานในวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2554 ณ หอประชุมโรงเรียนเลาขวัญราษฎร์บำรุง 
อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เวลา 08.00 น. - 12.00 น.</pre>
</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/06/04/770/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลุกศธ.พัฒนา&#8217;บ้านเรียน&#8217; เพิ่มทางเลือกนอกระบบเพื่อเด็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/05/31/homeschoo/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/05/31/homeschoo/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 May 2011 04:58:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=765</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/05/31/homeschoo/"><img align="left" hspace="5" width="90" height="90" src="http://choice2learn.net/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สมาคม บ้านเรียนไทย ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประชุมสัมมนาเรื่อง &#8220;ก้าวแรกและก้าวใหม่ ก้าวอย่างไร สู่บ้านเรียน&#8221; เมื่อเร็วๆ นี้ โดย นายชาตรี เนาวธีรนนท์ นายกสมาคมบ้านเรียนไทย กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีการปฏิรูปการศึกษามากว่า 10 ปี แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุณภาพทั้งด้านวิชาการ ด้านศักยภาพ ไอคิว อีคิว ของเด็กไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการศึกษาทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย เช่น การจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือที่เรียกว่า โฮมสคูล ซึ่งปัจจุบันมีครอบครัวที่ขอจดทะเบียนจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎกระทรวงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดย ครอบครัว พ.ศ. 2547 จำนวน 101 ครอบครัว มีนักเรียนจำนวน 203 คน และยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่ได้ยื่นขอจดทะเบียน ขณะที่ในอนาคตจะมีครอบครัวใหม่ๆ ที่สนใจจะจัดการศึกษาเองอีกเป็นจำนวนมาก
นาย ชาตรี กล่าวว่า การจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล ยังมีปัญหาและอุปสรรค ต้องจัดหลักสูตรการศึกษา การประเมินผล ตามมาตรฐานที่ศธ.กำหนด ถือเป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะการจัดศึกษาของทั้ง 2 ระบบมีความแตกต่างกัน จึงควรให้มีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สมาคม บ้านเรียนไทย ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประชุมสัมมนาเรื่อง &#8220;ก้าวแรกและก้าวใหม่ ก้าวอย่างไร สู่บ้านเรียน&#8221; เมื่อเร็วๆ นี้ โดย นายชาตรี เนาวธีรนนท์ นายกสมาคมบ้านเรียนไทย กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีการปฏิรูปการศึกษามากว่า 10 ปี แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุณภาพทั้งด้านวิชาการ ด้านศักยภาพ ไอคิว อีคิว ของเด็กไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการศึกษาทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย <span id="more-765"></span>เช่น การจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือที่เรียกว่า โฮมสคูล ซึ่งปัจจุบันมีครอบครัวที่ขอจดทะเบียนจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎกระทรวงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดย ครอบครัว พ.ศ. 2547 จำนวน 101 ครอบครัว มีนักเรียนจำนวน 203 คน และยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่ได้ยื่นขอจดทะเบียน ขณะที่ในอนาคตจะมีครอบครัวใหม่ๆ ที่สนใจจะจัดการศึกษาเองอีกเป็นจำนวนมาก</p>
