เวทีประชุมเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ภาคเหนือ ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 26-27  พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา สถานที่อันร่มรื่นด้วยต้นไม้และลานโล่งกว้างของ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีโอกาสต้อนรับคนทำงานที่เดินทางจากหลายองค์กรและหลายพื้นที่มารวมตัวกัน นับร้อยกว่าชีวิต  ศาลาเอนกประสงค์แบบเปิดโล่ง ที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นดอกไม้พื้นเมือง และสายลมพัดเย็นสบายในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ทำหน้าที่เป็นสถานที่ประชุมเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ ที่จะสร้างสายใยเกาะเกี่ยวให้กับคนทำงานที่เรียกตัวเองว่า “เครือข่ายการ ศึกษาทางเลือก”

……………………….

เวทีประชุมเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ครั้งนี้  เป็นการพบกันครั้งที่ 2 แล้ว สำหรับเครือข่ายในภาคเหนือ ซึ่งประกอบไปด้วยคนทำงานด้านการศึกษา การพัฒนาวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ และองค์กรเอกชน รวมถึงเด็กและเยาวชน รวมกว่า 20 กลุ่ม ซึ่งต่างเดินทางมาเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และระดมความคิดเห็นในประเด็น การศึกษาทางเลือก   งานประชุมได้เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ในช่วงเช้า โดย คุณชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานกรรมการโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา และในฐานะประธานเครือข่ายการจัดการศึกษาทางเลือกประเทศไทย (ศทล.) ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมทุกคน และกล่าวถึงหัวใจของการจัดเวทีครั้งนี้ว่า  “ด้วยเพราะการศึกษาอยู่ในระบบวิถี ชีวิต และขณะนี้ ได้ครบวาระ 10 ปีแห่งการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย แต่การปรับเปลี่ยนนั้นยังเป็นไปในระดับโครงสร้างบุคลากร หาใช่การปฏิรูปในขบวนการเรียนรู้จริงๆ ไม่…เวทีครั้งนี้ จึงถือว่าจะเป็นการระดมหาแนวทางที่จะไปให้ถึงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อสอด คล้องกับวิถีชีวิตที่แท้จริง”

ก่อนที่จะมีการแบ่งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการศึกษาทาง เลือก และระดมความเห็นนั้น คุณสมภพ จันทรกา  รองประธานคณะกรรมการเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ได้ทำหน้าที่เล่าถึงการ ประชุมทีมการจัดการศึกษาทางเลือกครั้งที่ผ่านมาว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะภาครัฐ ได้เปิดช่องทางให้เกิดการสนับสนุนการศึกษาทางเลือกที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่สภาการศึกษาได้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายสนับสนุนร่วมกับ หน่วยงานอื่นๆ รวมแล้วนับ 50 องค์กร ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งในระดับภาค และระดับจังหวัด ทั้งยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อช่วยกันผลักดัน พรบ.การศึกษาทางเลือกให้เกิดขึ้น ตามยุทธศาสตร์ที่หวังว่า “ควร จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับชุมชน และปฏิรูปการเรียนรู้ในทิศทางแห่งธรรมชาติ”

ถัดจากนั้น เข้าสู่ช่วงแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความเห็น ซึ่งดำเนินรายการโดยคุณประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สถาบันการเรียนรู้เพื่อ การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเวทีได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมออกเป็นทั้งหมด 7 กลุ่ม แต่ละกลุ่มได้หอบเอาโจทย์ที่ได้รับนั่นก็คือ “เราอยากเห็นการขับ เคลื่อนการศึกษาทางเลือกอย่างไรในระดับท้องถิ่น และจะผลักดันอย่างไรในระดับนโยบาย? และอยากร่วมทำกิจกรรมการศึกษาทางเลือกในระดับเครือข่ายอย่างไรบ้าง”

จากนั้นก็จับจองพื้นที่เพื่อล้อมวงพูดคุยในบรรยากาศแบบกันเองที่แตกต่าง กันออกไปในแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นล้อมวงใต้ร่มไม้ ล้อมวงในศาลาน้อยบนเบาะนั่งนุ่มสบาย และบางกลุ่มเลือกเอาที่กว้างขวางในศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาในช่วงเช้า แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานต่อกัน ก่อนจะพักทานอาหารและระดมความคิดต่อกันในช่วงบ่าย

หลาย ชั่วโมงแห่งการระดมความเห็น นำมาสู่ข้อเขียนบนแผ่นชาร์ตหลายสิบแผ่นที่บรรจุเอาแนวคิด และข้อเสนอน่าสนใจดังต่อไปนี้

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่ม ที่ 1. การจัดการศึกษาทางเลือก โดยองค์กรสาธารณะประโยชน์ และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)

กลุ่ม นี้ ได้รวมเอาคนทำงานจากองค์กรพัฒนาเอกชนหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน  ม่อนแสงดาว  เชียงราย  สมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ลูกหญิง สถาบันปัญญาอิสระ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา  สถาบันปัญญาปิติ  สกว.ลำปาง โครงการวิจัยจากศึกษาศาสตร์ มช. สถาบันส่งเสริมการเรียนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ISDEP) เป็นต้น โดยนำเสนอถึงเป้าหมายของการจัดการศึกษาทางเลือกว่า ควรมุ่งเน้นไปยัง 4 หลักการสำคัญ อันได้แก่
1.การศึกษาทางเลือกต้องสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม
2. การศึกษาทางเลือกต้องสนับสนุนวัฒนธรรมแห่งการพึ่งพาตนเอง
3.การศึกษาทางเลือกต้องเข้าไปถึงยังกลุ่มพื้นที่เสี่ยงจากปัญหาสังคมด้าน ต่างๆ และช่วยดูแลเด็กในพื้นที่เสี่ยง
4. การศึกษาทางเลือกจัดการให้คนที่ไม่รู้หนังสือสามารถอ่านออกเขียนได้และได้ รับการศึกษาที่เหมาะสม

สำหรับ ข้อเสนอต่อเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ได้แก่ ข้อเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการ องค์กรอิสระเพื่อสร้างกลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แต่ละพื้นที่ปรับใช้ มีการจัดการศึกษาชุมชน การจัดอบรมแลกเปลี่ยนวิทยากร และทรัพยากรต่อกัน รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ซึ่งควรมีการถอดความรู้ แลกเปลี่ยนเป็นระยะๆ และทำให้เกิดการสื่อสาร รณรงค์ ทำความเข้าในต่อสังคมเกี่ยวกับทัศนคติต่อการศึกษาทางเลือก

ข้อ เสนอระดับท้องถิ่น ได้แก่
1.    เสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่ม หรือ องค์กรที่จะรวบรวมฐานข้อมูลของเครือข่ายการศึกษาทางเลือก
2.    จัดให้มีการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการศึกษาที่มีเป้าหมายและแนวทางสอดคล้องกัน อย่างต่อเนื่องในระดับท้องถิ่น
3.    มีการกำหนดกลไกการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนที่ยั่งยืน โดยมีหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. เปิดช่องทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เป็นต้น
4.    สร้างมาตรฐานการศึกษาที่สามารถรับรองการศึกษาทางเลือกให้เทียบเท่าการศึกษา ในด้านอื่นๆ
5.    จัดทำหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับท้องถิ่น

ข้อ เสนอระดับนโยบาย
ยกระดับข้อเสนอทางนโยบาย   จัดตั้งองค์กรอิสระมารองรับเพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริงของการจัดงาน
การศึกษาทางเลือก  จัดตั้งกองทุนเพื่อการขับเคลื่อนองค์กร  เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีอิสระทางการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรม รับรองมาตรฐานการศึกษา มีกลไกเชื่อมโยง อปท.กับท้องถิ่น  ทั้งเรียกร้องเชิงนโยบาย รัฐต้องให้ท้องถิ่นจัดการศึกษาเองได้และสร้างรูปธรรมออกมาเพื่อทำความเข้าใจ และใช้เป็นบทเรียน เครื่องมือในการต่อรองพื้นที่ของการศึกษาทางเลือก ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นมีผลต่อการประเมินมาตรฐานการ เรียนรู้ จะทำให้โรงเรียนเห็นความสำคัญของหลักสูตรท้องถิ่นมากขึ้น  มากกว่า 30% และส่งผลต่อการพัฒนาองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาชุมชน (เพื่อไม่ให้เป็นการเรียนเพื่อส่งลูกหลานออกนอกชุมชน)