<p>นาย ชาตรี กล่าวว่า การจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล ยังมีปัญหาและอุปสรรค ต้องจัดหลักสูตรการศึกษา การประเมินผล ตามมาตรฐานที่ศธ.กำหนด ถือเป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะการจัดศึกษาของทั้ง 2 ระบบมีความแตกต่างกัน จึงควรให้มีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ นอกจากนี้ ครอบครัวที่จัดการศึกษาทางเลือกยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก ศธ.</p>
<p>ด้าน นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ยอมรับว่าการดำเนินการขอจดทะเบียนจัดการศึกษาโดยครอบครัว มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ผู้ขอจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนการศึกษา มีการวัดผล ประเมินผลตามมาตรฐานของ ศธ. ซึ่งสภาการศึกษาจะนำปัญหาต่างๆ ไปพัฒนาปรับปรุงนโยบายเพื่อลดความยุ่งยาก ทั้งนี้ ปัจจุบันมีหลายครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ เด็กสามารถเข้าเรียนต่อในระดับสูงเป็นจำนวนมาก เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องสนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาทางเลือก ไม่จำเป็นต้องมีแค่การศึกษาในระบบ</p>
<p>&#8220;การศึกษาโดยครอบครัว มีจุดเด่นที่ผู้สอน หรือผู้ปกครอง จะมีความใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด สามารถฝึกให้เด็ก เรียนรู้ ฝึกคิด วิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ง่ายกว่าการเรียนในห้องสี่เหลี่ยม และยังช่วยให้สามารถดึงศักยภาพของเด็กออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้ปกครองจะรู้ว่าเด็กมีความสามารถ จุดเด่นตรงไหน เพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่&#8221; นางสุทธศรี กล่าว</p>
<p>นาง ปทุมรัตน์ เหรียญไพศาล รองผอ.สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า หลายครอบครัวที่ต้องการจัดการศึกษา และร้องเรียนให้ศธ. ปรับปรุงแก้ไขทั้งปัญหาหลักสูตรการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ปัญหาการจัดประเมินผลผู้เรียนที่ยังขาดความยืดหยุ่น ปัญหาการเทียบโอนผลการเรียน และปัญหาการให้บริการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ยังขาดความเข้าใจ ซึ่งศธ.จะได้นำปัญหาไปทำแผนพัฒนานโยบายปรับปรุง นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาระบบการรองรับเด็กนักเรียนที่มาจากระบบการศึกษาทางเลือก และมีความประสงค์จะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ระดับอาชีวะ เพื่อส่งให้เด็กไปถึงจุดสูงสุดได้</p>
<p>ผู้ปกครองที่จัดการศึกษาด้วยตัวเองให้กับเด็ก สามารถรับสิทธิประโยชน์จากศธ. อาทิ เงินอุดหนุนรายหัว เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์ นักเรียน หนังสือเรียน หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เหมือนกับเด็กนักเรียนในระบบทั่วไป โดยสามารถติดต่อขอรับสิทธิ์ได้ที่สำนักงานเขตการศึกษาในพื้นที่</p>
<p>ที่มา :  <a href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpIVXdOVE14TURVMU5BPT0=&amp;sectionid=TURNeE5RPT0=&amp;day=TWpBeE1TMHdOUzB6TVE9PQ==">หนังสือพิมพ์ข่าวสด</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/05/31/homeschoo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตบเท้าคัดค้านนโยบายยุบโรงเรียนเล็ก</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/05/11/%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/05/11/%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 May 2011 03:29:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=757</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/05/11/%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.baanusaby.com/image/DSC_1596.JPG" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เลขาธิการ​สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือก ได้​ถือ​ป้าย​ประท้วงตบเท้า คัดค้านนโยบายยุบโรงเรียนเล็ก สั่ง​เบรก​ทำ​ประชาพิจารณ์​ก่อน​ชี้ขาด ขู่​ฟ้อง​ศาล​เหตุ​ทำ​คน​จน​เสีย​สิทธิ&#8230;