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่ม ที่ 2. การจัดการศึกษาทางเลือก โดยครอบครัว (บ้านเรียน) หรือ Home School

กลุ่มนี้ ได้มีสมาชิกที่เป็นผู้จัดการศึกษาในครอบครัวจากจังหวัดเชียงราย  เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และจากสถาบันบ้านขวัญเมือง  รวมทั้งหมด 15 ครอบครัว โดยมีจุดมุ่งหมายสอดคล้องกัน นั่นคือ “เราจะพัฒนาเครือข่ายครอบครัวบ้านเรียนจากระดับจังหวัด ให้ใหญ่ขึ้นในระดับภาค และระดับประเทศ”

กลุ่มนี้ มีข้อเสนอการขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น ได้แก่
1.    เสนอให้มีการจัดทำศูนย์เทียบโอนความรู้ เพื่อรองรับมาตรฐานการศึกษาในครอบครัว ให้นำไปสู่การศึกษาต่อในระดับต่างๆ ได้
2.    จัดทำแผนกิจกรรมประจำปี สำหรับเครือข่ายครอบครัวบ้านเรียน ให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ทั้งสำหรับเครือข่ายและบุคคลทั่วไปที่ต้องการศึกษาการจัดการศึกษาทางเลือก โดยครอบครัว
3.    เผยแพร่แนวคิด รูปแบบการศึกษาทางเลือก และสร้างกำลังใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครองที่ยังไม่มั่นใจในการจัดการศึกษาทางเลือก ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ และสามารถมีทางเลือกในการจัดการศึกษาแก่บุตรหลานได้
4.    มุ่งเน้นเป้าหมายการศึกษาเพื่อความสุข

สำหรับข้อเสนอระดับนโยบาย ได้แก่
1.    มีศูนย์ประสานงานของ สพฐ. ที่เชื่อมโยงกับการศึกษาทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรม
2.    สร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายการศึกษาทางเลือก โดยเฉพาะการทำงานของภาคองค์กรพัฒนาเอกชน, องค์กรด้านศาสนา องค์กรพัฒนาวิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น
3.    มีองค์กรสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กใน Home School

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่ม ที่ 3. การจัดการศึกษาทางเลือก โดยองค์กรของรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน

กลุ่มนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมได้แก่ รองผู้อำนวยการเขตการศึกษาเขต 6 ผู้อำนวยการเขตและแผนการศึกษาเขต 2 ตัวแทนจากเขตการศึกษาเขต 3 ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อชุมชน(สกว.) เจ้าหน้าที่ศูนย์ กศน.เชียงใหม่ โรงเรียนบ้านม้งหลวง นักวิชาการส่งเสริมการศึกษาเชียงใหม่เขต 4 ชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า มศว.เขตแม่แจ่ม รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษาพื้นที่เชียงรายเขต 2  อาจารย์พิเศษจาก มช. อาจารย์จากโรงเรียนสองพิทยาคม และผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโม่งหลวง เป็นต้น โดยมีมุมมองว่า “ขณะนี้คือจุดเปลี่ยนการศึกษาของไทย ที่มีการศึกษาทางเลือกเป็นความหวังใหม่และควรผลักดันให้การศึกษาทางเลือก เป็นการศึกษาหลัก (Main Education )ของไทย”

กลุ่มนี้มีข้อเสนอในระดับท้องถิ่น ได้แก่
1.    ให้อำนาจชุมชน องค์กรท้องถิ่นมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการจัดการศึกษา  เร่งสร้างการมีส่วนร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์คืนการศึกษาให้ชุมชน  โดยการถ่ายโอนการศึกษาให้กับองค์กรท้องถิ่น (อปท)  โดยเน้นการมีส่วนการจัดการเรียนรู้โดยชุมชน
2.    การสร้างเครือข่ายภาคีการศึกษาทางเลือก  เชื่อมให้เกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ระหว่างองค์กรต่าง ๆ  ประกอบด้วย บ้าน  องค์กรทางศาสนา ครอบครัว ชุมชน สถานประกอบการ องค์กรพัฒนาเอกชน ผู้นำชุมชน ฯลฯ  เข้ามามีส่วนเป็นเจ้าภาพในการจัดการเรียนรู้   (สมัชชาการศึกษาระดับจังหวัด)
3.    ให้เอกชนมีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของการศึกษาและกำหนดทิศทางทั้งในระดับ ท้องถิ่นและระดับชาติ
4.    ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกำหนดนิยามความหมายของการศึกษา และการจัดระบบการศึกษา โดยมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละภาคีให้ชัดเจน

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในระดับภาค (ภาครัฐ , กระทรวงศึกษา)
1.    ให้ภาคประชาชนเป็นผู้กำหนดนโยบายการศึกษา โดยให้ภาครัฐ (กระทรวงศึกษา) เข้ามามีส่วนร่วม  กำหนดทิศทางการจัดการศึกษาที่เป็นเอกภาพ (เป้าหมายการศึกษาควรมีการกำหนดร่วมกัน แต่ละภาคส่วนสามารถตีความหมายการศึกษา)
- สมัชชาการศึกษาแห่งชาติ (รัฐ) เป็นผู้กำหนดทิศทาง/เป้าหมายการศึกษาในระดับชาติ
-เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนรู้
- เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
2.    จัดตั้งองค์กรการศึกษาทางเลือกโดยให้มีสมัชชาการศึกษาทางเลือกในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น(จังหวัด)   มีองค์คณะรับผิดชอบในการกำหนดทิศทาง กลไกในการจัดการศึกษาทางเลือก ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมมีบทบาทในการจัดการศึกษา(ในทางปฏิบัติ)
3.    ปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการมีส่วนร่วมในการศึกษาทางเลือกของทุกภาคส่วน
4.     รัฐต้องตรากฎหมายว่าด้วยการเทียบโอนประสบการณ์ การเลื่อนชั้นพิเศษ และอื่น ๆ

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่ม ที่ 4. การจัดการศึกษาทางเลือก โดยองค์กรศาสนา

กลุ่มนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมได้แก่ พระอาจารย์อธิการสมชาติ   ธิติปัญโญ จากโรงเรียนวัดหนองบังพิทยา  พระสมุหวิเชียร คุณธรรมโม จากวัดเจดีย์แม่ครัว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่  คุณวิชัย เจียมวิจิตกุล จากอโศก อดีตเป็นพยาบาล คุณต้นกล้า มากสุข จากอโศก :  โดยนำเสนอสาระสำคัญของการศึกษาว่า “คำตอบของการศึกษาคือสาระของความเป็นคน”