เมื่อ​วัน​ที่ 10 พ.ค.​ที่​กระทรวง​ศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้​แทน​กลุ่ม​โรงเรียน​ทาง​เลือก​ประมาณ 20 คน นำ​โดยนาย​ชัชวาลย์ ทอง​ดี​เลิศ เลขาธิการ​สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือก ได้​ถือ​ป้าย​ประท้วง​พร้อม​ยื่น​หนังสือ​คัดค้าน​นโยบาย​ยุบ​ควบ​รวม โรงเรียน​ขนาด​เล็ก​ต่อนาย​ชิน​วรณ์ บุ​ณย​เกียรติ รมว.​ศึกษาธิการ และ ดร.​ชิน​ภัทร ภูมิ​รั​ตน เลขาธิการ​คณะ​กรรมการ​การ​ศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน (กพฐ.) โดย​มี​ผู้​แทน​จาก​สำนักงาน​รัฐมนตรี​รับ​เรื่อง​ร้องเรียน​ดัง​กล่าว​ไว้  โดย​นาย​ชัชวาลย์กล่าว​ว่า นโยบาย​ยุบ​ควบ​รวม​โรงเรียน​ขนาด​เล็ก ใน​สังกัด​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​การ​ศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน (สพฐ.) จาก​ที่​มี​ทั้งหมด 14,000 โรงเรียน​ทั่ว​ประเทศ​ลง​เหลือ 7,000 โรงเรียน หรือ 50% ภายใน​ปี 2561 ซึ่ง สพฐ.ได้​สั่ง​การ​ให้​สำนักงาน​เขต​พื้นที่​การ​ศึกษา​ไป​จัด​ทำ​ แผน​ยุบ หรือ​ควบ​รวม​โรงเรียน​ที่​ชัดเจน​มา โดย​มี​เป้าหมาย​ลอต​แรก 2,500 โรงเรียน นโยบาย​ดัง​กล่าว​ส่ง​ผล​กระทบ​ต่อ​ประชาชน​ใน​วง​กว้าง และ​เด็ก​กว่า 1 ล้าน​คน​ที่​มี​ฐานะ​ยากจน​ได้​รับ​ความ​เดือดร้อน
นาย ​ชัชวาลย์กล่าว​อีก​ว่า นโยบาย​ดัง​กล่าว​ขัด​กับ​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญ เพราะ​จะ​ทำให้​ประชาชน​ไม่ได้​รับ​บริการ​ทางการ​ศึกษา​อย่าง​ทั่วถึง​และ​มี​คุณภาพ คือ ลูก​หลาน​ต้อง​ย้าย​ไป​เรียน​ใน​โรงเรียน​ใหม่​ที่​ห่างไกล​จาก​บ้าน และ​ขัด​หลักการ​กระจาย​อำนาจ​การบริหารและ​การ​จัดการ​ศึกษา​ที่​ให้​มุ่ง​ เน้น​การ​มี​ส่วน​ร่วม​ของ​ชุมชนและ​ผู้​มี​ส่วน ได้ส่วนเสีย​ใน​พื้นที่ เพราะ​แผน​ยุบ หรือ​ควบ​รวม​โรงเรียน​ขนาด​เล็ก​ไม่ได้​มี​การ​ทำ​ประชาพิจารณ์​สอบ​ถาม​ความ​คิดเห็น​จาก​ประชาชน​ใน​พื้นที่​เลย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.baanusaby.com/image/DSC_1596.JPG" alt="" width="300" height="200" />เลขาธิการ​สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือก ได้​ถือ​ป้าย​ประท้วงตบเท้า คัดค้านนโยบายยุบโรงเรียนเล็ก สั่ง​เบรก​ทำ​ประชาพิจารณ์​ก่อน​ชี้ขาด ขู่​ฟ้อง​ศาล​เหตุ​ทำ​คน​จน​เสีย​สิทธิ&#8230;</p>
<p>เมื่อ​วัน​ที่ 10 พ.ค.​ที่​กระทรวง​ศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้​แทน​กลุ่ม​โรงเรียน​ทาง​เลือก​ประมาณ 20 คน นำ​โดยนาย​ชัชวาลย์ ทอง​ดี​เลิศ เลขาธิการ​สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือก ได้​ถือ​ป้าย​ประท้วง​พร้อม​ยื่น​หนังสือ​คัดค้าน​นโยบาย​ยุบ​ควบ​รวม โรงเรียน​ขนาด​เล็ก​ต่อนาย​ชิน​วรณ์ บุ​ณย​เกียรติ รมว.​ศึกษาธิการ และ ดร.​ชิน​ภัทร ภูมิ​รั​ตน เลขาธิการ​คณะ​กรรมการ​การ​ศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน (กพฐ.) โดย​มี​ผู้​แทน​จาก​สำนักงาน​รัฐมนตรี​รับ​เรื่อง​ร้องเรียน​ดัง​กล่าว​ไว้  <span id="more-757"></span>โดย​นาย​ชัชวาลย์กล่าว​ว่า <span style="color: #0000ff">นโยบาย​ยุบ​ควบ​รวม​โรงเรียน​ขนาด​เล็ก ใน​สังกัด​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​การ​ศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน (สพฐ.) จาก​ที่​มี​ทั้งหมด 14,000 โรงเรียน​ทั่ว​ประเทศ​ลง​เหลือ 7,000 โรงเรียน หรือ 50% ภายใน​ปี 2561 ซึ่ง สพฐ.ได้​สั่ง​การ​ให้​สำนักงาน​เขต​พื้นที่​การ​ศึกษา​ไป​จัด​ทำ​ แผน​ยุบ หรือ​ควบ​รวม​โรงเรียน​ที่​ชัดเจน​มา โดย​มี​เป้าหมาย​ลอต​แรก 2,500 โรงเรียน นโยบาย​ดัง​กล่าว​ส่ง​ผล​กระทบ​ต่อ​ประชาชน​ใน​วง​กว้าง และ​เด็ก​กว่า 1 ล้าน​คน​ที่​มี​ฐานะ​ยากจน​ได้​รับ​ความ​เดือดร้อน</span></p>
<p>นาย ​ชัชวาลย์กล่าว​อีก​ว่า<span style="color: #0000ff"> นโยบาย​ดัง​กล่าว​ขัด​กับ​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญ เพราะ​จะ​ทำให้​ประชาชน​ไม่ได้​รับ​บริการ​ทางการ​ศึกษา​อย่าง​ทั่วถึง​และ​มี​คุณภาพ คือ ลูก​หลาน​ต้อง​ย้าย​ไป​เรียน​ใน​โรงเรียน​ใหม่​ที่​ห่างไกล​จาก​บ้าน และ​ขัด​หลักการ​กระจาย​อำนาจ​การบริหารและ​การ​จัดการ​ศึกษา​ที่​ให้​มุ่ง​ เน้น​การ​มี​ส่วน​ร่วม​ของ​ชุมชนและ​ผู้​มี​ส่วน ได้ส่วนเสีย​ใน​พื้นที่ เพราะ​แผน​ยุบ หรือ​ควบ​รวม​โรงเรียน​ขนาด​เล็ก​ไม่ได้​มี​การ​ทำ​ประชาพิจารณ์​สอบ​ถาม​ความ​คิดเห็น​จาก​ประชาชน​ใน​พื้นที่​เลย ดังนั้น ​สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือก จึง​ขอ​ให้​กระทรวง​ศึกษาธิการ​และ สพฐ. ยุติ​การ​ดำเนิน​การ​ตาม​นโยบาย  รวม​ถึง​ยุติ​การ​สั่ง​การ​ให้​เขต​ พื้นที่​การ​ศึกษา​ยุบ หรือควบ​รวม​โรงเรียน​ขนาด​เล็ก​ไว้​ก่อน</span> โดย​จัดตั้ง​คณะ​ทำ​งาน​ร่วม​กัน​ระหว่าง​ภาค​รัฐ​และ​ภาค​ประชาสังคม จัด​ให้​มี​เวที​ประชาคม​รับ​ฟัง​ปัญหา​และ​ข้อ​เสนอ​แนะ​จาก​ทุก​ภาค​ส่วน​ ใน​เรื่อง​ดัง​กล่าว  เพื่อ​ให้​ทุก​ฝ่าย​ที่​เกี่ยวข้อง​ได้​มี​ส่วน​ร่วม​ ใน​การ​แก้​ปัญหา หาก​มี​การ​ประชาพิจารณ์​แล้ว​พบ​ว่า​โรงเรียน​ใดไม่​สามารถ​ที่​จะ​หา​ ทางออก​อื่น​ได้​ก็​ค่อย​ยุบ ทั้งนี้ สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือกขอ​ให้​กระทรวง​ศึกษาธิการ​และ สพฐ.​ให้​คำ​ตอบ​ภาย ใน 30 วัน หาก​ยัง​ไม่​มี​การ​ดำเนิน​การ​ใดๆ ทาง​สภา​การ​ศึกษา​ทาง​เลือก​จะ​ดำเนิน​การ​ยื่น​ฟ้อง​ต่อ​ศาล​ปกครอง หรือศาล​รัฐธรรมนูญ​ต่อ​ไป เนื่องจาก​ออก​นโยบาย​ที่​ทำให้​ประชาชน​เสีย​สิทธิ.</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือปลายเหตุ?</p>
<p>ช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน ของแต่ละปี เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วที่มักจะได้ยินข่าวคราวของเด็กนักเรียนกับการสอบแข่งขันและความเครียดความกดดันจากการสอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษา โรงเรียนชั้นนำ ทั้งการสอบแข่งขัน O-net, A-net  และ Gat-pat เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เด็กเหล่านี้ต่างก็ตกอยู่ในภาวะเครียด ผิดหวัง เสียใจ และทำให้ตัดสินใจทำอะไรโดยไม่คิด อย่างที่เป็นข่าวคราวกันมาโดยตลอด ที่ไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนเท่านั้น แต่ความเครียดและการกดดันจากการแข่งขันในระบบการศึกษาไทย กำลังลุกลามไปที่ผู้ปกครองของเด็กๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p>กล่าวได้ว่า ปัจจุบันเด็กนักเรียนทั้งในเมืองและชนบท ล้วนมีความทุกข์จากระบบการศึกษาไม่แตกต่างกัน เด็กๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียนกับหนังสือตำรากองโต ความรู้ไกลตัว ไกลท้องถิ่น ตกเย็นก็ต่อด้วยการเรียนกวดวิชา เรียนพิเศษสารพัดสารพันอย่าง เรียนหนักติวเข้มกันตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ซ้ำร้ายสภาพแวดล้อมของสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ใช้ระบบแอดมิดชั่น ก็ส่งผลทำให้เด็กนักเรียนต้องวิ่งอาศัยความรู้จากโรงเรียนกวดวิชามากขึ้น โรงเรียนกวดวิชาผุดขึ้นราวดอกเห็ดและกิจการรุ่งเรือง ขยายสาขากันมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วในแต่ละปีกลับยังพบว่ามีบัณฑิตจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับปัญหาการว่างงาน ขณะที่ชุมชนท้องถิ่นเต็มไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ ส่วนคนหนุ่มสาวยังเฝ้าหางานในเมืองต่อไป</p>