กลุ่มนี้มีข้อเสนอในระดับท้องถิ่น ร่วมกับระดับนโยบาย โดยเน้นที่เป้าหมายการศึกษา ได้แก่
1.    จัดการศึกษาโดยเน้นการคืนเด็กแก่ชุมชน
2.    จัดการศึกษาโดยเน้นให้เด็กมีศักยภาพ และคุณวุฒิการศึกษาที่เหมาะสม
3.    ให้เจ้าคณะตำบลมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาความเป็นคนแก่คนใน ชุมชน
4.    สนับสนุนการศึกษาที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณและวิถีชีวิต
5.    จัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับศาสนา ปรับการเรียนรู้ให้เข้ากับศาสนา เพื่อนำไปสู่หนทางการพ้นทุกข์
6.    เกิดการปลดล็อกระบบการศึกษา โดยมีระเบียบ มาตรฐานการศึกษา ระบบการเรียน และการประเมินผลที่ไม่ทำให้เด็กและเยาวชนอึดอัดต่อการเรียน
7.    ปรับทิศทางการศึกษาให้พัฒนาจากจิตใจมาสู่ภายนอก ให้พึ่งพาตนเองได้ หลุดพ้นจากความเชื่อว่าเมื่อเรียนจบ โตแล้วจะรวย มาเป็น เรียนจบ โตแล้วจะเป็นคนดีของสังคม
8.    สนับสนุนการจัดห้องสมุดเรียนรู้ของชุมชน
9.    มีการสื่อสารถึงเป้าหมายการศึกษาทางเลือกที่สนใจมิติทุกด้านของชีวิต ไม่ใช่เพียงการศึกษาจากตำรา
10.    นำเสนอการศึกษาทางเลือกให้เป็นวาระแห่งชาติและการปรองดอง
11.    ส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรที่มีจิตวิญญาณของการเป็นครู
12.    มุ่งเน้นการพัฒนาครูที่เป็นแบบอย่าง มีศีลห้า คุณธรรมประจำใจ เพื่อเป็นตัวอย่างซึ่งมีค่ามากกว่าคำสอน

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่ม ที่ 5. การจัดการศึกษาทางเลือก โดยองค์กรบริหารส่วนตำบล

กลุ่มนี้ มีสมาชิกจากหน่วยงานมูลนิธิส่งเสริมเด็กและเยาวชน  ตำบลหนองควาย เชียงใหม่, นักวิชาการ, ศึกษานิเทศประจำจังหวัด,ตัวแทนจากหน่วยงาน สกว. จ.ลำปาง และปลัดนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไร่โว่ กาญจนบุรี ซึ่งมีแนวความคิดร่วมกันว่า “องค์กรท้องถิ่นควรตอบสนองต่อความต้องการของ ชุมชน”

ข้อเสนอระดับท้องถิ่น
1.    กำหนดเป็นนโยบายและทิศทางของท้องถิ่น เรื่องการศึกษาทางเลือกและวัฒนธรรม
2.    ให้จัดการศึกษาทางเลือกและสร้างหลักสูตรท้องถิ่น ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของชุมชน
3.    คัดเลือกและสร้างชุมชนต้นแบบ
กิจกรรม
1.    ปรับวิสัยทัศน์ของท้องถิ่น  ผู้บริหาร ครู  ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฯลฯ
2.    สนับสนุนแนวทางการสร้างหลักสูตทางเลือก  รองรับเพื่อดึงคนให้กลับบ้าน “พัฒนาบ้านตนเอง”
3.    จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น
4.    สื่อสารให้ชุมชน อปท. ท้องถิ่นเข้าใจเรื่องการศึกษาทางเลือก
5.    พัฒนาบุคลาการทางด้านการศึกษา
6.    รักษาวัฒนธรรม และฐานพลังชุมชน
7.    สร้างรูปแบบตัวอย่างหรือชุมชนต้นแบบ Model

ข้อเสนอในระดับชาติ
1.    ผลักดันพรบ.หลักสูตรการศึกษาทางเลือก หรือการศึกษาตามอัธยาศัย  ให้มีความต่อเนื่องและมีช่องทางในการศึกษาต่อ ในระดับ ม.ต้น  ม.ปลายและมหาวิทยาลัย  และการวัดผลควรวัดผลที่ความดีของคน
2.    ออกกฎหมายลูก
3.    สภาการศึกษา(ที่มีอยู่แล้ว) มีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงให้กับท้องถิ่น  ดึงประสบการณ์ของที่ต่างๆเพื่อเป็นแนวทางและบทเรียน เช่น ปัญหา อุปสรรค  ความสำเร็จ
4.    ตั้งคณะกรรมการในการควบคุม  ประเมินตัวชี้วัด
5.    สร้างหลักสูตรรองรับ “เฉพาะทาง”

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่มที่ 6. การจัดการศึกษาทางเลือก โดยชุมชน / องค์กรชุมชน / ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