<p>ขณะที่ระบบการศึกษาไทยไม่สามารถตอบสนองสร้างเด็กเยาวชน คนรุ่นใหม่ได้ภายใต้โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นหรือพื้นที่ในเมืองหลายแห่งกลับมีการจัดการเรียนการสอนที่เป็นทางเลือกในการสร้างการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน</p>
<p>ทั้งนี้ การศึกษาทางเลือกในประเทศไทย เริ่มเกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปีแล้ว ดังเช่นการเกิดขึ้นของโรงเรียนทางเลือกอย่าง โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนทอสี โรงเรียนมาตยกุล โรงเรียนสัตยาไส หรือ โรงเรียนสัมมาสิกขา(อโศก) และอื่นๆ อีกหลายแห่งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบของการจัดการเรียนรู้อย่างไม่เป็นทางการ เช่น ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา โรงเรียนชาวนา โรงเรียนม่อนแสงดาว ศูนย์เพื่อลูกหญิง รวมทั้งการจัดการศึกษาแบบบ้านเรียน (Home School) เป็นต้น</p>
<p>การริเริ่มดังกล่าวนี้เกิดขึ้นก่อนการปฏิรูปการศึกษา ปี 2542 และเป็นที่มาส่วนหนึ่งของแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชนในสังคมไทยอย่างสมบูรณ์รอบด้าน ที่มิได้เน้นแต่วิชาการอย่างเดียว ซึ่งปรากฏเป็นรูปธรรมทั้งการระบุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ. 2540 และในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 และมีโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งในชนบทที่มีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน เกิดการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เกิดกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีพ่อครู แม่ครู ปราชญ์ชาวบ้านมาสอนลูกสอนหลานในชุมชน</p>
<p>หากแต่ ภายใต้นโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (2553-2561) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งเป้าว่าเมื่อสิ้นสุดการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 แล้ว จะส่งผลให้เกิดการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 7,000 โรง หรือ 50% ของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่ถึง 1.4 หมื่นโรงทั่วประเทศ โดย สพฐ. มีจุดมุ่งหมายในการยุบดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณด้านการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องกระจายงบประมาณไปตามโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่เป็นหมื่นโรง ประกอบเหตุผลที่มีโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งที่ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ เพราะต้องบริหารจัดการในภาวะขาดแคลนงบประมาณและบุคลากร การยุบจึงเป็นทางออกหนึ่งของสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น</p>
<p>ขณะเดียวกัน สพฐ. ก็ได้จัดทำโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล ที่กำลังดำเนินการในปีการศึกษา 2553 จำนวน 182 แห่ง เพื่อให้แต่ละตำบลมีโรงเรียนดีอย่างน้อย 1 หรือ 2 โรงเรียน โรงเรียนดีประจำตำบล ด้วยเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่รองรับเด็กจากโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบให้เข้ามาเรียนแทน และจัดสรรโยกย้ายข้าราชการในระดับตำแหน่งผู้บริหารของโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบ ให้มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมในโรงเรียนดีประจำตำบล โดยใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนดีประจำตำบลที่มีผู้อำนวยการร่วมหลายคน</p>
<p>แผนและทิศทางการยุบโรงเรียนขนาดเล็กและการเยียวยาต่างๆ ที่ถูกวางไว้ คาดหวังไว้ว่าจะเกิดขึ้นได้จริงนั้น สะท้อนให้เห็นถึง การขาดความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญขั้นพื้นฐานของการจัดการเรียนรู้โดยชุมชน เนื่องจากการก่อตั้งโรงเรียนขนาดเล็กในท้องถิ่นแต่ละแห่งนั้นมิได้ตั้งขึ้นมาอย่างง่ายดาย แต่เกิดจากความเรียกร้องความต้องการของชุมชนท้องถิ่นจนมีการเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในชุมชน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และในหลายพื้นที่ก็ยังพบว่าชุมชนมีส่วนร่วมในการสร้างโรงเรียน ทั้งช่วยกันหาไม้หาอุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยกันก่อสร้างโรงเรียน ลงขัน ลงแรง ระดมความคิดเห็น</p>
<p>และรวมทั้งในอีกหลายชุมชนก็ได้สนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนในท้องถิ่น มีกิจกรรมทั้งทางวัฒนธรรม ประเพณีที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างโรงเรียนและชุมชนมาโดยตลอด โดยหวังให้โรงเรียนเป็นที่ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ให้ลูกหลานได้มีปัญญา เก่งกล้าสามารถ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในอนาคต โดยไม่ละเลย หลงลืมรากเหง้า ภูมิปัญญาและตัวตนของตัวเอง</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ดังกล่าวนี้เอง การดำเนินนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็กนั้นย่อมจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับท้องถิ่น ส่งผลกระทบอย่างมากตามมาจากการที่เด็กต้องเดินทางไปเรียนไกลขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กที่พ่อแม่ ผู้ปกครองยังต้องไปรับไปส่งหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลานมากขึ้นจากรายจ่ายค่ารถรับส่ง ที่แม้ว่า สพฐ. เสนอจะให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามารับผิดชอบก็ตามที ฯลฯ</p>
<p>ขณะเดียวกัน ผลกระทบที่สำคัญที่สุดที่ถูกละเลยมองข้ามคือผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น เนื่องจากการชุมชนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนโยบายที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนได้ จะปฏิเสธได้หรือไม่ว่าการจัดการศึกษาให้แก่ลูกหลานไม่ใช่เรื่องสำคัญของชุมชน</p>
<p>เพราะแท้จริงแล้วนี่คืออนาคตของชุมชน อนาคตที่ตกทอดสู่มือลูกหลาน ดังนั้นการดึงเด็กออกจากกระบวนการเรียนรู้วิถีของชุมชนท้องถิ่น ย่อมส่งผลกระทบอย่างแน่นอนต่อการสร้างการเรียนรู้คุณค่าของตัวเองและของชุมชน ซึ่งเป็นฐานความรู้ที่โรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนในเมืองไม่สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ได้ ซึ่งข้อเท็จจริงเช่นนี้ล้วนมีรูปธรรมดังปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน</p>
<p>ดังนั้น สภาการศึกษาทางเลือก ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของโรงเรียน สถาบัน องค์กร และกลุ่มการศึกษาทางเลือกอันหลากหลายทั่วประเทศ เครือข่ายความร่วมมือต่างๆ ได้แก่ เครือข่ายการศึกษาทางเลือก เครือข่ายโรงเรียนไทยไท และเครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา ฯลฯ ในฐานะหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนผลักดันการปฏิรูปการศึกษาไทย จึงมีมติร่วมกันไม่เห็นด้วยต่อนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยเชื่อว่าไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและอาจซ้ำเติมให้ปัญหาของระบบการศึกษาไทยเลวร้ายมากยิ่งขึ้น</p>
<p>สภาการศึกษาทางเลือก ขอเรียกร้องและมีข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้</p>
<p>1.พิจารณายุตินโยบายการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก</p>
<p>2.เสนอให้เกิดกระบวนการจัดเวทีประชาคม โรงเรียน สำนักงานเขตการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคี และกลุ่มการศึกษาทางเลือกในพื้นที่ที่จะมีการยุบและควบรวมโรงเรียน เพื่อวิเคราะห์ปัญหา หาทางแก้ไขและตัดสินใจร่วมกัน</p>