กลุ่มนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมซึ่งมาจาก กลุ่มจัดการเรียนรู้โดยครูภูมิปัญญา เช่น พะตีจอนิ  โอโดเชา จากบ้านหนองเต่า อ.แม่วาง เชียงใหม่ พะตีตาแยะ  ยอดฉัตรมิ่งบุญ จากตำบลสะเมิง คุณภิดา จากโรงเรียนชาวนา จ.เชียงราย พ่ออุ๊ยใจคำ ตาปัญโญ จากโครงการอุ๊ยสอนหลาน คุณพรชัยจากกลุ่มหัตถกรรมบ้านท้องฝาย คุณจำนงจากบ้านบ่อแก้ว ลำพูน พ่อหลวงเมือง สุกิจ ใจมา จากบ้านบางจำปี กิ่ง อ.แม่ออน คุณนุศราจากศูนย์การเรียนรู้แม่แจ่ม มูลนิธิรุ่งอรุณ และครูจากโรงเรียนวัดท่าสะท้อน นครศรีธรรมราช เป็นต้น ซึงในกลุ่มนี้ ได้มองเห็นว่า “ปัญหาสำคัญของการเรียนในระบบหลักปัจจุบันนั้นไม่สามารถทำให้ เยาวชนพึ่งตนเองได้ และละทิ้งการเรียนรู้ในวิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเอง”

ข้อเสนอในระดับท้องถิ่น ได้แก่
1.สนับสนุนให้มีการค้นหาวิธีจัดการชุมชน เพื่อขยายผลและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน และมีการจัดการสืบทอดความรู้แก่คนรุ่นหลังในรูปแบบต่างๆ ทั้งโดยการเรียนการสอน การเล่าสู่กันฟัง ตำราและสื่อต่างๆ
2. มีวาระการจัดพบปะ แลกเปลี่ยน ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มากขึ้นและต่อเนื่อง เพื่อขยายองค์ความรู้ และรวบรวม ขึ้นทะเบียนแหล่งเรียนรู้ของชุมชน การบันทึกฐานข้อมูล ไม่ให้สูญหาย
3. ผลักดันให้การทำงานแต่ละองค์กรทำงานเชื่อมโยงกันในท้องถิ่น และมีองค์กรอิสระด้านการศึกษาท้องถิ่นเข้ามาดูแลการจัดการศึกษาทางเลือก (เหมือน สสส.)
4. เสนอให้เกิด “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” ด้านการศึกษาทางเลือก โดยท้องถิ่น ที่จะรับรอง “สิทธิ” ในการจัดการศึกษาโดยสถาบันและศูนย์เรียนรู้ชุมชน
5. ขับเคลื่อนการทำงานระดับชุมชน ผ่านผู้ใหญ่บ้าน, กรรมการหมู่บ้าน, ไปสู่ระดับท้องถิ่นที่ใหญ่ขึ้น
6. ขยับการทำงานด้านการศึกษาตั้งแต่เริ่มต้น ร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยมี อบต. สนับสนุน
7. เกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้วิถีชีวิต โดยเฉพาะครูที่เข้าไปสู่ระบบการศึกษาในชุมชน ต้องเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนมากกว่าการอยู่แต่ในโรงเรียน

ข้อเสนอในระดับนโยบาย ได้แก่
1.สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ ระหว่างชุมชน กับสถาบันการเรียนรู้ให้มากขึ้น ทั้งในระดับโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย โดยการนำองค์ความรู้จากชุมชนเข้าสู่โรงเรียน
2.เสริมบทบาทผู้นำชุมชน และผลักดันให้ข้อเสนอจากชุมชน ไปถึงยังระดับนโยบายให้มากขึ้น โดยเครือข่ายการศึกษาทางเลือกประสานต่อผู้บริหารการศึกษาในระดับนโยบาย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ และสภาการศึกษาแห่งชาติ
3. เกิดกลไกการรับรองสิทธิในการจัดการศึกษาทางเลือกโดยชุมชน
4. ส่งเสริมการเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต การศึกษาที่อิงกับท้องถิ่นให้มากขึ้น และสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นที่จะเข้าไปสร้างกระบวนการศึกษาทาง เลือก เช่น อบต.
5. นำเสนอนโยบายการบริหารการศึกษาทางเลือก ให้เป็นวาระแห่งชาติ

……………………………………………………………………………………………………………………

กลุ่ม ที่ 7. กลุ่มของเด็กและเยาวชน ผู้ผ่านกระบวนการการศึกษาทางเลือก

กลุ่มนี้ มีสมาชิกเป็นน้องๆ เยาวชน ที่ได้รับการศึกษาทางเลือก ทั้งจากครอบครัว โฮมสคูล การเรียนรู้นอกหลักสูตรด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ และลำพูน ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้ได้ช่วยกันรวบรวมข้อเรียกร้องและความต้องการในฐานะผู้รับ การศึกษาออกมาดังนี้
1.ต้องการให้เพื่อนๆ เยาวชน มีโอกาสได้รับการศึกษาทางเลือก ที่สามารถเลือกได้เอง ตัดสินใจได้เอง และมีช่องทางใหม่ๆ ในการรับการศึกษา
2. อยากให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของคนในแวดวงการศึกษาทางเลือก โดยการพบปะ แลกเปลี่ยน ระหว่างเยาวชนเอง หรือ ครอบครัว และหน่วยงานที่สนับสนุนให้มากขึ้น
3.  ให้มีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้คนภูมิใจกับรากเหง้า วิถีชีวิตดั้งเดิมของตนเอง ไม่ลืมสิ่งที่ตนเป็นอยู่
4. มีการจัดหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทสิ่งแวดล้อมที่ตนอาศัยอยู่ เช่น อยู่ในจังหวัดเชียงราย ควรได้รับรู้เรื่องราว ข่าวสาร ข้อมูลใกล้ตัวของชุมชน มากกว่าการเรียนรู้ถึงสิ่งที่อยู่ไกลตัวออกไปแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
5. จัดสร้างผู้นำเยาวชน ที่จะเป็นผู้นำให้เพื่อนๆ ได้มองเห็นคุณค่าการศึกษาทางเลือกมากขึ้น
6. จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน เพื่อเข้าเรียนรู้สิ่งที่อยู่นอกหลักสูตร
7. ถอดบทเรียนการเรียนรู้เพื่อสร้างคู่มือ  (guide book) ข้อมูล สื่อ เพื่อเผยแพร่ ขยายและพัฒนาองค์ความรู้

……………………………………………………………………………………………………………………

เวทีการประชุมเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 นี้ ถือ ได้ว่า เป็นเวทีที่ได้รวบรวมคนทำงานด้านการศึกษาทางเลือกจากหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างครบครัน อันนำไปสู่ความคิดเห็นและข้อเสนอที่หลากหลาย โดยในวันที่ 2 ของการประชุมนั้น ได้มีการทบทวนถึงข้อเสนอจากทั้ง 7 กลุ่มเพื่อคัดกรองและบันทึก อันจะนำไปสู่การพิจารณาโดยคณะกรรมการเครือข่ายเพื่อผลักดันไปสู่ข้อเสนอใน ระดับนโยบายในวาระต่อไป

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ ยังได้นำเสนอถึงการผลักดันให้มีการจัดตั้ง “คณะ ทำงานแผนปฏิบัติการกิจกรรมโครงการ ขับเคลื่อนการศึกษาทางเลือก ภาคเหนือ ปี 2553” ซึ่งจะทำหน้าที่รวบรวม ประสานงาน ไปยังเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ในการสนับสนุนด้านต่างๆ อย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลและร่วมมือต่อกันในทุกด้าน โดยเฉพาะการเตรียมการจัด “มหกรรมการศึกษาทางเลือก 2553” ที่เครือข่ายหวังว่าจะกระตุ้นเตือนสังคมให้รู้จักและตื่นตัว และเป็นพลัง ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการศึกษาของไทยได้ในอนาคต.

ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิ ที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ
โครงการศึกษาวิจัย การศึกษาทางเลือก เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