<p>3.เสนอให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ประกอบด้วย ผู้แทนของกระทรวงศึกษาธิการ<br />
ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากคณะกรรมการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก ผู้ปกครอง และกลุ่มการศึกษาทางเลือก เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กโดยภาพรวม</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.thairath.co.th/content/edu/170505">หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/05/11/%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทางเลือกการศึกษาใหม่ &#8216;วิทยาลัยแม่ชี&#8217;เรียนรู้คู่คุณธรรม</title>
		<link>http://choice2learn.net/blog/2011/05/10/nun-college/</link>
		<comments>http://choice2learn.net/blog/2011/05/10/nun-college/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 May 2011 03:32:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://choice2learn.net/?p=749</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://choice2learn.net/blog/2011/05/10/nun-college/"><img align="left" hspace="5" width="90" src="http://www.baanusaby.com/image/nun1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a> มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ (มปถ.) หรือ &#8220;วิทยาลัยแม่ชี&#8221; ภายใต้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เกิดขึ้นเพื่อมุ่งยกระดับแม่ชีไทย สู่การสร้างหญิงผู้มีธรรมให้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมไทย

วิทยาลัยบัณฑิตสตรีวิถีพุทธแห่งแรกของไทย ก่อตั้งมากว่า 13 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 โดยสถาบันแม่ชีไทย สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นได้ใช้บ้านพักฉุกเฉินเป็นที่เรียน หลังจากนั้นมีผู้บริจาคที่ดิน จึงเริ่มมีการสร้างเป็นวิทยาเขตปัจจุบัน ณ ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ขนาด 77 ไร่ ซึ่งมีความพร้อมทั้งสถานที่ในการเรียนการสอน หอพักนักศึกษา อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ
การจัดการศึกษาที่เป็นระบบเพื่อเป็นการเรียนรู้คุณธรรมควบคู่วิชาการ โดยมี พระเมธีธรรมสาร เป็นผอ.วิทยาลัย และร่วมบริหารโดยคณะแม่ชี เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ด้วยระบบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพมาตรฐานเช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาอื่น

การเปิดรับเฉพาะนักศึกษาที่เป็นแม่ชีและสตรีทั่วไปที่จบการศึกษา ป.ธ.5, จบชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า ไม่จำกัดอายุ เข้าศึกษาแบบประจำและไปกลับ โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะมีวุฒิเทียบเท่าปริญญาตรี คณะวิชาพุทธศาสนา
ขณะนี้มีนักศึกษาประมาณ 80 คน เปิดสอน 2 คณะคือ คณะศึกษาและปรัชญา สาขาวิชาเอกพุทธศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกการสอนภาษาอังกฤษ
โดยในปี 2554 จะเริ่มเปิดรับนักศึกษาใหม่ในคณะศึกษาศาสตร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.baanusaby.com/image/nun1.jpg" alt="" width="322" height="241" /> มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ (มปถ.) หรือ &#8220;วิทยาลัยแม่ชี&#8221; ภายใต้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เกิดขึ้นเพื่อมุ่งยกระดับแม่ชีไทย สู่การสร้างหญิงผู้มีธรรมให้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมไทย<br />
<span id="more-749"></span><br />
วิทยาลัยบัณฑิตสตรีวิถีพุทธแห่งแรกของไทย ก่อตั้งมากว่า 13 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 โดยสถาบันแม่ชีไทย สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นได้ใช้บ้านพักฉุกเฉินเป็นที่เรียน หลังจากนั้นมีผู้บริจาคที่ดิน จึงเริ่มมีการสร้างเป็นวิทยาเขตปัจจุบัน ณ ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ขนาด 77 ไร่ ซึ่งมีความพร้อมทั้งสถานที่ในการเรียนการสอน หอพักนักศึกษา อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ</p>
<p>การจัดการศึกษาที่เป็นระบบเพื่อเป็นการเรียนรู้คุณธรรมควบคู่วิชาการ โดยมี พระเมธีธรรมสาร เป็นผอ.วิทยาลัย และร่วมบริหารโดยคณะแม่ชี เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ด้วยระบบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพมาตรฐานเช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาอื่น</p>
<p><img src="http://www.baanusaby.com/image/nun2.jpg" alt="" width="328" height="246" /></p>
<p>การเปิดรับเฉพาะนักศึกษาที่เป็นแม่ชีและสตรีทั่วไปที่จบการศึกษา ป.ธ.5, จบชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า ไม่จำกัดอายุ เข้าศึกษาแบบประจำและไปกลับ โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะมีวุฒิเทียบเท่าปริญญาตรี คณะวิชาพุทธศาสนา</p>
<p>ขณะนี้มีนักศึกษาประมาณ 80 คน เปิดสอน 2 คณะคือ คณะศึกษาและปรัชญา สาขาวิชาเอกพุทธศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกการสอนภาษาอังกฤษ</p>
<p>โดยในปี 2554 จะเริ่มเปิดรับนักศึกษาใหม่ในคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกการสอนพระพุทธศาสนา</p>
<p>นอกเหนือจากกิจวัตรการทำวัตรเช้า-เย็น และเรียนตามปกติแล้ว มีการแต่งตั้งประธานนักศึกษา และแบ่งนักศึกษาเป็น 5 กลุ่ม รับผิดชอบต่อชุมชนวิทยาลัยของตนเอง ได้แก่ กลุ่มบิณฑบาต กลุ่มดูแลรักษาน้ำ กลุ่มอาหาร กลุ่มสันทนาการ และ กลุ่มจัดการขยะ</p>
<p>นักศึกษามาจากหลากหลายพื้นฐานและประสบการณ์ชีวิต บางคนตัดสินใจมาเรียนเอง บางคนผู้ปกครองเห็นด้วย และบางคนผู้ปกครองยังไม่เข้าใจในช่วงเริ่มต้น แต่ทุกคนล้วนเป็นผู้สนใจในธรรมะและพุทธศาสนาทั้งสิ้น</p>
<p>แม่ชี ดร.ไพเราะ ทิพยทัศน์ อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์พิเศษของมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย กล่าวว่า สังคมปัจจุบันมีแต่เรื่องกระแสที่รุนแรง การมาเรียนที่นี่ทำให้เรามีธรรมวินัยที่คอยช่วยกั้นกระแส พ้นจากกระแสด้วยปัญญาธรรม</p>
<p>แม่ชี จิดาภา ศรีสุข ศิษย์เก่ารุ่นที่ 3 เจ้าหน้าที่มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย เล่าให้ฟังว่า จากการออกหาตาน้ำบนเขาที่สูงขึ้นเพื่อสร้างระบบเก็บกัก กรองน้ำ จัดการดูแลเองทั้งระบบ วันนี้เราไม่ขาดแคลนน้ำแล้ว ซึ่งที่แห่งนี้จะปลูกฝังให้ทุกคนใช้วัตถุดิบธรรมชาติโดยไม่ต้องซื้อ</p>
<p>คุณลักขณา เงางาม ศิษย์เก่ารุ่นที่ 7 ครูพี่เลี้ยง โรงเรียนทอสี บอกว่า &#8220;ตอนเข้ามาเรียนครั้งแรกไม่ได้บอกแม่ เพราะแม่ไม่เห็นด้วย เมื่อมาเรียนเหมือนได้ 2 เด้ง ได้ทั้งเรียนหนังสือและได้ธรรมะเข้ามาในชีวิต สามารถนำเรื่องอิทธิบาท 4 ไปปรับใช้และแก้ปัญหาในการทำงานได้ และแม่เข้าใจแล้ว&#8221;</p>
<p>มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษารุ่นใหม่ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 พ.ค. จำนวน 200 คน ค่าเรียนเดือนละ 360 บาท สอบถามข้อมูล โทร. 0-4424-9398-9</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpIVXdPVEV3TURVMU5BPT0=&amp;sectionid=TURNeE5RPT0=&amp;day=TWpBeE1TMHdOUzB4TUE9PQ==">หนังสือพิมพ์ข่าวสด</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://choice2learn.net/blog/2011/05/10/nun-college/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
